‘พิชัย’ เชื่อ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ อัดฉีดพาเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก ปัด ตอบ พ.ร.ก.กู้เงิน

‘พิชัย’ เชื่อ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ อัดฉีดพาเศรษฐกิจไทยโตฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก ยืนยัน เป็นสิ่งจำเป็น ปัด ตอบ พ.ร.ก.กู้เงินหรือไม่ ลั่น บริษัทต่างชาติแห่ขอลงทุนไทยหลังเปลี่ยนรัฐบาล

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายของรัฐบาลแจกเงิน 10,000 บาท ผ่านระบบดิจิทัลวอลเล็ตให้ประชาชนทุกคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ว่า เราอยากให้มองอนาคตอันใกล้ เศรษฐกิจทั้งโลกกำลังจะแย่ สืบเนื่องจากวิกฤตด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีน และสหรัฐอเมริกากำลังจะขึ้นดอกเบี้ย อีกทั้งสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน และสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส จะทำให้น้ำมันมีราคาสูงขึ้น

นายพิชัย กล่าวต่อว่า ดังนั้น หากเรามีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลจะทำให้เห็นว่าอีก 5-6 เดือน จะเกิดปัญหาขึ้น และนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตก็จะออกมาเหมาะพอดีกับจังหวะที่เศรษฐกิจโลกกำลังจะมีปัญหา ตนมองว่านโยบายนี้จะช่วยประคองเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไปได้ เราอยากเห็นเศรษฐกิจไทยโต 5 เปอร์เซ็นต์ โดยตรงนี้เราจะต้องมาพิจารณาว่างบประมาณสำหรับการทำนโยบายนี้จะเอามาจากที่ไหน ซึ่งตนคิดว่าที่จริงแล้ว ตามเหลักเศรษฐศาสตร์ ถ้าเราใช้เงินเก่า มันจะไม่กระตุ้น แต่ถ้ามีเงินจากภายนอกเข้ามา จะกระตุ้นได้ ดังนั้น เงินที่จะนำมาใช้ตรงนี้บางส่วนจะเป็นเงินงบประมาณ และมีบางส่วนมาจากเงินนอกงบประมาณ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่ารัฐบาลจะต้องออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินเพื่อนำเงินมาใช้เรื่องนี้ นายพิชัย กล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องนี้ ต้องสอบถามกับทาง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แต่สิ่งที่ตนกล่าวข้างต้นเป็นหลักเศรษฐศาสตร์ทั่วไปที่ว่า ถ้าเรานำเงินเก่ามาใส่ ก็จะไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ จึงควรนำเงินข้างนอกบ้าง ข้างในบ้าง ซึ่งจะช่วยเพิ่มเงินในระบบหมุนเวียนและทำให้กระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้าเรามองย้อนหลัง 5 เดือน จะเห็นว่าภาวะเงินเฟ้อของไทยมีปัญหามาก ต่ำมาก ซึ่งไม่ได้หมายความว่าดี อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯโต 3-4 เปอร์เซ็นต์ และของยุโรปกับอังกฤษอยู่ที่ 5-6 เปอร์เซ็นต์ แต่ของไทยถ้าดู 5 เดือนย้อนหลัง พบว่าอยู่ 0.2-0.8 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแปลว่ากำลังซื้อของเราหดตัวลง ไทยกำลังจะกลายเป็นเหมือนจีนที่เงินเฟ้อติดลบ ซึ่งแปลว่าประชาชนไม่มีกำลังซื้อ แม้มีการลดราคาก็ตาม

Advertisement

“นี่จึงถือเป็นปัญหา หากเราไม่สังเกตให้ดี ก็จะคิดว่าประเทศไทยไม่มีปัญหา ทั้งที่จริงแล้วมีปัญหา ภาวะเงินเฟ้อที่อัตราถือว่ามีปัญหา ดังนั้น การนำนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตเข้ามากระตุ้นให้เศรษฐกิจของไทยกระเตื้องขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็น” นายพิชัย กล่าว

เมื่อถามว่า มีนักวิชาการหลายคนบอกว่าเงินที่หมุนเวียนในตลาดมีน้อยมาก นายพิชัย กล่าวว่า จำเป็นต้องอัดเงินเข้าไปในตลาดให้เกิดการหมุนเวียน โดยหลักการทางเศรษฐศาสตร์ ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบใดก็ตาม ตนคิดว่าเราต้องมองอะไรใหญ่ๆ มองมุมกว้าง และมองในมุมที่ว่าทำแล้วเกิดผลทันที ในมุมมองของตนนั้นคิดใหญ่ทำเป็นซึ่งเป็นหลักการของพรรคเพื่อไทย (พท.)

นายพิชัย กล่าวว่า ตอนนี้ถ้าดูตัวเลขเศรษฐกิจ หุ้นตก หุ้นไทยอยู่คงที่มา 10 ปีแล้ว สมัยรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็อยู่ที่ 1,400 จุด ตอนนี้ยังอยู่ที่ 1,400 จุด มันไม่ไหว เพราะเรามีปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจไม่โต ซึ่งนี่เป็นความจริง ตนไม่ได้ใส่ร้าย แต่ต้องเอาความจริงมาพูดกัน และเรามีหนี้สาธารณะ 11 ล้านล้านบาท แต่เศรษฐกิจไทยโตแค่ 1 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ ดังนั้น ต่อไปนี้เราจะต้องทำให้ดีขึ้น แต่จะดีอย่างไรนั้นนี่คือสิ่งที่เราอยากให้เห็น นายกรัฐมนตรีวิ่งตะลอนเพื่อชวนนักลงทุนเข้ามาในไทย ซึ่งตรงนี้สำคัญ 9 ปีที่ผ่านมา แทบไม่มีการเข้ามาลงทุนเลย ดังนั้น นายกฯ กรุณาเสียสละวิ่งไปต่างประเทศเพื่อหานักลงทุนเข้ามา นี่เป็นสิ่งที่ถูกต้อง และต้องเร่งทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้น ตนเชื่อว่ามีหลายบริษัทจากต่างประทเศที่ติดต่อเข้ามาว่าอยากลงทุนและจะต้องทำอย่างไร เพราะหลังจากเปลี่ยนรัฐบาลแล้ว และนายกรัฐมนตรีเป็นคนที่มาจากภาคธุรกิจ มีความรู้ความชำนาญทางธุรกิจและเศรษฐกิจ ทำให้บริษัทต่างๆ มีความมั่นใจมากขึ้น และอยากมาลงทุนในไทย ตอนนี้สัญญาณค่อนข้างดี แต่ภาวะเศรษฐกิจโลกอาจไม่เอื้ออำนวย จึงต้องหาทางว่าจะทำอย่างไรให้เราสามารถฝ่าฟันอุปสรรคของเศรษฐกิจโลกในภาวะเช่นนี้ แล้วดูว่าสุดท้าย หลังจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวแล้ว เศรษฐกิจของไทยจะก้าวเดินต่อไปอย่างไร

เมื่อถามว่า การทำงานของคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีจะช่วยให้นายกรัฐมนตรีเบาใจและดำเนินนโยบายได้ลื่นไหลหรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ที่ปรึกษานายกฯ แต่ละคนเป็นผู้มีความรู้และมีศักยภาพ อาทิ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร มีความชำนาญหลายด้าน ขณะที่ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก มีความรู้ความชำนาญด้านความมั่นคงซึ่งจำเป็นสำหรับประเทศไทย ทั้งนี้ เราจะต้องดูว่านายกรัฐมนตรีจะให้การบ้านมาอย่างไร และจะแจ้งนโยบายอย่างไร แล้วเราจะดำเนินการให้สอดคล้องกับรัฐบาลเพื่อให้ประสบความสำเร็จ

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image