เดือนกรกฎาคมผ่านพ้นเดือนสิงหาคมขยับเข้ามา
รัฐบาลอนุทิน 2 พบกับมรสุมลูกใหม่ที่โหมเข้าใส่
นั่นคือ ข่าวคราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ภายในพรรค โดยเฉพาะความสัมพันธ์ 2 น. กับ 1 พ.
หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล ครูใหญ่เนวิน ชิดชอบ และ พิพัฒน์ รัชกิจประการ
ต้องยอมรับว่าทั้ง 3 คนเป็นกำลังสำคัญของพรรคภูมิใจไทย และผลักดันให้พรรคภูมิใจไทยขึ้นสู่จุดสูงสุด
เป็นแกนนำรัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรี
แต่ปรากฏข่าวในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า 2 น. กับ 1 พ. เริ่มมีรอยร้าว
กระแสที่สะพัดทวีความแรงเป็นลำดับ กระทั่งต้องโพสต์รูปถ่าย 3 คน
ยืนยันความกลมเกลียว
หลังจากปฏิเสธข่าวแตกร้าวของแกนนำไปไม่นานก็ปรากฏข่าวใหม่ขึ้นมาอีก
เป็นข่าวที่สืบสาวเอาจากโพสต์ของซ้อต่ายที่พาดพิงไปถึงคนเหลี่ยมจัด
โพสต์ที่ปรากฏทำเอาแวดวงการเมืองเหลียวมามองเรื่องรอยร้าวภายในพรรคกันอึดใจหนึ่ง
กระทั่งมีข่าวว่า สาเหตุไม่น่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ 2 น. กับ 1 พ. แต่เป็นข่าวดีลการเมืองอันใหม่
ข่าวคราวจึงสะพัดพาดพิงไปถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม พาดพิงไปถึง ทักษิณ ชินวัตร ที่เดินทางไปต่างประเทศ
ผนวกรวมเอาว่ามีการดีลการเมืองเพื่อเขย่ารัฐบาลอนุทิน 2
เมื่อกระแสข่าวสะพัด การปฏิเสธข่าวก็เกิดขึ้น
ร.อ.ธรรมนัสยืนยันว่าไปต่างประเทศไม่ได้พบนายกฯทักษิณ พรรคเพื่อไทยยืนยันไม่มีดีลตามที่เป็นข่าว
ขณะที่นายกฯอนุทินอำกลับ เขียวผสมแดงคือน้ำเงิน
น่าสังเกตอีกว่าจังหวะเดียวกันนั้นข่าวคราวการปรับ ครม.ก็ปะทุขึ้นมา
เรื่องนี้นายกฯอนุทินปฏิเสธแทบจะทันที
หนึ่ง คือ ปฏิเสธว่าไม่ดึงพรรคการเมืองใดมาเติมเสียงให้รัฐบาล
หนึ่ง คือ ยังไม่ถึงเวลาที่จะปรับ ครม.
สอดคล้องกับ ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ที่ขอเวลาให้รัฐมนตรีทำงานเพิ่ม
ในทรรศนะของไชยชนกแล้วเห็นว่า รัฐบาลทำงานมา 4 เดือน มีผลงานเยอะ อยากให้ทำงานกัน 1 ปีแล้วค่อยปรับ ครม.
แม้เรื่องระยะเวลาจะเป็นความคิดเห็น แต่ความสอดคล้องกันเรื่องยังไม่ถึงเวลาปรับ ครม.ถือว่าหนักแน่น
เชื่อว่าหากจะปรับ ครม.จริง ต้องมีสาเหตุมากกว่านี้
น่าสนใจที่กระแสข่าวการเมืองช่วงนี้ซัดกระหน่ำใส่รัฐบาลอนุทิน 2 อย่างมาก
โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่เป็นแกนนำรัฐบาลต้องเผชิญหน้ากับกระแสกดดันหนักขึ้น
แม้คดีฮั้ว ส.ว.ที่คราแรกดูจะไม่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย
แต่ด้วยปฏิบัติการของ ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน ผนวกกับปฏิบัติการของ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์
สุดท้ายได้ดึงเอาบรรดาบิ๊กเนมจากพรรคภูมิใจไทยเข้ามาพัวพัน
กระทั่งต้องมีการปกป้องสิทธิด้วยการแจ้งความ
ทั้งข่าวฮั้ว ส.ว. ทั้งข่าวร้าวภายในพรรคภูมิใจไทย ทั้งข่าวดีลใหญ่ทางการเมือง หรือข่าวปรับ ครม.
ล้วนเป็นมรสุมที่โหมกระหน่ำเข้าใส่รัฐบาลอนุทิน 2 อย่างเห็นได้ชัด
แต่ละข่าวที่ปรากฏล้วนกระจายสู่สังคม ทุกคนสามารถสดับฟังได้
หากแต่บางข่าวคนเชื่อไปแล้ว บางข่าวผู้คนไม่เชื่อถือ
ความเชื่อหรือไม่เชื่อย่อมเป็นสัญญาณที่รัฐบาลต้องสดับฟังอย่างจดจ่อ
เพราะนี่คือความเชื่อมั่นที่สังคมมีต่อรัฐบาล
ถ้าสังคมเชื่อมั่นในรัฐบาล ไม่ว่ามรสุมข่าวจะโหมกระหน่ำเข้าใส่เช่นไร
ย่อมไร้ผลกระทบต่อรัฐบาล
แต่ถ้าสังคมขาดความเชื่อมั่น แม้แต่ข่าวลือก็อาจกลายเป็นข่าวที่ผู้คนเชื่อถือได้
ข่าวร้าว ข่าวดีล ข่าวปรับ ครม. จึงเป็นสัญญาณ
สัญญาณที่วัดอารมณ์ของสังคม
ตรวจวัดความเชื่อมั่นรัฐบาล

