เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีชายหญิงหลายคนเลือกที่จะอยู่เป็นโสด แต่ต้องการมีลูกเพื่อสืบสกุล เป็นที่พึ่งพิงในยามแก่เฒ่า หรือแม้แต่คู่รักเพศเดียวกันก็ต้องการมีลูกเพื่อการเป็นครอบครัว โดยอาศัยหญิงอื่นตั้งครรภ์แทน หรืออุ้มบุญ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 ที่กำหนดให้การอุ้มบุญต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (กคทพ.)
“ผู้ที่มีสิทธิขออนุญาตจะต้องเป็นคู่สมรสชาวไทยที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย หากเป็นชาวไทยที่สมรสกับชาวต่างชาติจะต้องจดทะเบียนสมรสไม่น้อยกว่า 3 ปี ห้ามคู่สมรสซึ่งเป็นชาวต่างชาติทั้งคู่ หญิงโสด ชายโสด หรือคู่สมรสเพศเดียวกันห้ามทำ โดยหญิงที่รับตั้งครรภ์แทนจะต้องมีสัญชาติไทยและเคยมีบุตรมาแล้ว หากเป็นหญิงโสดไม่สามารถรับตั้งครรภ์ได้ โดยสามารถใช้ 2 วิธี คือ ใช้อสุจิและไข่ของคู่สมรสที่ต้องการมีบุตร หรือใช้อสุจิหรือไข่ของคู่สมรสกับไข่หรืออสุจิบริจาค ห้ามใช้ไข่ของหญิงที่รับตั้งครรภ์เด็ดขาด หากชายโสด หญิงโสด หรือคู่รักเพศเดียวกัน ฝ่าฝืนลักลอบอุ้มบุญ จะมีโทษตามกฎหมาย”นพ.ธงชัย กล่าว
นอกจากนี้ นพ.ธงชัย กล่าวต่อไปว่า เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย ขอให้ทุกฝ่ายนำหลักการ “8 ห้าม 3 มี 3 ขอ” ไปใช้ก่อนดำเนินการใดๆที่เกี่ยวกับการอุ้มบุญ ดังนี้ 8 ห้าม ได้แก่ 1.ห้ามเลือกเพศ 2.ห้ามซื้อ ขาย นำเข้า ส่งออก ไข่/อสุจิ/ตัวอ่อน 3.ห้ามรับจ้างตั้งท้อง 4.ห้ามโฆษณา 5.ห้ามโคลนนิ่ง 6.ห้ามมีคนกลาง 7.ห้ามคู่สมรสต่างชาติทั้งคู่ ชาย/หญิงโสด คู่รักเพศเดียวกัน และ8.ห้ามปฏิเสธการรับเด็กที่เกิดจากการตั้งครรภ์แทน 3 มี ได้แก่ 1.สถานพยาบาลมีการรับรองมาตรฐานตามกฎหมาย 2.มีแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ได้รับการรับรองจากแพทยสภา และ3.มีเครื่องมืออุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน
“ส่วน 3 ขอ ได้แก่ 1.ขออนุญาตเปิดเป็นสถานพยาบาลที่ให้บริการเทคโนโลยีฯ กับ สบส. 2.ขออนุญาตให้มีการตั้งครรภ์แทนจาก กคทพ. และ 3.ขออนุญาตให้มีการวิจัยตัวอ่อนที่เหลือใช้จากการบำบัดรักษาภาวะมีบุตรยากของสามีและภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมายจาก กคทพ.ทุกครั้ง หากผู้ใดมีข้อสงสัย หรือปัญหาเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ฯ สามารถสอบถามได้ที่กลุ่มคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ชั้น 5 สบส. โทร.0 2193 7000 ต่อ 18418 หรือ 18419” นพ.ธงชัย กล่าว

