‘โรม’ เชื่อรอยกรีด ‘ธรรมนัส’ ปริแตกไม่หยุด อาจยุบสภาปีนี้ แนะ ‘ประยุทธ์’ หยุดพาชีวิต ปชช.ลงเหว

‘โรม’ เชื่อรอยกรีด ‘ธรรมนัส’ ปริแตกไม่หยุด เชื่อยุบสภาปีนี้ แนะ ‘ประยุทธ์’ หยุดยื้อพาชีวิต ปชช.ลงเหว

เมื่อวันที่ 22 มกราคม นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตมติพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา อดีตเลขาธิการพรรค และ 20 ส.ส.พ้นพรรคเป็นเพียงการจัดฉาก ว่าตนคิดว่าที่ทำไปทั้งหมดอาจเป็นส่วนหนึ่งของบทละครในการเอาตำแหน่ง เพราะเรารู้มาโดยตลอด ตั้งแต่อภิปรายไม่ไว้วางใจรอบที่แล้ว ความต้องการลึกๆ ของ ร.อ.ธรรมนัส คืออะไร ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาฯพรรค แต่กลับได้เป็นแค่รัฐมนตรีช่วย ซึ่งต่างกับพรรคการเมืองขนาดเล็กที่ระดับเลขาฯได้เป็นรัฐมนตรี เมื่อมันกลายเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีและเรื่องต้องการตำแหน่งรัฐมนตรีโดยไม่ได้คิดถึงประโยชน์ของประชาชน สุดท้ายจึงเป็นการใช้การเมืองเล่นการเมืองกัน เอาความขัดแย้งตรงนี้มาต่อรองกัน ซึ่งคนที่เสียประโยชน์มากที่สุดคือประชาชน ทั้งๆ ที่เราอยู่ในช่วงวิกฤต ประชาชนควรจะรู้ว่าจะแก้หมูอย่างไร ไก่ที่กำลังจะแพง ไข้หวัดนกที่กำลังจะมา รัฐบาลมีการรับมืออย่างไร แต่ตอนนี้เรากลับมานั่งดูกันว่า ตกลง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเคลียร์ใจกับ ร.อ.ธรรมนัส อย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในตอนนี้

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตามมาคือ ส.ส. 20 คน อาจจะไม่ได้สามัคคีกันทั้งหมด อาจเกิดความกังวล หรือที่เรียกว่าป๊อด ว่าจะซวยหรือไม่ จะมีผลอะไรตามมาหรือเปล่า จึงทำให้เกิดการร้องเรียนให้ทบทวนมติพรรค ซึ่งดูเหมือนว่า พปชร.ที่มีนักกฎหมายหลายคน มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ที่น่าจะเชี่ยวชาญกฎหมาย อาจไปทำผิดกฎหมายได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลกระทบในทางการเมืองตามมา การเอาใครออกจากพรรคการเมือง ไม่ใช่อยู่ๆ ก็จะออกได้ง่ายๆ แต่ตามกฎหมายคือจะต้องมีเหตุที่ชัดเจน ตนคิดว่าทุกพรรคการเมือง การพูดคุยกันเพื่อปรับโครงสร้างพรรคเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ไปนั่งอยู่ในพรรค พปชร.ก็ไม่รู้ว่าเขาคุยกันอย่างไร แต่คิดว่าถ้าอ้างแค่นี้ มันน้อยไป มันไม่เหมือนหลายๆ กรณีที่มีการขับออก เช่น วิพากษ์วิจารณ์พรรคอย่างรุนแรง มีการกระทำที่ทำให้พรรคเกิดความเสื่อมเสีย หรือมีการกระทำบางอย่างที่ขัดต่ออุดมการณ์พรรค ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้สูงที่พรรค พปชร.จะมีการลงมติบางอย่างที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมายแน่นอน

นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ตนไม่แน่ใจว่าสุดท้ายแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จะยอมปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ แต่คิดว่าการเมืองหลังจากนี้ถ้าไม่ยอมปรับ ครม.คงจะมีความแตกต่างอย่างแน่นอน เวลาตนมาลงพื้นที่ที่เขตหลักสี่ ประชาชนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ขนาด ร.อ.ธรรมนัส ยังไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แล้วจะให้ประชาชนเอาได้อย่างไร ดังนั้น จะส่งผลกระทบหลายอย่างแน่นอน เสถียรภาพของรัฐบาลจะเป็นอย่างไรเป็นสิ่งที่เราจะต้องจับตามอง เพราะประชาชนกำลังรอคอยความช่วยเหลือ ทั้งๆ ที่ความช่วยเหลือไม่มีวันมาถึง เพราะเขายังจัดการปัญหาภายในไม่จบ

“ผมเชื่อว่าจะมีการยุบสภาไม่เกินปีนี้ เผลอๆ ไม่เกินเดือนสิงหาคมนี้ ความฝันของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้องการอยู่จนครบวาระคงจะอันตรธานแน่นอน ผมได้ยิน ส.ส.พปชร.บ่น พล.อ.ประยุทธ์ ตลอดเวลา และเราก็รู้กันอยู่ว่าคนที่ย้ายไปย้ายมา สลับพวกกันไปมา ก็เป็นแค่ละครของผลประโยชน์ที่ตัวเองจะได้เท่านั้น เขาไม่ได้รัก พล.อ.ประยุทธ์ จริง ผมมั่นใจ จากการที่ผมอยู่ในสภามา พลังประชารัฐไม่มีใครรักบิ๊กตู่ และสถานการณ์ตอนนี้อาการของโรคมันชัดแล้วที่ ร.อ.ธรรมนัส เป็นคนเริ่มก่อน และมันก็จะมีคนอื่นตามมา ซึ่งจะทำให้รัฐบาลนี้ไปต่อลำบากมาก ทางที่ดีคือต้องยุบสภา เพราะถ้าไม่รีบยุบสภาแก้ไขปัญหาตรงนี้ สุดท้ายจะทำให้เราไม่ได้รัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ และยิ่งยื้อกันไปลากกันไป มันไม่ใช่การจบอนาคตทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ คนเดียว แต่มันยังทำลายอนาคตของประชาชนทั้งประเทศด้วย” นายรังสิมันต์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon