ก้าวไกล จี้ ตร. อย่าด่วนสรุปคดี ‘จ่าตา’ ชี้ พฤติกรรมชัดเตรียมการอย่างดี วอนสืบสวนอย่างเป็นธรรม

“ก้าวไกล” จี้ ตร.อย่าด่วนสรุปคดี “จ่าตา” ชี้ พฤติกรรมบ่งชัดว่าเตรียมการอย่างดี วอน สตช.กำกับดูแลตร.ในพื้นที่ให้สืบสวนคดีนี้อย่างเป็นธรรมด้วย

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 3 ธันวาคม ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงกรณีที่นายอดิศักดิ์ สมบัติคำ หรือ จ่าตา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม เขต 1 พรรคก.ก.. ถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ว่า นายอดิศักดิ์ ถูกนายอุดม (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นคนร้ายใช้มีดฟันบริเวณลำคอ ที่บริเวณบ้านขิงแคง อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม ทำให้เกิดบาดแผลฉกรรจ์ ต้องผ่าตัดและเย็บแผลถึง 120 เข็ม โชคดีที่ตอนนี้นายอดิศักดิ์พ้นขีดอันตราย และสามารถออกจากโรงพยาบาลกลับมารักษาตัวที่บ้านได้ ส่วนเรื่องคดีความอยู่ในความรับผิดชอบของสภ.นาเชือก ล่าสุดที่พรรคก้าวไกลได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทราบว่าผู้ก่อเหตุถูกฝากขังอยู่และให้การรับสารภาพ แต่อ้างว่าก่อเหตุเพราะมีความโกรธแค้นส่วนตัวกับนายอดิศักดิ์ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลอีกว่านายอุดมมีอาการไม่ค่อยปกติทางจิต พรรคก้าวไกลจึงมีความเห็นว่า 1.เหตุการณ์นี้มีความร้ายแรง สะเทือนขวัญ และเป็นการก่อเหตุเวลากลางวันก่อนวันเลือกตั้งอบต.เพียงแค่ 1 วัน ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เข้าไปกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีนี้อย่างรวดเร็ว ตรงไปตรงมา และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดูแลรักษาความปลอดให้นายอดิศักดิ์อย่างดีที่สุด

นายชัยธวัช กล่าวต่อว่า 2.เราไม่อยากเห็นเจ้าหน้าที่ด่วนสรุปว่าคดีนี้เป็นเหตุที่เกิดจากความขัดแย้งหรือความไม่พอใจส่วนบุคคลตามที่ผู้ก่อเหตุกล่าวอ้าง หรือไม่อยากให้ด่วนสรุปว่าเหตุเกิดขึ้นเพราะบุคคลที่มีปัญหาทางจิต เพราะไม่สอดคล้องกับพฤติการณ์และข้อเท็จจริง เนื่องจากนายอดิศักดิ์ไม่ได้รู้จักนายอุดมเป็นการส่วนตัว จึงไม่มีความขัดแย้งตามที่ผู้ก่อเหตุกล่าวอ้าง นอกจากนี้ในวันเกิดเหตุนายอุดมมีการเตรียมการมาอย่างดี ไม่ใช่ลักษณะของผู้มีอาการทางจิต เพราะในวันดังกล่าวตลอดทั้งวัน มีทีมงานที่สมัครอบต.ในพื้นที่และประชาชนแวะเวียนมาหานายอดิศักดิ์ตั้งแต่ช่วงเช้าทั้งวัน แต่ผู้ก่อเหตุมีการเตรียมการและเลือกช่วงเวลาที่ปลอดคน รวมถึงพลางใบหน้าและพุ่งเข้ามาจู่โจมฟันนายอดิศักดิ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อหมายเอาชีวิต ลักษณะเช่นนี้ไม่ใช่ผู้ที่มีอาการป่วยทางจิตแน่นอน

นายชัยธวัช กล่าวอีกว่า 3.นายอดิศักดิ์มีบทบาทในพื้นที่มาก ไม่ว่าจะในแง่การเข้าร่วมการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยมาอย่างต่อเนื่อง บทบาทในการเรียกร้องความไม่เป็นธรรมให้กับชาวบ้าน การเข้าไปตรวจสอบโครงการของรัฐที่ไม่โปร่งใส รวมถึงการตรวจสอบปัญหาพื้นที่ที่ร้ายแรงโดยเฉพาะปัญหายาเสพติด ล่าสุดนายอดิศักดิ์เพิ่งจะมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ที่อาจจะใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในคดีที่เกี่ยวกับยาดเสพติด เนื่องจากตั้งแต่ปี 62 เป็นต้นมามีคดีความการจับกุมยาเสพติดในพื้นที่ของนายอดิศักดิ์หลายครั้ง แต่มีปัญหาว่าหลายคดีไม่มีการขยายความในการดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ทำให้มีการประชุมหารือกันในผู้นำชุมชน พบว่ามีเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งมีพฤติการณ์เข้าข่ายใช้คดีความยาเสพติดไปเรียกรับเงินจากญาติของคนที่ถูกจับกุมหลายครั้ง เพื่อแลกกับการยุติการดำเนินคดี ก่อนหน้านี้ปลัดอำเภอที่พบเห็นและมีข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมในคดีดังกล่าวพยายามสอบสวนตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่ประพฤติหน้าที่มิชอบ แต่สุดท้ายก็ถูกย้ายออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งถูกส่งข้อความข่มขู่ ดังนั้นพรรคก้าวไกลเป็นห่วง ไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ด่วยสรุปว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาส่วนบุคคล หากคดีความเหล่านี้ไม่ถูกสืบสวนสอบสวนอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรม ย่อมไม่ส่งผลดีต่อบรรยากาศทางการเมืองที่กำลังจะเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ในเร็วๆนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon