‘ไอติม’ หวัง ส.ว.ถอดสลัก ยุติความขัดแย้ง เปิดทางสภาเดี่ยว ประหยัดงบปีละพันล้าน

‘ไอติม’ หวัง ‘ส.ว.’ ถอดสลักระเบิดตัวเอง ยุติความขัดแย้งเพื่อประเทศ ลั่นถึงเวลาสภาเดี่ยว ออก กม.คล่องตัว-ประหยัดงบปีละพันล้าน

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แกนนำกลุ่ม Re-Solution กล่าวถึงกรณีที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน จำนวน 150,921 รายชื่อ จะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ว่า นับเป็นความพยายามครั้งที่ 2 ของภาคประชาชนที่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เข้าสู่รัฐสภา หลังจากก่อนหน้านี้ร่างของภาคประชาชนนำโดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ถูกปัดตก เพราะติดเงื่อนไขสำคัญในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 256 (3) ที่กำหนดให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะผ่านวาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ ต้องได้รับเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา หรือ 366 คนขึ้นไป และต้องได้เสียงจาก ส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือประมาณ 84 คนด้วย

นายพริษฐ์กล่าวว่า ที่ผ่านมา ส.ว.อ้าง 2 เหตุผลหลักในการปฏิเสธร่างของภาคประชาชน หนึ่งเพราะกลัวว่าจะเป็นการตีเช็คเปล่าให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไปเขียนอะไรก็ได้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สอง เพราะไม่ต้องการเอื้อประโยชน์แก่นักการเมือง แต่ความกังวลที่ว่าจะไม่เกิดขึ้นกับร่างของกลุ่ม Re-Solution เพราะเป็นการแก้ไขรายมาตราที่มีข้อเสนอชัดเจน และทุกข้อเสนอเป็นไปเพื่อแก้ไขต้นตอวิกฤตการเมืองไทย คือกลไกที่ระบอบประยุทธ์ หรือ คสช. สอดแทรกไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อสืบทอดอำนาจและเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ไม่ว่าจะเป็นล้มวุฒิสภาที่มีอำนาจล้นฟ้าแต่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน โละศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ เลิกยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศที่ถูกวางไว้เป็นอาวุธลับทางการเมือง และล้างมรดกรัฐประหาร ดังนั้น น่าจะเปิดใจรับร่างฉบับนี้ได้ง่ายกว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องระบบเลือกตั้งที่ถูกมองว่าพรรคการเมืองมีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่ง ส.ว.ให้ความเห็นชอบไปแล้วด้วยซ้ำ

นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า การที่ร่างของกลุ่ม Re-Solution เสนอยกเลิกวุฒิสภา ให้ประเทศไทยกลายเป็นสภาเดี่ยว ไม่ได้เกิดจากความเกลียดชังหรือทำเพื่อความสะใจ แต่เพราะเล็งเห็นแล้วว่าประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการเป็นสภาเดี่ยว อาทิ ทำให้การออกกฎหมายคล่องตัว ทันใจ ตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ดีขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ไม่สูญเสียกลไกตรวจสอบถ่วงดุล ด้วยการขยายบทบาทฝ่ายค้านและภาคประชาชน การเป็นสภาเดี่ยวยังประหยัดงบประมาณได้กว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งสามารถนำมาส่งเสริมสวัสดิการประชาชน เป็นโครงสร้างทางการเมืองที่สอดคล้องกับโลกสมัยใหม่ เพราะประเทศทั่วโลกที่เป็นประชาธิปไตย เป็นรัฐเดี่ยว และใช้ระบบรัฐสภา มีถึง 20 จาก 31 ประเทศ ที่ใช้ระบบสภาเดี่ยว ที่สำคัญยังเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการยุติการสืบทอดอำนาจของระบอบประยุทธ์

“ผมเชื่อว่า ส.ว.หลายคนเคยพูดคุยกับลูกหลานซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ รับรู้ว่าพวกเขารู้สึกสิ้นหวังกับประเทศไทยตอนนี้มากแค่ไหน เพราะมรดกของระบอบประยุทธ์อย่างรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นอุปสรรคในการพาบ้านเมืองออกจากวิกฤต และไม่สามารถทำให้พวกเขารู้สึกเป็นหุ้นส่วนของประเทศได้ การลงมติในวันที่ 16 พฤศจิกายน จึงสำคัญมากต่อการฟื้นความหวังของประชาชน ผมหวังว่า ส.ว.จะไม่ปฏิเสธโอกาสในการเป็นผู้ถอดสลักความขัดแย้ง จะโหวตเพื่ออนาคตของลูกหลาน เสียสละยุบตัวเองเพื่อเปิดทางการเปลี่ยนแปลง” นายพริษฐ์กล่าว

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon