หน้าแรก การเมือง ปชป.แนะ รองโฆ...

ปชป.แนะ รองโฆษกรบ. ฟังข้อเสนอ ‘กรณ์’ ด้วยสติ ถอดบทเรียนปี’34 หวั่นศก.ไทย ‘ถอยหลังตกเหว’

13.10.26 | 20:17 น.

ทีมนโยบายปชป. แนะ รองโฆษกรัฐบาล เปิดใจรับฟังข้อเสนอ ‘กรณ์’ ด้วยสติ ถอดบทเรียนปี 34 สู่โครงสร้างปัจจุบัน หวั่นเศรษฐกิจไทย ‘ถอยหลังตกเหว’


เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม นายพรชัย มาระเนตร์ คณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบโต้มุมมองของ นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่แสดงความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในอีก 5 ปีข้างหน้าว่า ไม่ควรนำปัญหาในปัจจุบันมาสรุปว่าอนาคตประเทศจะถดถอยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นการประเมินที่ไม่ครบถ้วนเพราะมองข้ามเสถียรภาพเศรษฐกิจรวมถึงโอกาสการลงทุนใหม่ๆ นั้น ว่า ก่อนที่รองโฆษกรัฐบาลจะรีบออกมาตอบโต้ อยากให้อ่านและทำความเข้าใจข้อความในโพสต์ของนายกรณ์ให้ละเอียดถี่ถ้วนเสียก่อน ไม่ใช่เลือกจับประเด็นแค่เพียงบางมุมมาเถียงเพื่อเอาชนะกันในทางแย่งชิงพื้นที่ทางการเมือง

นายพรชัย กล่าวว่า สิ่งที่นายกรณ์ต้องการสื่อสารออกไปนั้น ไม่ได้มีเจตนาอยากให้ประเทศไทยต้องประสบความล้มเหลวทางเศรษฐกิจแต่อย่างใด แต่ต้องการให้รัฐบาลตระหนักและเข้าใจถึงความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง โดยถอดบทเรียนสำคัญจากปี 2534 ซึ่งในขณะนั้นไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF-World Bank) เป็นครั้งแรก ซึ่งภาพรวมเศรษฐกิจในวันนั้นดูเติบโตสดใสมาก แต่ถัดมาเพียง 6 ปี ประเทศไทยกลับต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางการเงินหรือ “วิกฤตต้มยำกุ้ง” ในปี 2540

“สาระสำคัญที่คุณกรณ์ชี้ให้เห็นคือ ในภาพที่ดูดีในวันนั้น กลับมีปัจจัยลบซ่อนอยู่ใต้พรม และประวัติศาสตร์ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าปัจจัยลบเหล่านั้นส่งผลร้ายแรงอย่างแท้จริง” นายพรชัย กล่าว

Advertisement

นายพรชัย กล่าวต่อว่า เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับปัจจัยโครงสร้างในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง การลงทุนที่สร้างงานน้อยลง ตลอดจนการหายไปของ Spirit ในการทำธุรกิจและการลงทุน (Animal Spirit) ซึ่งเป็นความเชื่อมั่นและความกล้าที่จะลงทุนของภาคเอกชน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความเปราะบางเชิงโครงสร้างที่น่ากังวลยิ่งกว่าสถานการณ์ในปี 2534 เสียอีก

นายพรชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยในอีก 5–6 ปีข้างหน้านั้น นายพรชัย มองว่า อาจไม่ได้มาในรูปแบบของการล้มครืนทันทีเหมือนปี 2540 แต่จะเป็นลักษณะของการค่อยๆ ถอยหลังตกเหว ซึ่งเป็นอาการที่แก้ไขได้ยากยิ่งกว่า เพราะหากรัฐบาลเลือกที่จะหันหลังให้กับความจริง และหันหลังให้กับคนเก่งที่มีความหวังดีต่อบ้านเมือง รัฐบาลก็จะมีภาวะประมาทและไม่ยอมปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Mindset) ในการบริหารประเทศ

นายพรชัย กล่าวว่า ขอฝากข้อคิดไปถึงรัฐบาลว่า หากมีความจริงใจในการรับฟังความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ ควรเลือกส่งคนที่มีความรู้ความเข้าใจด้านเศรษฐศาสตร์อย่างจริงจัง มาพูดคุยถกเถียงด้วยเนื้อหาสาระและข้อมูลวิชาการ ไม่ใช่ส่งคนมาโต้ตอบเพียงเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือมุ่งดิสเครดิตกัน ซึ่งมีแต่จะทำลายคำแนะนำและมุมมองที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ

“ที่ผ่านมา คุณกรณ์แสดงจุดยืนชัดเจนมาโดยตลอดว่าไม่ได้เล่นการเมืองแบบสร้างความเกลียดชัง ไม่เคยปลุกระดมผู้สนับสนุนให้ไปรุมด่าใคร การวิพากษ์วิจารณ์อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลและความหวังดีต่อประเทศ รัฐบาลจึงควรชั่งน้ำหนักให้ดีว่า ต่อจากนี้ควรเลือกใครหรือใช้สติปัญญาระดับไหน ในการออกมาตอบคำถามผู้ใหญ่ที่เป็นถึงอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลังและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อไม่ให้เป็นการทำลายน้ำหนักและความน่าเชื่อถือของตัวรัฐบาลเอง” นายพรชัย กล่าว