ปลัดกลาโหม ลั่น อย่าพูดไม่มี ‘เกณฑ์ทหาร’ ทำระบบกำลังสำรองพัง ชี้ลดกำลังพลอิงภัยคุกคาม

ปลัดกลาโหม ลั่น อย่าพูดไม่มี ‘เกณฑ์ทหาร’ ทำระบบกำลังสำรองพัง ชี้ลดกำลังพลอิงภัยคุกคาม จับตา ‘ทะเลจีนใต้-คาบสมุทรเกาหลี’ กระทบไทยแน่ เผยทำแผนปรับโครงสร้างกองทัพ เชื่อมปี 70-80

เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 เพื่อพิจารณางบของกระทรวงกลาโหม วงเงิน 198,562.9 ล้านบาท

พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ตอบคำถามคณะกรรมาธิการฯ ถึงการปรับลดขนาดของกองทัพว่า การปรับขนาดกองทัพให้เล็กลง จะกระทบต่อกำลังพลทุกระดับชั้น ซึ่งการปรับลดในแบบของกระทรวงกลาโหมดำเนินการมาโดยตลอดตั้งแต่ชั้นนายพล นายพลประจำ ทำมาตั้งแต่ปี 2551 และกำลังพลทั้งหมดก็ทำมาเช่นกันตั้งแต่ปี 2552 ก็ลดลงไปเรื่อยๆ และขณะนี้ยังทำอยู่ แต่แผนจะไปสิ้นสุดปี 2571

“ตอนนี้กระทรวงกลาโหมกำลังทำแผนปรับโครงสร้างกองทัพ มี 2 ระยะคือ เร่งด่วน 2568-2570 และระยะ 2571-2580 จะวางยุทธศาสตร์ไว้ เมื่อปรับโครงสร้างเสร็จ ลดคนเพิ่มเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นมาเช่น โดรน เพราะลดการใช้คน ต้องมีระบบการตรวจการตามแนวชายแดน ที่ผ่านมาก็ทำให้ผลการจับยาเสพติดเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกองทัพภาคที่ 3 เพิ่มขึ้นหลายเท่า เพราะเราใช้ระบบเฝ้าตรวจเทคโนโลยีขึ้นมา การขนยาเสพติดมาหลายช่องทางมาเป็นกองทัพมด และสถานการณ์การสู้รบในประเทศเพื่อนบ้าน มีเรื่องชนกลุ่มน้อยต่างๆที่ต้องการใช้เงินอัตรายาเสพติดก็เพิ่มขึ้น และไหลมาในบ้านเรา เราต้องสู้ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้าไป ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ” ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าว

Advertisement

พล.อ.สนิธชนก กล่าวอีกว่า ในส่วนของเรื่อง การยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ขณะกองทัพลดความต้องการลงทหารเกณฑ์ลง โดยคำนึงถึงถึงภัยคุกคาม และวางเป็นเปอร์เซ็นต์ไว้ ดังนั้นการสมัครใจต้องโดยสมบูรณ์ คือไม่ต้องเกณฑ์โดยสมบูรณ์ อย่าไปพูดว่าไม่มีเกณฑ์ทหาร มันต้องมีทหาร เพราะระบบกำลังสำรองของประเทศไทย มาจาก 2 ส่วนคือทหารเกณฑ์ เป็นเฉลี่ย 2 ปี แล้วปลดเขาเรียกทหารกองเกิน และ นักศึกษาวิชาทหาร หรือรด. ถ้าไม่เกณฑ์ทหารก็ไม่มีรด. ทั้งนี้ รด.ปี 5 เมื่อยามศึกสงครามเขาจะเป็นผู้หมวดคุมทหารเช่นเดียว รด.ปี 3 เป็นนายสิบ นี่คือระบบกำลังสำรองของประเทศไทย การลดทหารเกณฑ์โดยการลดความต้องการและเพิ่มการสมัครใจตามนโยบายของรมว.กลาโหม แรงจูงใจจะต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเพิ่งเซ็น MOU ไปกับกระทรวงศึกษาธิการ เปิดโอกาสให้ทหารใหม่

ส่วนเรื่องสัดส่วนปรับปรุงโครงสร้างใหม่ ลดกำลังพล หันมาใช้เทคโนโลยี ก็ต้องดูภัยคุกคามซึ่งการเตรียมกำลังต้องดูภัยคุกคามจากประเทศรอบบ้านและสถานการณ์โลกซึ่งภัยคุกคามที่ต้องระมัดระวังซึ่งมีผลกระทบกับประเทศไทยแน่นอน ทะเลจีนใต้คือคาบสมุทรเกาหลี

สำหรับโครงการเออรี่ปัจจุบัน กลาโหม มี 2 แบบซึ่งมีอยู่แล้วคือการเออรี่ทหารชั้นนายพลได้รับแต่ยศ และ เออรี่ทุกชั้นยศ ทำมาตลอดประมาณ 3-5 ปีเพื่อชักจูงคนเข้ามาเออรี่

“ย้ำว่าหากลดกำลังพลต้องปรับโครงสร้างก่อน ผมยืนยันว่ากำลังทำอยู่โครงสร้างระยะยาวเชื่อมจากปี 2571 ไปจนถึงปี 2580 ในทุกระดับชั้น” ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าว

ส่วนโครงการเออรี่ที่ได้ทั้งเงินและเลื่อนยศ ซึ่งทำในปี 2568 -2570 ขณะนี้ได้ผ่านที่ประชุมเห็นชอบแล้วจากส่วนราชการต่างๆ ขั้นต่อไปเข้าสภากลาโหมและครม.เพราะใช้งบประมาณปีละ 200 ล้านจำนวน 3 ปี รวม 600 ล้าน แลกกับ 4 พันล้าน ก็ต้องถามว่าคุ้มหรือไม่ จะมาบอกว่าปรับลดกำลังคนอย่างเดียวพูดง่าย แต่ต้องดูขวัญกำลังใจด้วยและเพื่อให้รวดเร็วอันนี้คือแนวทางและก็เน้นกำลังพลที่มียศสูงให้มีทางระบายออกไปแล้วเราก็ปิดตำแหน่ง

พล.อ.สนิธชนก กล่าวชี้แจงถึงสวัสดิการเชิงธุรกิจกองทัพ ว่า อะไรที่ เป็นสวัสดิการทหารทั้งสิ้น ถ้าเข้าข่ายสวัสดิการเชิงธุรกิจทั้งสิ้น เพราะมีข้อกำหนด เช่น พื้นที่อยู่ใกล้ถนน ติดถนน เข้าซอยหลักระยะเท่าไหร่ ตามระเบียบของกระทรวงการคลังและกรมธนารักษ์และเป็นนโยบายต้องทำเป็นสวัสดิการเชิงธุรกิจ นำเงินส่งกระทรวงการคลัง ยืนยันว่ากำลังทำและมีที่ทำเสร็จไปแล้วในหลายส่วนก็ต้องทำให้หมด ซึ่งจะต้องทำร่วมกับกรมธนารักษ์

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image