‘อนุทิน’ เตรียมต้อนรับ ‘นายกฯติมอร์-เลสเต’ เยือนไทยครั้งแรกในรอบ 13 ปี สานสัมพันธ์-ยกระดับร่วมมือการค้า-การลงทุน-เกษตร-ความมั่นคงทางอาหาร-สาธารณสุข พัฒนาทรัพยากรมนุษย์
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เตรียมให้การต้อนรับ นายไก ราลา ชานานา กุชเมา นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 9-10 ต.ค.นี้ นับเป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต ครั้งแรกในรอบ 13 ปี นับตั้งแต่ปี 2556 และเป็นครั้งแรกภายหลังติมอร์-เลสเต เข้าเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อเดือน ต.ค.2568
นายเอกภพ กล่าวว่า การเยือนครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดบทใหม่ของความสัมพันธ์ไทย–ติมอร์-เลสเต และต่อยอดมิตรภาพอันดีระหว่างสองประเทศไปสู่ความร่วมมือที่ใกล้ชิดและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายจะหารือแนวทางยกระดับความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพและเป็นประโยชน์ร่วมกัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนา สาธารณสุข การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พลังงาน การท่องเที่ยว การทหารและความมั่นคง รวมถึงการส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชน ตลอดจนการเสริมสร้างความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียน
ทั้งสองฝ่ายจะผลักดันการจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคีระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการติดตามและขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อประเด็นระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศที่มีความสนใจร่วมกัน โดยเฉพาะภายหลังติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ไทยและติมอร์-เลสเตทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นในการเสริมสร้างความเข้มแข็งและความเป็นเอกภาพของประชาคมอาเซียน
นายเอกภพ กล่าวว่า สำหรับกำหนดการเยือน ในวันที่ 9 ก.ย.2569 นายกฯจะให้การต้อนรับ นายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต และคณะอย่างเป็นทางการ ที่ทำเนียบรัฐบาล และหารือข้อราชการเต็มคณะ พิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคี การแถลงข่าวร่วม และงานเลี้ยงอาหารกลางวันอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต และคณะ
“การเยือนครั้งนี้สะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับติมอร์-เลสเต และเป็นก้าวสำคัญในการสานต่อความสัมพันธ์สู่บทใหม่ ภายหลังติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน โดยไทยพร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับติมอร์-เลสเตอย่างใกล้ชิด พร้อมต่อยอดศักยภาพของทั้งสองประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการค้า การลงทุน การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนา สาธารณสุข การท่องเที่ยว และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และนำมาซึ่งประโยชน์ที่ยั่งยืนแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ ตลอดจนร่วมกันเสริมสร้างความเข้มแข็งของประชาคมอาเซียน“

