หน้าแรก การเมือง สถานีคิดเลขที...

สถานีคิดเลขที่ 12 : ‘เลือกตั้ง’คุณภาพสูง-ต่ำ

14.10.26 | 09:21 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : ‘เลือกตั้ง’คุณภาพสูง-ต่ำ

การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) หรือบอร์ด สปส. เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา จบลงด้วยชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ของ “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า”


ทั้งฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน นำโดย นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี และคณะ ฝ่ายนายจ้าง 7 คน นำโดย น.ส.ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ และคณะ

พร้อมกับตัวเลขการออกมาใช้สิทธิทั้งฝ่ายผู้ประกันตน และฝ่ายนายจ้าง ทำสถิติการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม หลังนับคะแนนครบ 100% จากที่เลือกตั้งรวม 5,233 แห่งทั่วประเทศ

ตัวเลขที่สำนักงานประกันสังคมเปิดเผยคือ มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง รวมทั้งสิ้น 1,003,615 คน แบ่งเป็น นายจ้าง 12,200 คน และผู้ประกันตน 991,415 คน

Advertisement

เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งบอร์ด สปส.ปี 2566 สัดส่วนการใช้สิทธิของนายจ้างเพิ่มขึ้น 733% และสัดส่วนการใช้สิทธิของผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น 533%

ผลคะแนนของ “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” ฝ่ายผู้ประกันตนชนะคู่แข่งขัน ระดับ 9 แสนคะแนน ต่อเกือบหนึ่งหมื่นคะแนน ของ “กลุ่มพลังแรงงาน” ที่มี พนัส ไทยล้วน อดีตบอร์ด สปส. 8 สมัย เป็นแกนนำ

ไทม์ไลน์หลังจากนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ สำนักงานประกันสังคม (กกต.สปส.) จะรวบรวมคะแนน และเรื่องร้องเรียนต่างๆ ตามกรอบ 30 วัน

ก่อนจะสรุปให้ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นำเสนอรายชื่อบอร์ด สปส.ชุดที่ 15 ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแต่งตั้ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการต่อไป

ผลการเลือกตั้งบอร์ด สปส. ทั้งฝ่ายผู้ประกันตน และฝ่ายตัวแทนนายจ้าง มีความตื่นตัวออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพิ่มขึ้นในระดับกว่า 500-700%

นับเป็นการสะสมเชิงปริมาณ ที่ออกมาสะท้อนผ่านผลการเลือกตั้ง

เมื่อ “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” เป็นผู้ชนะ ก็มีบางฝ่ายที่อาจไม่พอใจกับผลการเลือกตั้งตามที่ตัวเองคาดหวัง จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

กลับวิพากษ์วิจารณ์ผลการเลือกตั้งบอร์ด สปส.ด้วยถ้อยคำด้อยค่าผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งว่า “ประชาชนคุณภาพต่ำ ประชากรคุณภาพต่ำผู้ประกันตนคุณภาพต่ำ เราเลือกตั้งทีไร ก็ได้คุณภาพต่ำ”

จนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ต้องออกแถลงการณ์ ขอให้แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และผลการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนในสังคม ทั้งผู้มีอิทธิพลทางความคิด นักวิชาการ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป ร่วมกันยึดมั่นในหลักการและคุณค่าของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ยอมรับความหลากหลายและความเห็นที่แตกต่าง ไม่ยอมรับการสื่อสารในลักษณะที่ด้อยค่า ลดทอนคุณค่า หรือสร้างความเกลียดชังต่อบุคคลหรือกลุ่มคนในสังคมทุกรูปแบบ

เพราะ “การเลือกตั้ง” คือ กลไกสำคัญสูงสุดในระบอบประชาธิปไตย เป็นกระบวนการที่ประชาชนใช้อำนาจอธิปไตยของตนเองในการส่งมอบอำนาจให้แก่ผู้แทนเข้าไปทำหน้าที่บริหารประเทศ หน่วยงาน และองค์กรต่างๆ

เมื่อฉันทมติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเสียงข้างมากเลือกบุคคลใดให้เข้ามาทำหน้าที่แทนตัวเอง ก็ต้องเคารพผลการเลือกตั้ง แม้จะมีผู้ที่ “สมหวัง” และ “ผิดหวัง” ในทุกการเลือกตั้ง

แต่ไม่ควรมีความเห็นมาตัดสิน ด้อยค่าการเลือกตั้งในแต่ละครั้ง ว่ามีคุณภาพสูง หรือคุณภาพต่ำ มากกว่ากัน

เพราะผู้ชนะการเลือกตั้งบอร์ด สปส.ครั้งนี้ ก็ต้องเข้าไปทำหน้าที่ตามวาระ คือ 2 ปี ขับเคลื่อนนโยบายที่ได้ประกาศไว้ต่อผู้ประกันตน และฝ่ายนายจ้าง ผู้แพ้ ก็ทำหน้าที่ตรวจสอบให้เต็มที่

เมื่อครบวาระ 2 ปีของบอร์ด สปส.ชุดนี้ ก็มาเลือกตั้งกันใหม่ ตามกลไกของระบอบประชาธิปไตย

จะคุณภาพสูง หรือต่ำ ก็อยู่ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้ตัดสิน