จัดเลือกตั้ง-รับรองผล กกต.ต้องชัด ‘คำตอบสุดท้าย’

หมายเหตุ – เป็นความเห็นของนักการเมือง นักวิชาการ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) รวมถึงผลกระทบกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องจัดการเลือกตั้งภาย 150 วัน ภายหลังพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติชัดเจนว่า กำหนดเวลาดังกล่าวรวมถึงระยะเวลาการรับรองผลเลือกตั้งด้วยหรือไม่ ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ กกต.ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จและประกาศรับรองผลภายใน 60 วัน


สมชัย ศรีสุทธิยากร
สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ อดีต กกต.

ขณะนี้เวลาไม่ได้เหลือ 150 วันแล้ว แต่เหลือเพียง 120 วัน (พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2561) เพราะรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปล่อยเวลาให้เลยมา 1 เดือนแล้ว ก็คือเสียเวลาไป 30 วัน ดังนั้น จะกำหนดวันเลือกตั้งได้หรือไม่นั้น อยากบอกว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่เคยหยิบยกมาเป็นประเด็นหลายครั้งแล้ว แต่ขาดการให้ความสนใจอย่างจริงจังในการที่จะมาพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ ทั้งที่รัฐบาลผู้มีอำนาจควรจะคุยกันให้รู้เรื่องตั้งแต่เริ่มต้น โดยเฉพาะ กกต.ผู้มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งโดยตรง

วันนี้เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เพิ่งเริ่มจะมาบอกว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาคิดกันหารือร่วมกัน คิดว่านายกฯคิดช้ามากไปหน่อย แต่ก็สามารถจัดการเลือกตั้งได้ และประกาศวันเลือกตั้งก่อนได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด โดยไม่จำเป็นต้องไปปรึกษา กรธ. เพียงแต่ขอให้รัฐบาลเร่งประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดการเลือกตั้งออกมาโดยเร็วที่สุด ก็สามารถจัดการเลือกตั้งได้เร็วตามกำหนด 150 วันได้ และสามารถประกาศผลภายในกรอบเวลาได้อีกด้วย

ขณะนี้ กรธ.ไม่มีสถานะแล้ว เพราะยุบไปแล้ว หากจะต้องไปถามในประเด็นนี้จะทำให้เสียเวลาเปล่าๆ สิ่งเดียวที่ กกต.ต้องทำคือ ไม่จำเป็นต้องไปปรึกษาใคร เพราะเป็นหน้าที่ของ กกต.โดยตรง และรัฐบาลควรเร่งประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งออกมาได้แล้ว

ในสมัยยังเป็น กกต.ได้เคยถามเรื่องนี้ไปยัง กรธ.แล้ว แต่ กรธ.ไม่ยอมตอบอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นถึงความไม่รับผิดชอบในช่วงนั้น ดังนั้น วันนี้ กรธ.ไม่สมควรมาตอบหรือให้ความคิดเห็นอะไรแล้ว

ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

เรื่องผลการเลือกตั้ง คิดว่ารองนายกฯวิษณุ เครืองาม เคยเกริ่นไปแล้วว่าเป็นหน้าที่ชัดเจนของ กกต. ว่าต้องไม่กระทบกับสิ่งที่เคยวางกรอบไว้ ซึ่งคิดว่าน่าจะอยู่ในกรอบ 150 วัน
มิเช่นนั้นความเชื่อมั่นขององค์กรอิสระจะลดทอนลงไปมากและตกต่ำสุดขีด ดังนั้น จนกว่าจะมีการประกาศพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งที่ชัดเจน เชื่อมั่นว่ายังคงดำรงอยู่ใน 150 วัน ส่วนจะเคลื่อนหรือร่นการจัดการบริหารจัดการการเลือกตั้ง รวมระยะเวลาก็สุดแล้วแต่ กกต.จะแถลงการณ์ออกมาอีกครั้งหนึ่ง

กกต.น่าจะแสดงความพร้อมให้เห็น เนื่องจากรองนายกฯวิษณุเคยพูดว่าจาก 60 วัน สามารถร่นระยะการจัดการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 30 วันได้ สามารถตามสอยด้วยใบแดง ใบเหลืองเหมือนในอดีตได้ จะเห็นว่าสมัยก่อน หลังการเลือกตั้งภายในคืนแรกจะพอเห็นตัวเลขรางๆ จะมีการโทรศัพท์แสดงความยินดี หรือการแถลงการยอมรับผลการเลือกตั้ง ประกาศชัยชนะหรือยอมรับการพ่ายแพ้ ที่สมัยก่อนทำได้ก็เพราะมีกรณีศึกษาเยอะแยะมากมาย

เข้าใจว่า อาจเป็นไปได้ว่า คสช.ได้เข้ามากำกับหรือกดดันการทำหน้าที่ของ กกต.พอสมควร ทำให้ กกต.มองดูแล้วขาดความเป็นตัวเองไป ทำให้ไม่สามารถเกิดภาพความชัดเจน หรือแสดงความหนักแน่นให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมได้

หลังจากนี้ต้องจับตาการทำงานของทุกฝ่าย เชื่อว่า คสช.จะโยนเผือกร้อนให้ กกต.เป็นหลัก

สมมุติคนที่บอกว่าจะนำประเด็นปัญหานี้ไปสู่การให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ แน่นอนว่าเป้าประสงค์ต่างๆ ทำให้คนมองว่าต้องการเลื่อนหรือขยายเวลาการพิจารณา เพื่อนำไปสู่การเลื่อนหรือขยับวันเลือกตั้งออกไป แปลเจตนาเป็นอื่นไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าปรากฏการณ์นี้ใครจะได้รับผลกระทบ ปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐบาลหรือพรรคการเมืองที่มีส่วนได้ส่วนเสียจากการเลื่อนวันเลือกตั้งจะได้ประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกันยังซับซ้อนถึงแนวโน้มความโกลาหลทางการเมือง ทั้งที่อยู่อย่างเงียบสงบมาหลายปี อาจจะกลับเข้าสู่วังวนเหมือนในอดีตอีก

 

ฐิติพล ภักดีวานิช
คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ระบุไว้ชัดเจนว่า “ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดวันเลือกตั้ง” ไม่ได้เขียนว่า “จัดการการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน” และประเด็นนี้ไม่รวมกับ 60 วัน ในการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ได้มีความซับซ้อนในแง่การตีความอะไรเลย

นอกจากนี้ ในบทเฉพาะกาล มาตรา 171 ในวาระเริ่มก็เขียนไว้ชัดเจนแล้ว คิดว่าไม่น่าจะต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอะไร แต่ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ ทำให้เข้าใจได้ว่าทุกอย่างต้องเสร็จสิ้นภายใน 150 วัน รวมถึงการประกาศผลด้วย

ล่าสุด ที่นายกฯให้ไปถาม กรธ.นั้น คิดว่า กรธ.เป็นเพียงผู้กำหนดเท่านั้น การตีความเป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ แง่หนึ่งคิดว่าเป็นความพยายามดีเลย์การเลือกตั้งหรือไม่ อาจมีข้อเสนอออกมาว่า ต้องรอให้ศาลตีความก่อนเพื่อความชัดเจน เสมือนว่าถ้าจะให้ศาลตีความก็เพื่อให้เหตุผลหนักแน่นในการเลื่อนการเลือกตั้งได้

หลังจากนี้ควรจับตาการทำงานของ กกต.ในเรื่องการประกาศวันเลือกตั้งที่ชัดเจน

 

ชาติชาย ณ เชียงใหม่
อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)

เข้าใจได้ว่า นักการเมืองพยายามจะรวมการประกาศผลเลือกตั้งให้อยู่ใน 150 วัน เป็นเทคนิคทางการเมือง โดยเฉพาะฝ่ายที่ไม่ชอบ คสช.ที่เรียกตัวเองว่านักประชาธิปไตย ทางหนึ่งก็เพื่อกดดัน คสช.อีกทางหนึ่งคือ ถ้าสามารถประกาศคะแนนภายใน 150 วันได้ก็เป็นเรื่องดี เพราะไม่อยากให้ คสช.อยู่นานและอยากมีรัฐบาลเลือกตั้ง แต่ถ้ามาดูข้อกฎหมาย ต้องถือตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 268 ที่เขียนไว้ชัดเจนว่า ให้จัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับแต่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลใช้บังคับ ซึ่งตอนยกร่างที่ประชุม กรธ.เห็นร่วมกันว่า หมายถึงต้องจัดให้มีการเลือกตั้งอยู่ใน 150 วัน และถ้านับคะแนนเสร็จภายใน 150 วันได้ก็ดี แต่ถ้าไม่เสร็จก็ไม่เป็นไร ขณะเดียวกันก็ล็อกไว้กลัวจะเนิ่นนานจนเปิดสภาไม่ได้ จึงเขียนกันไว้อีกชั้นหนึ่งในมาตรา 85 ว่า เมื่อมีการเลือกตั้งทั่วไปเสร็จแล้ว ให้ กกต.ประกาศผลผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งให้ได้จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 คือ 475 คน ภายใน 60 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง ดังนั้นถ้าไปจัดวันเลือกตั้งในวันที่ 140 ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะประกาศผลภายใน 150 วัน

และเพื่อไม่ให้สับสนใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ในบทเฉพาะกาล มาตรา 141 ก็เขียนไว้ชัดอีกครั้งหนึ่งว่า เมื่อกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มีผลใช้บังคับ ให้ตรา พ.ร.ฎ.ภายใน 90 วัน และข้อความต่อไปในมาตรานี้ คือ ให้ กกต.ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งภายใน 150 วันนับตั้งแต่ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.มีผลใช้บังคับ ดังนั้นหาก กรธ.มีความมุ่งหมายจะให้หมายถึงว่าต้องรวมการประกาศผลให้แล้วเสร็จภายใน 150 วันด้วย ก็ต้องเขียนไว้ตรงนี้แล้ว เพราะฉะนั้น โดยสรุปคือ 150 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2561 ไปจนถึง 9 พฤษภาคม 2562 กกต.ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ถ้าไม่จัดก็ผิดรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าจัดแล้ว ต้องนับคะแนน และถ้านับแล้วสามารถประกาศผลได้ถึง 95% ก่อนวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ก็ดีไป รัฐธรรมนูญไม่ได้ห้าม เพียงแต่ถ้ามีอุปสรรคว่าจะต้องจัดเลือกตั้งใหม่ในบางเขต หรือบางเขตเลือกตั้งไม่ได้เพราะมีการประท้วง คุณก็ไปจัดการเลือกตั้งให้มันได้ก็แล้วกันและประกาศให้ได้ร้อยละ 95 ภายใน 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง

ส่วนที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุเมื่อวันที่ 7 มกราคม ว่ายังไม่มีใครยืนยันได้ว่าการเลือกตั้งและรับรองผลจะต้องทำภายใน 150 วันหรือไม่ ก็ต้องเข้าใจว่านายวิษณุเป็นรัฐบาล ไม่ใช่ กกต.หรือ กรธ.จะไปพูดขึงขังทุบโต๊ะก็ไม่ได้ โดยมารยาทต้องพูดกลางๆ ไว้ก่อน และอดีต กรธ.ก็มีหน้าที่อธิบายว่าตอนร่างเราตกลงกันอย่างไร แต่นี่ไม่ใช่การวินิจฉัย เพราะหากมีใครสงสัยคาใจในคำว่า “แล้วเสร็จ” ถ้าเขาเป็นผู้เสียหายก็ไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งเรื่องไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่ ณ วันนี้ยังไม่มีผู้เสียหายสักคน เพราะยังไม่มีการประกาศวันเลือกตั้ง

ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย ตรงไปตรงมา ถ้าอ่านตามกฎหมายก็เห็นชัด แต่ก็ไม่ได้ผิด หากใครจะไปร้อง ถือเป็นสิทธิทางการเมือง

 

ฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร
อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ม.เชียงใหม่

ต้องทำความเข้าใจว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเป็นความแน่นอนบนพื้นฐานของความไม่แน่นอน กล่าวคือ การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โยนการกำหนดวัน 150 ไปให้ กรธ.พิจารณานั้น มองว่าท้ายที่สุดอาจถูกโยนให้หน่วยงานอื่นตัดสินใจอีกทอดหนึ่งก็เป็นได้ ระบบการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีแม่งานหรือหน่วยงานไหนที่รับผิดชอบอย่างมีอำนาจเต็มจริงๆ

สิ่งที่เป็นส่งผลกระทบมากคือ การเลื่อนกำหนดการเลือกตั้งนั้น สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ ทำให้หลักการจัดการเลือกตั้งสั่นคลอนพอสมควร วันที่สลับไปสลับมาเช่นนี้กระเทือนถึงการเลือกตั้งอย่างเสรีและยุติธรรม ทำให้เกิดปัญหาภาพใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น คือคำถามที่สังคมมีต่อลักษณะกฎหมาย การใช้ประโยชน์ที่อาจไม่เป็นธรรมต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ปัจจุบันจะพบว่าชนชั้นนำไทยทำให้ระบอบประชาธิปไตยไทยเคลื่อนไปสู่ระบบประชาธิปไตยแบบมีวินัยมากขึ้น กล่าวคือประชาชนอาจมีสิทธิเลือกตั้ง แต่ท้ายที่สุดการกำหนดอนาคตทางการเมืองเป็นของชนชั้นนำ

ระบอบประชาธิปไตยในเอเชียปัจจุบันเป็นประชาธิปไตยแบบมีคำขยาย เช่น ประชาธิปไตยแบบมีวินัย คำถามใหญ่คือในอนาคตประเทศไทยกำลังจะพัฒนาไปสู่ขั้นนั้นด้วยหรือเปล่า ถามว่าเรามีสิทธิเลือกตั้งหรือไม่ คำตอบคือ มี แต่การกำหนดอำนาจทางด้านการเมือง จะมีอำนาจที่จำกัดลง คุณสามารถดำรงตัวเองในฐานะพลเมือง แต่การกำหนดอำนาจสูงสุด อำนาจอธิปไตยของปวงชน คุณได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่เต็มร้อย เพราะมีตัวหาร คือชนชั้นนำ ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในพม่าและหลายประเทศ

การที่นายกฯโยนไปมา คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ท้ายที่สุดแล้วสถาบันทางด้านการเมืองไม่สามารถทำหน้าที่ให้การเมืองเคลื่อนไปตามระบบได้ นี่คือกลไกลที่เกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตยแบบมีวินัย ทุกอย่างเราไม่สามารถควบคุมได้

ถามว่า 150 วัน ครอบคลุม 60 วันในการรับรองผลการเลือกตั้งหรือไม่นั้น ส่วนตัวมองไปถึงช่วงหลังการเลือกตั้งแล้ว คือจะเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้อย่างชัดเจน เป็นการเลือกตั้งที่มีผล แต่หาข้อสรุปไม่ได้ แล้วต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ ในแง่กฎหมายอาจตีความได้ แต่ในแง่การเมืองนั้น การเลือกตั้งในอนาคต เราจะบอกไม่ได้ว่าพรรคที่ได้เสียงข้างมากจะได้เป็นหรือไม่ได้เป็นรัฐบาล เพราะฉะนั้นกลไกระหว่างทางต้องเกิดข้อพิพาท หลังเลือกตั้งจะเป็นปัญหาครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของเมืองไทยเลยทีเดียว

บทความก่อนหน้านี้ตายแล้ว ก็ยังไม่จบ “ไมเคิล แจ๊กสัน”ถูกแฉในหนังสารคดีใหม่ ล่วงละเมิดเด็กชาย
บทความถัดไปรู้ยัง! ปีที่แล้วราคาคอนโดในกทม.ปรับเพิ่มขึ้นกว่า8% รายได้ตามไม่ทัน แนะผู้ประกอบการรับมือปัจจัยลบ