รัฐบาล แจง กทม.น้ำทยอยลดแล้ว บอกเคหะร่มเกล้าระบายแล้ว 30-70 ซม. ส่วนมีนบุรี-ประเวศ-สะพานสูง เปิดประตูระบายน้ำเพิ่มลงคลองแสนแสบ เตรียมรับมือฝนตกหนัก 2 ช่วง 5-11 ต.ค. สั่งขนเครื่องสูบน้ำปักหลัก 4 เขตเสี่ยง เคลียร์ขยะชิ้นใหญ่พื้นที่น้ำลดแล้วกว่า 1,400 ตัน เผย ยอดลงทะเบียนรับเงินเยียวยากว่า 4 หมื่นราย
เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 5 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ถึงสถานการณ์สภาพอากาศ ว่า ได้กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานครขณะนี้ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเส้นทางสัญจรไปมา ซึ่งเหลือเส้นทางที่ยังคงมีน้ำท่วมขังสูงอยู่คือบริเวณถนนฉลองกรุง ซึ่งประชาชนควรจะหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว ส่วนชุมชนเคหะร่มเกล้า ทางกรุงเทพมหานครได้ทำการระบายน้ำลดลงไปแล้วกว่า 30-70 เซนติเมตร โดยมีเป้าหมายในการระบายน้ำอย่างน้อยอยู่ที่ 25 เซนติเมตร/วัน
ส่วนในเขตมีนบุรี ประเวศ สะพานสูง ได้มีการเปิดประตูระบายน้ำเพิ่ม เพื่อที่จะผลักดันน้ำไปสู่คลองแสนแสบ ส่วนชุมชนสายไหมและออเงิน ได้นำเครื่องสูบน้ำมาจากเขตที่น้ำแห้งแล้วมาสมทบเพิ่มเติม รวมถึงใช้เรือผลักดันน้ำออกไปโดยคาดว่าน้ำจะแห้งภายใน 2 วัน

ขณะที่นายปริญญา จันทคุปต์ ผู้อำนวยการส่วนวิชาการจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ระดับน้ำเจ้าพระยาวันนี้มีการคาดการณ์สูงสุดที่ 1.72 เมตร ซึ่งจะต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำของกรุงเทพมหานคร ประมาณ 1.28 เมตร
ส่วนมาตรการเตรียมรับมือฝนตกหนัก 5-6 ตุลาคม และวันที่ 10-11 ตุลาคม 2569 นายปริญญากล่าวว่า กรุงเทพมหานครจะเร่งระบายน้ำในคลองสายหลัก เพื่อรับมือฝนที่จะเกิดขึ้น และเตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ไปประจำในจุดที่คาดว่าจะมีโอกาสเป็นจุดเสี่ยง เช่น พื้นที่เขตสายไหม เขตลาดกระบัง เขตคลองสามวา และเขตสะพานสูง
สำหรับพื้นที่น้ำลดแล้ว กรุงเทพมหานครได้จัดเก็บขยะลอยน้ำ ซึ่งที่ผ่านมาได้เก็บขยะชิ้นใหญ่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย รวม 1,400 ตันเศษ และปัจจุบันมีผู้ประสบภัยที่ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th ประมาณ 40,000 ราย โดยสิทธิการช่วยเหลือ ประกอบด้วย ค่าดำรงชีพ ค่าซ่อมแซมบ้าน และค่าอุปกรณ์ยังชีพ ซึ่งมี 3 เขตที่มีผู้ลงทะเบียนสูงสุด ได้แก่ เขตลาดกระบัง เขตสายไหม และเขตบางกะปิ


