บิ๊กตู่ ขอบคุณสหรัฐฯเตือน ลั่น ไทยต้องปลอดค้ามนุษย์ บอกใครอ้างนายกฯเพิ่มโทษ3เท่า

นายกฯ เปิดงานวันต่อต้านการค้ามนุษย์ปี 60 ย้ำแก้ปัญหาครบวงจร ขอทุกภาคส่วนร่วมมือทำประเทศไทยปลอดค้ามนุษย์ อย่าทะเลาะกันเอง ระบุเพิ่มโทษไม่แก้ปัญหาต้องทำให้เข็ดหลาบ กำชับ จนท. ทำสำนวนเข้ม ใครอ้างเส้นนายกฯ เพิ่มโทษ 3 เท่า

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 มิถุนายน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดงานวันต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2560 พร้อมมอบรางวัลผู้ปฏิบัติงานหน่วยงานและสื่อมวลชนดีเด่น ด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และผู้ชนะรางวัลการประกวดภาพวาดเด็กและเยาวชน หัวข้อประเทศไทยปลอดภัยจากการค้ามนุษย์ โดยมีพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เอกอัครราชทูต และผู้แทนสถานทูตต่าง ๆ องค์การระหว่างประเทศ หน่วยงานภาครัฐ เอกชนเข้าร่วมงาน

โดยนายกฯกล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ตลอด 3 ปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดำเนินการ การป้องกัน เพราะปัญหาการค้ามนุษย์เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ และโลก ทุกคนตระหนักดีถึงความซับซ้อนของปัญหา และมีความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้รัฐบาลไทยได้ประกาศให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันต่อต้านการค้ามนุษย์ ซึ่งตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา รัฐบาลได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงภัยร้ายแรง โดยทุกคนทราบดีว่าการพัฒนาการค้ามนุษย์มีอย่างต่อเนื่อง ยิ่งรัฐแก้ปัญหามากเพียงใดก็มีการพยายามหาวิธีอื่นมาดำเนินการ วันนี้การแก้ปัญหาต้องทำให้ครบวงจรโดยคำนึงถึงโจทย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพราะปัจจัยของโลกมีการเปลี่ยนแปลง มีการพัฒนาหลายรูปแบบ มีการแอบแฝงมาในรูปธุรกิจการค้า และการบริการต่าง ๆ แม้เราจะมีกฎหมายมากมายเพียงใด ถ้าทุกคนไม่มีจิตสำนึก โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจ มุ่งหวังแต่ผลกำไร มุ่งหวังแต่เรื่องของธุรกิจการค้าก็ไม่มีวันแก้ได้ เพราะการบังคับใช้กฎหมายเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ สิ่งสำคัญต้องมีการสร้างจิตสำนึก ดูแลผู้มีรายได้น้อย ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นขอทาน โสเภณี แรงงาน ทุกคนต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง และแนวคิดให้ทันสังคมโลก

นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับทุกเรื่องที่เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องการประกอบอาชีพ การเพิ่มรายได้ การเปลี่ยนแปลงอาชีพ การกวาดล้างการทุจริต การค้ามนุษย์ ความผิดของเจ้าหน้าที่ กฎหมายที่ไม่ทันสมัย ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหา ซึ่งศาสนามีส่วนสำคัญ เพราะที่ผ่านมาเราไม่ค่อยให้ความสำคัญกับผู้ที่เสียหาย เน้นแต่เพียงการจับกุม รัฐบาลจะต้องแก้ไขปัญหาให้ได้โดยเร็ว และไม่สร้างปัญหาเพิ่ม ซึ่งการทำงานต้องแก้ปัญหาเดิม และไม่สร้างปัญหาใหม่ขึ้นมา อย่างไรก็ตามต้องระมัดระวังเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งอย่างน้อยต้องทำให้ประเทศไทยปลอดจากการค้ามนุษย์ และสามารถปฏิบัติตาม มาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมาย TVPA (ทิปป้า) ในการจัดระดับในรายงานประจำปีสถานการณ์การค้ามนุษย์ หรือ TIP Report เราต้องทำให้ต่างชาติเห็น อย่ามามัวทะเลาะกันเอง รัฐบาลต้องเร่งขับเคลื่อนการทำงานอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน พร้อมคาดหวังให้รัฐบาลต่อไปดำเนินการต่อ และปัญหาไม่กลับมาอีก

“เราต้องทำให้ได้ ทะเลาะกันเองอยู่ได้ อายเขาไหม เพราะ 3 ปีที่ผ่านมาเราแก้ปัญหามาตลอดและต้องทำให้ดีที่สุด และกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ทำหลายอย่างทั้งแก้ไขนิยาม บทลงโทษให้คนเหล่านี้เข็ดหลาบ ไม่ให้เข้าวงจรเหล่านี้อีก ทุกคนทั้งเจ้าหน้าที่ เหยื่อ ต้องช่วยกัน แม้จะยึดทรัพย์สินได้มาก แต่ผมไม่ดีใจ ต้องยึดให้มากกว่านี้ ยึดให้เลิกกันไปเลย หลายคนอยู่ในวงจรแบบนี้มาตลอด หากรัฐบาลใดไม่ให้ความสำคัญมันก็จะกลับมาอีก การเพิ่มโทษเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำคดีการทำคดียิ่งมากไม่ใช่ยิ่งยุติ แต่ต้องยิ่งจับต้องยิ่งน้อยลง หรือจับเพิ่มแล้วจับให้หมด และการทำสำนวนต้องไม่ละเลย ไม่หลุดไปได้ แล้วคนไปกล่าวอ้าง ใครบอกมีเส้น ไม่มี ยิ่งเส้นนายกฯ ให้เพิ่มไป 3 เท่าเลย เส้น คสช.ก็เหมือนกัน” นายกฯกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หากพบการใช้แรงงานผิดกฎหมายในธุรกิจจะต้องปิดโรงงานทันที ไม่อย่างนั้นจะมีปัญหาตลอด แต่หากแรงงานไม่พอกระทรวงแรงงานพร้อมจัดสรรให้เพิ่มเติม

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนขอบคุณสหรัฐอเมริกาที่เตือนเรื่องการค้ามนุษย์มา ซึ่งใครเตือนมาตนก็ทำหมด ส่วนการทำประมงผิดกฎหมายตนก็ต้องจับ ขณะที่ประมงพื้นบ้านก็ต้องดูแล ทั้งที่อยู่อาศัยและชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้เขาเข้ามาอยู่ในวงจรการค้ามนุษย์

“เราทำงานต่อเนื่องแต่ยังมีความท้าทาย ความคาดหวัง ความกดดัน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันทำงาน กฎหมายก็ต้องตีความให้ถูกต้อง เป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องถือกฎหมาย อย่าให้นักการเมืองเข้ามาพูดว่ามีกฎหมายอยู่แล้ว แต่นักการเมืองไม่เกี่ยว เพราะรัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบ ขณะเดียวกันสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ต้องดำเนินคดีทั้งอาญาและวินัยกับเจ้าที่ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ผมไม่ปล่อยปะละเลย และสนับสนุนแผนงานงบประมาณอยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากให้หน่วยงานรัฐวาดความหวังว่า 3 ปีจะทำอะไรบ้าง เพื่อให้ประชาชนรับรู้และร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ และถ้าแก้ปัญหาไม่ดีผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบด้วย ไม่ใช่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชารับผิดชอบฝ่ายเดียว รวมทั้งการบันทึกข้อมูลของแต่ละหน่วยงานต้องทันสมัยและสอดคล้องกัน เพื่อให้เข้ากับไทยแลนด์ 4.0 อีกทั้งต้องประชาสัมพันธ์ภัยแฝงที่มากับค้ามนุษย์ด้วย เพื่อแจ้งเตือนประชาชนทุกคน

ลั่นจับขบวนการค้าอาวุธลงโทษ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอให้มีการปฏิรูปได้เลือกตั้งต้องได้คนดีนั่นคือความกังวลของตนตนไม่ได้ชี้นำใครเลย ชี้นำไม่ใช่ชี้นำไปในทางที่ไม่ดี ชี้นำไปสู่การเลือกตั้ง ขอให้ทุกคนช่วยทำให้ได้คนดี ส่วนองค์กรทหารของตนจะไม่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำ การทำงานต้องถูกต้องมีประสิทธิภาพ เรื่องของขบวนการค้าอาวุธต้องจับมาลงโทษให้หมด ขอคนไทยอย่ายกมือไหว้แค่หวังสวดมนต์ให้ตัวเอง ผิดหวังเมืองเมืองไทยนับถือศาสนาพุทธ แต่มีเหตุฆาตกรรมสามเณร

นายกฯกล่าวถึงเหตุการณ์สามเณรถูกฆาตกรรม พร้อมนำศพไปโบกปูน “บ้านเรานับถือศาสนาพุทธ 90 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง วันนี้ไม่อยากให้เป็นเรื่องแค่ยกมือไหว้ ไม่เพียงแต่สวดมนต์ให้แต่ตัวเอง ต้องสวดมนต์ให้คนอื่นด้วย”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชมแฟชั่นคู่รัก ‘หมาก-คิม’ ถ่ายแบบฮอตฉ่ากันถึงมัลดีฟส์
บทความถัดไปศธ.ผนึกซีจีเอช เพิ่มทักษะสายอาชีพนักเรียนประถม นำร่อง 50 โรง ใน 7 จังหวัด