เปิดสาระร่างกม.แผนและขั้นตอนปฏิรูปประเทศ- หน่วยงานรัฐไม่ทำถามแผน มีสิทธิตกเก้าอี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุม สนช. ในวันที่ 20 เมษายนนี้ จะมีวาระการพิจารณาร่างพ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ และ ร่างพ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาตินั้น สำหรับร่างพ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ มีสาระสำคัญเพื่อให้การปฏิรูปประเทศบรรลุเป้าหมายที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และยุทธศาสตร์ชาติ โดยจะต้องมีแผนขั้นตอน วิธีการ ระยะเวลาที่ต้องดำเนินการในแต่ละด้าน รวม 11 ด้าน และจะมีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศในแต่ละด้านขึ้นมาทำหน้าที่จัดทำร่างแผนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งในแต่ละคณะจะประกอบด้วย ประธานคณะกรรมการหนึ่งคน กรรมการปฏิรูปจำนวนไม่เกิน 14 คน มีวาระ 5 ปี โดยให้ครม.เป็นผู้แต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่กฏหมายบังคับใช้ จากนั้นให้ที่ประชุมร่วมกันของประธานคณะกรรมการปฏิรูปทุกคณะกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขการร่างแผนปฏิรูปให้เสร็จใน 30 วันเพื่อเสนอให้คณะกรรมยุทธศาสตร์ชาติให้ความเห็นชอบภายใน 15 วัน ส่วนการจัดทำร่างแผนการปฏิรูปประเทศนั้น กำหนดให้คณะกรรมการปฏิรูปแต่ละด้านต้องทำให้เสร็จภายใน 90 วัน และนำเสนอที่ประชุมร่วมของประธานกรรมการปฏิรูปทุกคณะ ให้ความเห็นชอบใน 30 วัน จากนั้น ให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติพิจารณาภายใน 30 วัน ก่อนส่งให้ครม.เห็นชอบภายใน 30 วัน และต้องเสนอให้รัฐสภาทราบก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ขณะที่ การติดตาม การตรวจสอบ และการประเมินผล กำหนดให้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศแต่ละด้านประสานงานกับหน่วยงานของรัฐหรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัดเพื่อปรับปรุงการทำงานของหน่วยงานรัฐฝ่ายบริหาร ซึ่งในกรณีที่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันกันกับหน่วยงานรัฐได้ ให้แจ้งเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเพื่อพิจารณา และเมื่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติมีมติประการใดแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น แต่ถ้าเป็นกรณีขององค์กรนิติบัญญัติ ตุลาการ องค์กรอิสระ หรือองค์กรอัยการ ให้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศประสานงานไปยังหัวหน้าหน่วยงานขององค์กรดังกล่าวเพื่อแก้ไขต่อไป โดยไม่ต้องทำหนังสือไปถึงคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ

ชง นายกฯ นั่งตัวโต๊ะ คุม “ยุทธศาตร์ชาติ” มีโควต้า ผบ.4 เหล่าทัพร่วม หากพบหน่วยงานรัฐไม่เดินตามแผนมีสิทธิถูกฟันตกเก้าอี้ได้

ขณะที่ ร่างพ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ มีสาระสำคัญเพื่อให้ยุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ไม่น้อยกว่า 20 ปีเพื่อใช้บังคับโดยหน่วยงานของรัฐทุกหน่วย ขณะที่นโยบายของครม.ก่อนเข้าบริหารประเทศก็ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้วยเช่นกัน สำหรับที่มาของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ให้ประกอบด้วย นายกฯ เป็นประธาน ขณะที่กรรมการ ประกอบด้วย ประธานสภาฯ ประธานวุฒิสภา รองนายกฯ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ. 4 เหล่าทัพ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ประธานกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประธานสภาหอการค้าไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศ และประธานสมาคมธนาคารไทย เป็นกรรมการ นอกจากนี้ ยังให้ครม.แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละด้าน อีกไม่เกิน 14 คน มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี ให้เสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ใช้พ.ร.บ.ฉบับนี้ อีกทั้งยัง ให้คณะกรรมการฯ แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านต่างๆอีก ให้เสร็จภายใน 30 วัน และต้องทำร่างยุทธศาสตร์ชาติเบื้องต้นให้เสร็จภายใน 120 วัน โดยใช้ร่างยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ตามมติครม.เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 มาเป็นหลักการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และเมื่อคณะกรรมการฯพิจารณาร่างยุทธศาสตร์ด้านต่างๆแล้วให้เสนอต่อครม.ภายใน 30 วัน และให้ครม.พิจารณา เสนอต่อสนช.อีกภายใน 30 วัน โดยกำหนดให้สนช.มีเวลาอีก 30 วัน ทันทีที่ สนช.ให้ความเห็นชอบแล้ว ให้นายกฯ ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับร่างจากสนช.

หากในกรณีที่หน่วยงานของรัฐ ไม่ทำตามยุทธศาสตร์ชาติ ให้คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติรายงานต่อ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อเสนอต่อ ครม.ทราบ และสั่งการ ส่วนในกรณีสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา เห็นว่าผลการดำเนินการของหน่วยงานรัฐ ไม่เป็นไปตามตามยุทธศาสตร์ชาติ หรือแก้ไขให้สอดคล้อง สามารถมีมติส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการกับหัวหน้าส่วนราชการนั้นๆใน 1 ปี หาก ป.ป.ช.มีมติว่า ข้อกล่าวหามีมูล ให้ผู้บังคับบัญชา ของผู้ถูกกล่าวหานั้น สั่งให้ผู้นั้น พักราชการ หรือพักงาน หรือสั่งให้ออกจากราชการ หรือออกจากงานไว้ก่อน หรือสั่งให้พ้นจากตำแหน่งต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ร.10 ส่งพระราชสาส์นเสียพระราชหฤทัยไปยังปธน.อียิปต์ กรณีเหตุระเบิดในเมืองตอนตอ-อะเล็กซานเดรีย
บทความถัดไป“วิษณุ” ชี้ จะหั่นวาระกำนัน – ผญบ. หรือไม่ ต้องให้มท.ศึกษาก่อน