กรณ์ ลุยแฟลตคลองจั่น ติดตามการเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม เสนอ 4 มาตรการเร่งด่วน เหตุรัฐบาลช่วยเหลือไม่ชัดเจน-ล่าช้า จนชาวบ้านต้องกู้หนี้นอกระบบ
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส. บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ พร้อมด้วย ร.อ.ดร.นพ.พิชาญศักดิ์ บุญมาศ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตบางกะปิ พรรคประชาธิปัตย์ และนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่แฟลตการเคหะคลองจั่น เพื่อติดตามสถานการณ์และรับฟังปัญหาของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม
นายกรณ์กล่าวว่า พื้นที่แฟลตการเคหะคลองจั่นมีประชาชนอาศัยอยู่กว่า 10,000 คน ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมต่อเนื่องนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ นับตั้งแต่วันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา ส่งผลให้ทรัพย์สินและเครื่องมือประกอบอาชีพได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถเข็น หาบเร่ แผงลอย รวมถึงร้านค้ากว่า 400 ร้านในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายแทบทั้งหมด

“สิ่งที่ประชาชนสูญเสียมากที่สุดจากน้ำท่วมครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงทรัพย์สิน แต่คือโอกาสในการประกอบอาชีพ หลายคนไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ รถยนต์ซึ่งเป็นเครื่องมือทำมาหากินจมอยู่ใต้น้ำ บางรายแม้มีประกันภัย แต่กลับไม่ได้รับการซ่อมแซมตามความคาดหวัง และหากรับเงินชดเชยตามทุนประกันก็ยังต้องแบกรับภาระขาดทุนอยู่ดี” นายกรณ์ กล่าว
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ร้านค้าในพื้นที่จำนวนมากได้รับความเสียหายจากระดับน้ำที่สูงกว่า 1.5 เมตร ทำให้อุปกรณ์ประกอบอาชีพต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตู้แช่ เครื่องใช้ไฟฟ้า พื้นร้าน ประตู รวมถึงสินค้าคงคลังที่เตรียมไว้จำหน่าย เสียหายทั้งหมด
นอกจากนี้ ยังพบผู้ประกอบการจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก อาทิ ร้านตัดแว่นตาที่เครื่องวัดสายตาและสินค้าได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าหลายแสนบาท โดยเจ้าของร้านเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ใช้เงินเก็บทั้งชีวิตลงทุนเปิดกิจการ แต่เมื่อเผชิญเหตุการณ์ครั้งนี้กลับไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นใหม่อย่างไร ขณะที่มาตรการเยียวยาของภาครัฐยังไม่มีความชัดเจน ทั้งในเรื่องจำนวนเงิน ระยะเวลา และขอบเขตการช่วยเหลือ
“พ่อค้าแม่ค้าบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า หลายคนหมดตัวจากเหตุการณ์ครั้งนี้ และจำเป็นต้องหันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบ เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนฟื้นฟูกิจการ แม้รัฐบาลจะประชาสัมพันธ์ว่ามีสินเชื่อฉุกเฉินจากธนาคารออมสิน แต่เงื่อนไขการเข้าถึงกลับยุ่งยาก ทั้งต้องมีประวัติเดินบัญชีต่อเนื่อง มีทะเบียนพาณิชย์ และบางรายติดเครดิตบูโร ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้จริง” นายกรณ์กล่าว

นายกรณ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าการเยียวยาไม่สามารถรอได้อีกต่อไป เพราะประชาชนได้รับผลกระทบอย่างหนักและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน จึงขอเสนอ 4 มาตรการเร่งด่วน ดังนี้ 1.ขอให้กรุงเทพฯ จัดตั้งจุดบริการหรือศูนย์รับลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาในพื้นที่ประสบภัยทันที โดยเฉพาะพื้นที่สีแดง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน พร้อมปรับบทบาทภาครัฐจาก “ให้ประชาชนเข้าหา” เป็น “ภาครัฐเข้าหาประชาชน” ในช่วงวิกฤต
2.ขอให้การเคหะแห่งชาติออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ ด้วยการงดเว้นค่าเช่าร้านค้าแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ 3.ขอให้สำนักงาน คปภ. กำกับดูแลบริษัทประกันภัยให้เร่งจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันโดยเร็ว โดยเฉพาะกรณีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ พร้อมป้องกันไม่ให้มีการปฏิเสธการซ่อมแซม หรือผลักภาระให้ผู้เสียหายรับเงินคืนตามทุนประกันเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะทำให้ประชาชนขาดทุนและได้รับความเสียหายเพิ่มเติม
4.ขอให้ธนาคารออมสินเพิ่มวงเงินช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เป็นไม่เกิน 200,000 บาท ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือน หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 7 ต่อปี ผ่อนชำระได้อย่างน้อย 2 ปี พร้อมผ่อนปรนหลักเกณฑ์การพิจารณา ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่าย อนุมัติรวดเร็ว และใช้เอกสารเท่าที่จำเป็น เพียงมีหลักฐานยืนยันว่าประกอบอาชีพอยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยก็ควรได้รับสิทธิ์ เพื่อให้ประชาชนสามารถตั้งตัวได้โดยเร็ว และไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของหนี้นอกระบบ ซึ่งข้อเสนอนี้พรรคฯ เคยเสนอแนวทางมาแล้ว และเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐจะต้องเร่งดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ยังคงรอความช่วยเหลืออยู่ในขณะนี้


