‘เสธ.อู้’ เชื่อ กกต. ยึดร่างเดิมสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์หาร 100 ชี้ ย้อนใช้บัตรใบเดียวยาก

‘เสธ.อู้’ เชื่อ กกต. ยึดร่างเดิมสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์หาร 100 ชี้ ย้อนใช้บัตรใบเดียวเป็นเรื่องยาก มั่นใจ 100% รบ. ชิงยุบสภาไม่เกิน ก.พ.66 เปิดทาง ส.ส.ย้ายพรรคง่าย ทัน 90 วัน

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ให้สัมภาษณ์ถึงสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ใช้จำนวน 500 คน หาค่าเฉลี่ยว่า ขณะนี้เป็นการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แบบหาร 500 ส่วนจะกลับไปที่หาร 100 หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเป็นผู้พิจารณา หาก กกต.เห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือมีผลในทางปฏิบัติ แนวโน้มจะกลับไปที่สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แบบหาร 100 เป็นไปได้สูง และเมื่อ กกต.บอกว่าขัดรัฐธรรมนูญและส่งกลับมายังรัฐสภา ถ้ารัฐสภาไปโหวตเห็นด้วยกับร่างเดิมจะผิดวิสัย เท่ากับว่าเป็นการโหวตขัดกับรัฐธรรมนูญ เชื่อว่า กกต.เขียนคำตอบไว้เสร็จแล้ว และแนวโน้ม กกต.คงจะต้องยืนยันร่างเดิมที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) คือสูตรการคำนวณ ส.ส.แบบหาร 100 ถ้าเหตุผล กกต.ออกมาเป็นแบบนี้โอกาสจะพลิกกลับไปหาร 100 จึงมีความเป็นไปได้สูง

พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวว่า ส่วนกระแสข่าวการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อกลับไประบบการเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียว ตนเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องจริงและเท่าที่ฟังนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) พูดชัดเจนว่าไม่อยู่ในแนวความคิดของพรรค พปชร. อาจเป็นแค่เพียงการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในวงสนทนา เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องง่าย ประกอบกับขณะนี้กฎหมายที่รอการพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภามีเป็นจำนวนมาก หากใครจะยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียวต้องไปต่อท้ายคิว จึงคิดว่าเสร็จไม่ทันสมัยประชุมนี้แน่นอน

“เป็นการพูดเล่นๆ ของคนบางคน เหมือนเป็นการโยนหินถามทาง เพราะความได้เปรียบเสียเปรียบมันไม่มากกว่ากันเท่าใด บัตรใบเดียวกับบัตรสองใบจะเกิดประโยชน์กับพรรคเล็กๆ ที่พยายามนำคนที่มีชื่อเสียงมาลงสมัครเพื่อให้ได้คะแนนสัก 3 หมื่นคะแนน แต่การเลือกตั้งครั้งหน้า 3 หมื่นคะแนนก็ไม่ได้เป็น ส.ส.ถึงจะหารด้วย 500 ก็ตาม เนื่องจากจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อลดจำนวนลงเหลือแค่ 100 คน ต่างจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาที่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน ไม่มีใครทำหรอก ผมคิดว่ารัฐบาลคงไม่คิดทำด้วยและ ส.ส.พปชร.ก็ออกมาคัดค้านกันเป็นแถว” พล.อ.เลิศรัตน์กล่าว

พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวว่า ส่วนสมัยการประชุมหน้ามีเวลาอีกประมาณ 2-3 เดือน แต่เชื่อว่ารัฐบาลจะต้องยุบสภาก่อน ไม่ปล่อยจนครบเทอม 4 ปี เนื่องจากถ้าครบ 4 ปี ส.ส.จะย้ายพรรคไม่ทัน เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้ ส.ส.ต้องสังกัดพรรคการเมืองภายใน 90 วัน ดังนั้นด้วยกติกาแบบนี้รัฐบาลจะต้องยุบสภา ประมาณเดือนมกราคมหรือเดือนกุมภาพันธ์ 2566 เพื่อเปิดโอกาสให้ ส.ส.สามารถย้ายพรรคได้

Advertisement

เมื่อถามว่า มั่นใจว่ารัฐบาลจะยุบสภาก่อนครบเทอมใช่หรือไม่ พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวว่า 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากกฎกติกาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดไว้ หากปล่อยให้ครบเทอมในวันที่ 24 มีนาคม 2566 สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ส.ส.ไม่สามารถย้ายพรรคได้ทัน อย่างน้อยต้องยุบสภาก่อน 1-2 เดือน และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็ต้องการคนจากพรรคอื่นเข้ามาอยู่พรรคตัวเองด้วย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image