‘พ่อเหยื่อคดีคลุมถุงดำปราจีนฯ’ วอนสภาดันร่าง พ.ร.บ.อุ้มหาย ‘โรม’ หวังได้ กม.ที่ดี ช่วยเปลี่ยนแปลงสังคม

‘พ่อเหยื่อคดีคลุมถุงดำปราจีนฯ’ วอนสภาผลักดันร่าง พ.ร.บ.อุ้มหาย ‘โรม’ หวังสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องมือสร้างจิตสำนึกให้ ส.ส.-ส.ว.ผ่าน กม.มีคุณภาพ คาดร่าง กม.เสร็จสมัยประชุมนี้

เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 21 ธันวาคม ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ ชื่นจิตร พร้อมด้วยมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ในฐานะองค์กรสิทธิมนุษยชน ยื่นหนังสือต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่าน นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภา และนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. … เพื่อร้องขอให้ผลักดันกฎหมายฉบับดังกล่าว

นายสมศักดิ์กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ต้องเกิดขึ้นและบังคับใช้ให้ได้จริง เนื่องจากประสบการณ์ 12 ปีที่ต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมให้กับลูกชายรู้สึกว่ามันลำบากและเข้าไม่ถึงหากไม่มีกฎหมายเฉพาะที่นำมาใช้กับเจ้าหน้าที่รัฐที่ประพฤติมิชอบ ลูกชายตนถูกเจ้าหน้าที่ สภ.ปราจีนบุรีควบคุมตัวและถูกถุงดำครอบศีรษะ แม้จะไม่ถึงแก่ชีวิต แต่ก็ไม่ต่างจากกรณีเหตุที่ จ.นครสวรรค์ โดยคนกระทำได้รับโทษแค่รอลงอาญาและปรับ 8,000 บาทเท่านั้น ดังนั้น จึงอยากให้ผู้มีอำนาจขับเคลื่อนกฎหมายนี้ ขอให้ช่วยกันผลักดันให้เกิดขึ้น ให้เป็นคุณูปการให้ประเทศชาติต่อไป ช่วยคนที่มีต้นทุนที่ตำ่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ด้านนายรังสิมันต์กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ได้รับการผลักดันจากหลายภาคส่วน ในการพิจารณาของสภา ส่วนหนึ่งเกิดจากที่เราเห็นปรากฏการณ์ของความสูญเสียและความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น วันนี้ตนเห็นนิมิตหมายอันดีที่สภาจะผลักดันกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเฉพาะร่างของ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มี ส.ส.ร่วมลงชื่อกว่าร้อยคนจากหลายพรรคการเมือง ส่วนร่างหลักที่เข้าสู่การพิจารณาก็เป็นของคณะรัฐมนตรี

นายรังสิมันต์กล่าวว่า ร่างกฎหมายในส่วน กมธ.วิสามัญใกล้จะเสร็จเต็มที เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาวาระที่ 2 และ 3 ต่อไป หากไม่ติดขัดอะไรเราจะมีกฎหมายที่ดีฉบับหนึ่งที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง และเหตุการณ์ที่คนถูกกระทำซ้อมทรมานและอุ้มหายจะไม่เกิดขึ้นอีก ส่วนคนที่เคยทำไปแล้วก็จะถูกดำเนินการต่อไป เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้ที่ถูกกระทำและครอบครัวที่ได้รับความเสียหาย คาดว่าในสมัยประชุมนี้เราน่าจะดำเนินการได้เรียบร้อย และในส่วนของ กมธ.วิสามัญคาดว่าร่างกฎหมายน่าจะเสร็จก่อนปีใหม่ เพื่อส่งต่อให้สภาพิจารณาต่อไป

Advertisement

“หวังว่าการเรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นเครื่องมีสำคัญในการสร้างจิตสำนึกให้ ส.ส.และ ส.ว.ในการผ่านร่างกฎหมายอย่างมีคุณภาพให้ได้” นายรังสิมันต์กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image