‘บิ๊กป้อม’ หนุนปลูกป่าชายเลน เพิ่มคาร์บอนเครดิต สร้างรายได้ ดูแลสภาพอากาศ

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่ห้องประชุมมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด พล..ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2565 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ มีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

พล..ประวิตร กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ มีวาระสำคัญเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการหลายเรื่อง โดยเฉพาะการกำหนดพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์ในจังหวัดตรังและพังงา ซึ่งต้องเร่งรัดเสนอประกาศกฎกระทรวงต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป รวมถึงการจัดทำแผนที่ข้อมูลวิชาการของระบบกลุ่มหาดประเทศไทย เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน ซึ่งได้ย้ำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้บูรณาการดำเนินงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืนและไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่อื่น พร้อมได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และได้มอบหมายให้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามและกำกับการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด สำหรับการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิตเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญและสนองตอบนโยบายการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งยังช่วยสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนได้อีกด้วย ทั้งนี้ งานด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งยังมีอีกหลายประเด็นสำคัญที่จะต้องเร่งรัดดำเนินการให้บรรลุผลสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการประกาศพื้นที่คุ้มครองทางทะเลและชายฝั่ง การแก้ไขปัญหาขยะทะเลในฐานะผู้นำกลุ่มประเทศอาเซียน และการขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้ทศวรรษแห่งมหาสมุทรที่ประเทศไทยได้รับคัดเลือกเป็นที่ตั้งสำนักงานประสานทศวรรษแห่งมหาสมุทร และได้ย้ำกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้เร่งต่อยอดการศึกษาวิจัยเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และขอให้ทุกหน่วยงานช่วยกันคิดแก้ไขปัญหาและหาแนวทางในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของชาติให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ กล่าวว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา ได้สั่งการให้หน่วยงานภายใต้สังกัดเร่งบูรณาการหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกกระทรวงฯ ให้ร่วมกันดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมอบหมายให้นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำกับและติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด ซึ่งผลการดำเนินงานที่ได้นำเสนอต่อที่ประชุมครั้งนี้ เป็นความสำเร็จที่หลายฝ่ายได้ร่วมกันดำเนินงาน อาทิ การแก้ไขปัญหาขยะทะเล การลดมลพิษทางทะเล การทำประมงอย่างยั่งยืน การแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมาย และการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลเชิงพื้นที่ ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวไม่เพียงแค่เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมไทย แต่ยังถูกนำเสนอต่อประเทศรัฐสมาชิกสหประชาชาติในการประชุม 2022 UN Ocean Conference กรุงลิสบอน สาธารณรัฐโปรตุเกส ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากนานาประเทศ ถึงการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพของประเทศไทย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon