เพื่อไทย แถลงแนวทางช่วยเหลือ-ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย ผนึกกำลัง 5 กระทรวงและ กทม.เปิดระบบ Traffy Fondue ให้แจ้งขอความช่วยเหลือ ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า-ยานพาหนะฟรี นำร่อง 7 จว. เผยสภาฯ เตรียมพิจารณาร่าง กม.สำคัญ 3 ฉบับ 7 ต.ค.
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 6 ตุลาคม ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ชญาภา สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 8 พร้อมด้วย น.ส.ประภาพร ทองปากน้ำ ส.ส.สุโขทัย เขต 3 ในฐานะรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยและการดำเนินงานของพรรคเพื่อไทยในการช่วยเหลือประชาชน
น.ส.ชญาภา กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ พรรคเพื่อไทยมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ที่ผ่านมาได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานรวบรวมสิ่งของจำเป็น ถุงยังชีพ ข้าวสารอาหารแห้ง และน้ำดื่ม เพื่อแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด อาทิ สมุทรปราการ สระแก้ว ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา ปทุมธานี เขตลาดกระบัง สายไหมและดอนเมือง โดย ส.ส. และรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อประสานหน่วยงานเร่งสูบน้ำและบรรเทาความเดือดร้อน ทั้งนี้ แม้ในบางจุดระดับน้ำจะเริ่มลดลง แต่ปัญหาความเสียหายของบ้านเรือน เส้นทางคมนาคม ระบบไฟฟ้า รวมถึงปัญหาน้ำท่วมขังเน่าเสีย ยังคงส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยันจะร่วมดูแลประชาชนทั้งในช่วงวิกฤตและระยะฟื้นฟูหลังน้ำลด
ด้าน น.ส.ประภาพร กล่าวถึงภารกิจฟื้นฟูหลังน้ำลดว่า รัฐบาลได้ผนึกกำลังร่วมกันระหว่าง 5 กระทรวง และกรุงเทพมหานคร ภายใต้โครงการ “ซ่อม สร้าง สู้ภัยน้ำท่วม” โดยการประสานงานของนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งความต้องการขอความช่วยเหลือผ่านระบบ Traffy Fondue เพียงจุดเดียว (One Stop Service) ซึ่งจะส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบตามภารกิจหลัก ดังนี้ 1.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย เนคเทค (NECTEC) และ สวทช.ดูแลระบบกลาง Traffy Fondue ในการรับแจ้งเหตุและติดตามสถานะ พร้อมระดมกำลังพลและองค์ความรู้จากเครือข่ายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และมหาวิทยาลัยราชภัฏ เพื่อร่วมฟื้นฟูพื้นที่

น.ส.ประภาพร กล่าวต่อว่า 2.กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดทีมช่างบริการตรวจเช็ก ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า และยานพาหนะที่เสียหายจากน้ำท่วมฟรี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและช่วยให้ประชาชนกลับไปประกอบอาชีพได้เร็วขึ้น 3.กระทรวงศึกษาธิการ ระดมครูและนักศึกษาอาชีวศึกษาที่มีทักษะด้านงานช่าง ร่วมลงพื้นที่ตรวจเช็กและซ่อมแซมอุปกรณ์ต่างๆ ให้แก่ชุมชน
4.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดูแลกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง โดยส่งอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ลงพื้นที่สำรวจและให้ความช่วยเหลือครอบครัวที่ไม่สะดวกใช้งานสมาร์ตโฟน 5.กระทรวงกลาโหม สนับสนุนกำลังพล ทหารช่าง และวิศวกรอาสา ร่วมกับภาคีเครือข่ายในการทำความสะอาด ฟื้นฟูพื้นที่ และซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน 6.กรุงเทพมหานคร บริหารจัดการเร่งระบายน้ำ ทำความสะอาด คืนสภาพพื้นที่ และประสานการทำงานร่วมกับทีมช่างในพื้นที่
น.ส.ประภาพร กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการดังกล่าวได้เปิดจุดบริการนำร่องแล้วใน 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม และกาญจนบุรี ประชาชนสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ง่ายๆ ผ่าน LINE Official: @traffyfondue โดยเลือกเมนู “ซ่อม สร้าง สู้ภัยน้ำท่วม” พร้อมระบุรายละเอียดความเสียหาย แนบภาพถ่าย และพิกัดสถานที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าประเมินและช่วยเหลือ
นอกจากนี้ น.ส.ชญาภา ยังกล่าวถึงบทบาทในฝ่ายนิติบัญญัติว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมาสภาผู้แทนราษฎรได้มีการพิจารณาญัตติด่วนเกี่ยวกับแนวทางช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามที่นายวรวงศ์ วรปัญญา ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ได้เสนอเพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะส่งต่อไปยังคณะรัฐมนตรี
ขณะเดียวกัน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 7 ต.ค.นี้ จะมีวาระพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญ 3 ฉบับ ได้แก่ 1.ร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางบก 2.ร่าง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และ 3.ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น โดยพรรคเพื่อไทยจะร่วมพิจารณาร่างกฎหมายทุกฉบับอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง


