เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ เห็นพ้อง แนะรัฐบาล หันหน้าคุยกลุ่มเห็นต่าง พ.ร.บ.คอมพ์

สุรพงษ์ แนะ บิ๊กตู่ ชะลอ พ.ร.บ.คอมฯ หันหน้าคุยกลุ่มเห็นต่าง หาทางออกร่วมกัน “องอาจ”แนะ รบ.เปิดเวที สร้างความเข้าใจ กม.คอมพ์ ชี้หากชะลอประกาศใช้ก็ต้องใช้ม.44

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หน่วยงานภาครัฐทั้งส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจแทบทุกกระทรวง ใช้งบประมาณแผ่นดินในการจัดซื้อจัดจ้างทำระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายสื่อสารเป็นเงินจำนวนมาก กว่า 30-40 ปีแล้ว แต่ระบบป้องกันภัยและการจัดเก็บรักษาฐานข้อมูลของแต่ละองค์กร กลับถูกล้วงหรือเจาะลึกเข้าไปถึงได้ ดังนั้น ต้องพิจารณาข้อบกพร่องของระบบ ถือว่าเป็นความบกพร่องของระบบของตนเอง หรือความไร้ประสิทธิภาพของบุคลากรหรือเจ้าหน้าที่ ที่น่าเป็นห่วงก็คือความรู้เกี่ยวกับวิวัฒนาการของบุคคลากรทางด้านไอทีของภาครัฐในไทยเรา ไม่มีความรู้ที่ทัดเทียมได้กับคนรุ่นใหม่ๆ รัฐบาลต้องยอมรับว่า ภาครัฐตามไม่ได้ไล่ไม่ทันเทคโนโลยีในยุคนี้ และควรรีบหันหน้ามานั่งพูดคุยหารือกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่คัด ค้าน พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ซึ่งจะเป็นที่ยอมรับกันได้ทั้งสองฝ่าย ขณะที่ สนช. ก็ไม่ต้องเกรงกลัวว่าจะเสียหน้า เพราะ คสช. ก็แค่สั่งการให้เข้าชื่อกันเพื่อขอแก้ไข และเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายออกไปชั่วคราวก่อน จากนั้นจึงเชิญผู้เห็นต่างเข้าร่วมประชุมหารือแก้ไขกันให้เรียบร้อยเสียก่อน นี่คือวิธีการง่ายๆในการแก้ปัญหา ขอของฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.

ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ ว่า คิดว่า เมื่อรัฐมั่นใจว่าสิ่งที่ดำเนินการไปนั้นไม่ไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ก็ควรที่จะสร้างความเข้าใจในส่วนนั้นให้มากขึ้น เพราะความเข้าใจผิดกับความไม่เข้าใจในพ.ร.บ.คอมพ์ ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่เมื่อกฎหมายได้ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)แล้ว ก็รอที่จะนำขึ้นกราบบังคมทูล ประกาศใช้ตามขั้นตอน ดังนั้นรัฐก็ต้องสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้น

ส่วนที่มีการเรียกร้องให้ชะลอการประกาศใช้พ.ร.บ.คอมพ์ออกไปนั้น นายองอาจ กล่าวว่า การชะลอการประกาศใช้กฎหมายที่ผ่านสนช.ไปแล้ว ก็ต้องใช้มาตรา 44 ถ้าชะลอโดยวิธีอื่นก็ไม่แน่ว่าจะใช้วิธีใดได้ อย่างไรก็ตามคิดว่า ก่อนประกาศใช้กฎหมาย ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับฝ่ายรัฐควรเปิดเวทีพูดคุยกันให้ได้ เพื่อไม่ให้ปัญหาบานปลายออกไป เพราะมีแค่การตั้งตะพูดคุยเพื่อให้เกิดความเข้าใจทั้งสองฝ่ายเท่านั้น

เมื่อถามว่าตอนนี้ฝ่ายต่อต้านก็เคลื่อนไหวแฮกข้อมูลของหน่วยราชการแล้ว นายองอาจ กล่าวว่า คิดว่าฝ่ายต่อต้านต้องพยายามอธิบายเหตุผลที่ออกมาเคลื่อนไหวมากกว่าที่จะทำอะไรที่ขัดต่อกฎหมายหรือก่อให้เกิดปัญหาต่อส่วนร่วม แต่ก็เชื่อว่าปัญหาที่เกิดข้นไม่น่าจะบานปลายถ้ามีโอกาสได้พูดคุยกัน ก็จะสามารถส้ราวความเข้าใจได้มากขึ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon