พีมูฟ ลุ้น ครม.เห็นชอบ ’10 ข้อ’ ภูมิธรรมนั่ง ปธ. ‘ธรรมนัส’ ประกบ รับบทประสาน

พีมูฟ จ่อประชุมนัดแรก ลุ้น ครม.เห็นชอบ ’10 ข้อ’ ภูมิธรรมนั่ง ปธ. ‘ธรรมนัส’ ประกบ รับบทประสาน

สืบเนื่องจากวานนี้ (9 ต.ค.) ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ (P-move) ชุมนุมปักหลักทวงสิทธิประชาชน โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการพูดคุยกับผู้ชุมนุม ซึ่งยืนยันว่า 10 ข้อเสนอเชิงนโยบายของพีมูฟ เสนอเข้า ครม.แล้ว ด้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ลงนามตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาพีมูฟ พร้อมเปิดประชุมนัดแรกภายในสัปดาห์นี้

เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 10 ตุลาคม ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ทำเนียบรัฐบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ ร.อ.ธรรมนัส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้เดินเท้าออกมายังบริเวณประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพบปะกับผู้ชุมนุมกลุ่มพีมูฟ

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า หลังจากการประชุมระหว่างผู้แทนพีมูฟและผู้แทนของรัฐบาลเมื่อวานนี้ โดยมีตนเป็นประธาน มีรองปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและส่วนเกี่ยวข้องร่วมด้วย โดยสิ่งสำคัญที่พีมูฟต้องการคือ ให้นายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของทางพีมูฟทั้งหมด ทั้งนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการ โดยมีนายภูมิธรรมเป็นประธาน ส่วนตนเป็นรองประธาน โดยมีตัวแทนพีมูฟ 21 ราย

Advertisement

“ในวันนี้ ครม.อนุมัติเห็นชอบเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการเรียบร้อยแล้ว โดยสาระสำคัญของการประชุมเมื่อวานนี้คือ เรื่องทั้งหมด 10 นโยบาย ครม.รับทราบและเห็นด้วยตามนั้น ทางผมได้ประสานไปยังพีมูฟให้เร่งมีการประชุมคณะกรรมการ โดยจะมีการประชุม ครม.อีกครั้ง ในวันจันทร์ที่ 16 ตุลาคมนี้ ทางรัฐบาลจะเร่งนัดหมายการประชุมคณะกรรมการก่อนการประชุม ครม.” ร.อ.ธรรมนัสเผย

พร้อมกล่าวย้ำในช่วงท้ายว่า หากนายกรัฐมนตรีติดภารกิจใดสามารถติดต่อตนได้โดยตรง

ด้าน นายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม กล่าวว่า ในนามประธานพีมูฟ ขอบคุณ ร.อ.ธรรมนัส

“ขณะนี้นโยบาย 10 ด้านของพีมูฟเข้า ครม.เป็นที่เรียบร้อย เป็นหนึ่งในเป้าหมายในการเคลื่อนไหวของพีมูฟ และทางพีมูฟจะรอ ครม.อีกครั้ง ว่าสิ่งใดเป็นการเห็นชอบ สิ่งใดเป็นมติ ครม.ที่ต้องดำเนินการ พีมูฟต่อสู้ เคลื่อนไหวมาเป็น 10 ปี ทางพีมูฟได้นำเสนอไปยังที่ประชุมเมื่อวานแล้วทั้ง 10 ด้าน รวมถึงปัญหารายกรณีเช่นกัน” นายจำนงค์กล่าว

ด้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี ได้ลงนามตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาพีมูฟ นำเสนอ ครม.แล้ว พร้อมประชุมนัดแรกสัปดาห์นี้ โดยมีการลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 269/2566 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2566 โดยมีรองนายกรัฐมนตรี ภูมิธรรม เวชยชัย เป็นประธาน และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองประธาน และมีผู้แทนจากพีมูฟร่วมเป็นกรรมการทั้งสิ้น 21 คน

โดยคณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่และอำนาจในการกำหนดนโยบาย แนวทาง มาตรการ และงบประมาณ เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาของพีมูฟ อำนวย เร่งรัดการดำเนินการและตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ รวมทั้งติดตามผลการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหา รวมถึงแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็นและความเหมาะสม รายงานผลการดำเนินการ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีแล้วแต่กรณี เชิญผู้แทนส่วนราชการ หรือหน่วยงานรัฐและบุคคลเข้าร่วมประชุมชี้แจงข้อเท็จจริง ให้ข้อมูล รวมทั้งจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแก้ไขปัญหา และปฏิบัติงานอื่นใดที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

ทั้งนี้ พีมูฟได้รับการประสานงานจากผู้แทนรัฐบาลว่าจะมีการจัดประชุมคณะกรรมการดังกล่าวนัดแรกภายในสัปดาห์นี้ และพีมูฟจะเรียกร้องให้นำผลสรุปจากการประชุมเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 16 ตุลาคมนี้ต่อไป

โดยนโยบาย 10 ข้อ ที่เรียกร้องต่อคณะรัฐมนตรี มีดังนี้

1.ประชาธิปไตยใหม่ แก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) 100%

2.กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น กระจายการจัดการที่ดินสู่ชุมชน เลือกตั้งผู้ว่าราชการโดยตรง กระจายอำนาจและงบประมาณสู่ท้องที่ท้องถิ่น และจัดทำแผนกระจายอำนาจและให้สิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร

3.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เร่งนิรโทษกรรมให้ประชาชน ยกเลิกคดีความที่ไม่เป็นธรรม มีกลไกกลั่นกรองคดีละเมิดสิทธิอย่างมีส่วนร่วม สิทธิเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างถ้วนหน้า และแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.กองทุนยุติธรรม 2558 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง 10 ประเด็น

4.กระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ปกป้องพื้นที่เกษตรกรรรมของทุกคน กระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ผลักดัน พ.ร.บ.ภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า, พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน, พ.ร.บ.สิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร และ พ.ร.บ.คุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและระบบเศรษฐกิจชุมชนที่ไม่ทำลายธรรมชาติ ปรับปรุงประมวลกฎหมายและเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ออกโดยมิชอบ และทบทวนนโยบายการเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก.เป็นโฉนด และรูปแบบการทำงานของ บ.จ.ธ.

5.หยุดมรดก คสช.ทวงคืนผืนป่า ค้าคาร์บอนเครดิต คืนสิทธิชุมชน ยกเลิกนโยบายทวงคืนผืนป่า ทบทวนแผนแม่บทป่าไม้ฯ ยกเลิกมติ ครม. 30 มิ.ย.2541 ทบทวนมติ ครม. 26 พ.ย.2561 แก้ไข พ.ร.บ.อุทยานฯ 2562, พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองฯ 2562, พ.ร.บ.ป่าชุมชน 2562 ทบทวนนโยบายคาร์บอนเครดิต หยุดฟอกเขียวกลุ่มทุน ยึดที่ประชาชน เท่าทันภัยพิบัติ ปลดล็อกข้อจำกัด ป้องกันภัยพิบัติโดยชุมชน

6.กระจายอำนาจการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน นโยบายส่งเสริมการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนท้องถิ่น ‘1 ท้องถิ่น 1 ศูนย์ภัยพิบัติ’ และแก้ไข พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550

7.กฎหมายคุ้มครองชาติพันธุ์ คืนสิทธิคนเท่ากัน อย่างเท่าเทียม ขับเคลื่อนมติ ครม.ชาวเล 2 มิ.ย.2553 มติ ครม.กะเหรี่ยง 3 ส.ค.2553 โดยชุมชนมีส่วนร่วม และผลักดัน พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์

8.สถานะบุคคล พิสูจน์สิทธิได้ ไม่ตก แก้ไขปัญหาสิทธิสถานะบุคคลให้เสร็จภายในปี 2567 เร่งรัดสำรวจตามมติ ครม. 26 ม.ค.2564 โดยระบุกลุ่มอย่างชัดเจน แต่งตั้งกรรมการแก้ปัญหาที่เป็นกลาง เกิดการปฏิบัติในพื้นที่โดยประชาชนมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการ และจัดตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนที่รอการแก้ปัญหา

9.สร้างรัฐสวัสดิการสร้างประชาธิปไตย สู่สังคมไทยเสมอหน้า เปลี่ยนรัฐอำนาจนิยมเป็นรัฐสวัสดิการ ทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยต้องเข้าถึงสวัสดิการเสมอกัน สวัสดิการถ้วนหน้า เด็ก การศึกษา สุขภาพ ที่อยู่อาศัย คน ประกันสังคม ผู้สูงอายุ สิทธิทางสังคม และปฏิรูปภาษี

10.สิทธิที่อยู่อาศัย คือ สิทธิมนุษยชน จัดสรรที่ดินรัฐให้ประชาชนอยู่อาศัย หยุดใช้มาตรการไล่รื้อชุมชน จัดสรรงบประมาณแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย และทบทวนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแบบแปลงรวม

///

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image