ปลัด มท. หารือเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรป ชื่นชม พัฒนาทักษะ ผู้หนีภัย สู้รบจากเมียนมา

ปลัด มท. หารือเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรป ชื่นชม พัฒนาทักษะ ผู้หนีภัย สู้รบจากเมียนมา

เมื่อ เวลา 14.30 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ห้องรับรองปลัดกระทรวงมหาดไทย อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับ นายเดวิด เดลี (H.E. Mr. David Daly) เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเข้าหารือการดูแลผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ที่พำนักในพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยจากการสู้รบจากเมียนมาในประเทศไทย โดยมี ร้อยตรี สรมงคล มงคละสิริ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าสำนักงานศูนย์ดำเนินการเกี่ยวกับผู้อพยพ นางมณฑ์หทัย รัตนนุพงค์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานประสานนโยบายผู้อพยพและหลบหนีเข้าเมือง ในฐานะผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานศูนย์ดำเนินการเกี่ยวกับผู้อพยพ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือ

นายเดวิด เดลี กล่าวว่า ขอขอบคุณกระทรวงมหาดไทยที่ได้อำนวยความสะดวกในการเข้าพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยจากการสู้รบจากเมียนมา (ผภร.) ในประเทศไทยพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนในปีที่ผ่านมา ซึ่งจากการลงพื้นที่ได้พบกับท่านนายอำเภอและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้ติดตามถามไถ่เจ้าหน้าที่ และ ผภร. ทำให้ได้ทราบว่า ประเทศไทยมีการดำเนินงานด้านผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาตามหลักมนุษยธรรม และทาง EU มีความประสงค์จะขอรับการพิจารณาอนุญาตในการลงพื้นที่บริเวณพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยจากการสู้รบจากเมียนมาในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ต่อไป นอกจากนี้ สหภาพยุโรป มีกำหนดจะเปิดตัวโครงการให้ความช่วยเหลือผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ที่ครอบคลุมด้านการศึกษา การสาธารณสุข การสุขาภิบาลน้ำ ทักษะอาชีพ และการให้ความคุ้มครองผู้ทุพลภาพ ตามหลักมนุษยธรรม ในช่วงเดือนมีนาคม 2566 นี้

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย โดยสำนักงานศูนย์ดำเนินการเกี่ยวกับผู้อพยพกระทรวงมหาดไทย มีความยินดีที่จะให้การสนับสนุนท่านเอกอัครราชทูตและคณะในการลงพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยจากการสู้รบจากเมียนมาตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมายจากรัฐบาลในการดำเนินงานด้านผู้หนีภัยจากการสู้รบจากเมียนมาตามหลักมนุษยธรรม ซึ่งในปัจจุบันมีพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ ในพื้นที่ 4 จังหวัด รวม 9 แห่ง ได้แก่ 1) จ.แม่ฮ่องสอน บ้านใหม่ในสอย อ.เมืองแม่ฮ่องสอน บ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม บ้านแม่ละอูน อ.สบเมย บ้านแม่ลามาหลวง อ.สบเมย 2) จ.ตาก บ้านแม่หละ อ.ท่าสองยาง บ้านอุ้มเปี้ยม อ.พบพระ บ้านนุโพ อ.อุ้มผาง 3) จ.กาญจนบุรี บ้านต้นยาง อ.สังขละบุรี และ 4) จ.ราชบุรี บ้านถ้ำหิน อ.สวนผึ้ง โดยมีผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ประมาณ 77,000 คน

Advertisement

“ขอชื่นชมสหภาพยุโรปที่ได้มีแนวคิดในการริเริ่มดำเนินโครงการด้านการสนับสนุนการฝึกทักษะวิชาชีพ และการเสริมทักษะที่จำเป็นอื่นๆ ให้แก่ ผภร. ก่อนการเดินทางกลับประเทศมาตุภูมิโดยสมัครใจ และก่อนการเดินทางไปตั้งถิ่นฐานยังประเทศที่สาม นอกจากนี้ ทาง EU ควรส่งเสริมทักษะด้านภาษาอังกฤษให้กับ ผภร. เพื่อสามารถใช้ในการดำรงชีวิตหากสมัครใจเดินทางไปตั้งถิ่นฐานยังประเทศที่สาม หรือเดินทางกลับประเทศมาตุภูมิโดยสมัครใจ” ปลัด มท.กล่าว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทย โดยสำนักงานศูนย์ดำเนินการเกี่ยวกับผู้อพยพกระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการบริหารจัดการดูแลพื้นที่และให้ความช่วยเหลือผู้หนีภัยจากการสู้รบจากเมียนมา (ผภร.) ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ ทั้ง 9 แห่ง ให้ ผภร. ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามหลักมนุษยธรรม และขอขอบคุณสหภาพยุโรปที่ได้ให้การสนับสนุนด้านต่างๆ ให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯได้รับโอกาสด้านการพัฒนาทั้งด้านการศึกษา ภาษา และทักษะชีวิต เพื่อเติบโตเป็นพลเมืองของโลกต่อไป

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image