อนุทินจี้โอนทันที-ไม่ต้องรอน้ำแห้ง เร่งจ่ายเงินเยียวยา สั่งระดมกู้’ปราจีน-แปดริ้ว’ ห่วงขยะล้น-ให้บิ๊กคลีนนิ่ง กทม.ลั่นฟื้นร่มเกล้าใน 3 วัน ปภ.เตือนรับฝนถล่มถึง 13 ตุลา
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ว่า สถานการณ์การระบายน้ำโดยรวมดีขึ้น ที่หนักๆ คือจุดเดิมคือหมู่บ้านฟลอร่าวิลล์ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ที่เราเร่งระดมกำลังไปช่วยสนับสนุนนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.ตามคำขอ ส่วนต่างจังหวัดก็มี จ.ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สถานการณ์ก็เริ่มดีขึ้น เราก็เร่งที่จะไประบายน้ำออก
นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องของการทำบิ๊กคลีนนิ่งเมื่อน้ำลดแล้ว เศษขยะต่างๆ มันกีดขวางทางเข้าออกบ้านเรือนของประชาชน และอาจจะกีดขวางการจราจรบางพื้นที่ เราจะเร่งระดมทีมที่จะนำขยะเหล่านี้ไปยังที่ฝังกลบให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยา ที่ประชาชนจะได้รับในวันนี้เข้ากระเป๋าประชาชนแล้วหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า เริ่มทยอยเข้าไป ตอนนี้ 11,000 ครอบครัว ซึ่งในที่ประชุมก็ได้เร่งและย้ำแล้วว่าเราจะไม่รอจนสถานการณ์ผ่านไปแล้ว แล้วค่อยมารวบรวม แต่ขอให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติว่าผู้ที่จะได้รับจะต้องเข้าหลักเกณฑ์อย่างถูกต้อง เพราะเงินนี้เมื่อออกไปแล้วมันไม่กลับเข้ามา ฉะนั้นความถูกต้องคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เรารวบรวมรายชื่อและทำสำรวจ และให้เร่งส่งมายัง ปภ.เพราะเงินจากการเยียวยา ปภ.ได้รับมาจากสำนักงบประมาณแล้ว ตอนนี้อยู่ที่ธนาคารออมสิน เมื่อรายชื่อมาปุ๊บก็สามารถยืนยันรายชื่อ แล้วส่งรายชื่อไปที่ธนาคาร จากนั้นธนาคารก็กดโอนเงินเข้าบัญชีแต่ละครัวเรือนได้เลย
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 22 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และกรุงเทพมหานคร รวม 109 อำเภอ 927 ตำบล 6,934 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,145,352 ครัวเรือน 3,183,726 คน นอกจากนี้ ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ 24 ชั่วโมง พร้อมประสานจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังสภาพอากาศแปรปรวน ฝนตกหนัก และลมกระโชกแรง ในช่วงวันที่ 9–13 ตุลาคม ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
ที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด โดยถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยนายชัชชาติกล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำแห้งลงเป็นส่วนใหญ่แล้ว ภารกิจหลักในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นไปที่การจัดการปัญหาขยะตกค้าง โดยเฉพาะลักษณะพื้นที่ของเขตลาดกระบังที่มีซอยย่อยแบบก้างปลาจำนวนมาก
นายชัชชาติกล่าวอีกว่า สำหรับแผนปฏิบัติการฟื้นฟูและจัดการขยะของชุมชนเคหะร่มเกล้า มีการแบ่งโซนความรับผิดชอบออกเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ โซน 1 กรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการเคลียร์ไปได้มากแล้ว, โซน 2 ปภ., โซน 3 กรุงเทพมหานครและกองทัพไทย, และโซน 4 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการเคลียร์ไปได้มากแล้ว โดยแต่ละโซนจะมีหัวหน้าทีมคอยกำกับดูแลการทำงานอย่างชัดเจน
ในด้านการจัดสรรกำลังพลและอุปกรณ์เครื่องจักร สำนักสิ่งแวดล้อมสนับสนุนบุคลากร 420 คน และสำนักงานเขตลาดกระบัง 200 คน พร้อมนำ “ระบบบัดดี้” มาใช้ด้วยการดึงกำลังพลจากเขตพื้นที่ที่ไม่มีน้ำท่วมขัง ได้แก่ เขตบางแค ธนบุรี บางขุนเทียน และพระนคร มาเสริมทัพอีกกว่า 100 คน กระจายกำลังลงตามโซนต่างๆ โซนละ 40–50 คน เพื่อช่วยยกขยะ ส่วนจุดทิ้งขยะได้จัดเตรียมไว้ 2 จุด เพื่อรองรับขยะที่ดึงออกมาจากโซนต่างๆ ทำให้รถดัมพ์สามารถวิ่งขนถ่ายออกได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้เปิดใช้งานรองรับการจัดเก็บขยะมาแล้ว 3 วัน

