บทนำ13กุมภาพันธ์2562 : ผลจาก‘ฮาคีม’

ศาลอาญาอนุญาตให้อัยการถอนคดีส่ง นายฮาคีม อัล อาไรบี นักฟุตบอลชาวบาห์เรนกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศบาห์เรน ตามคำขอผู้ร้ายข้ามแดนของทางการบาห์เรน เหตุที่ให้ถอน เพราะบาห์เรนไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีอีก เรื่องเริ่มต้นจากนายฮาคีมเดินทางมาฮันนีมูนที่ประเทศไทยพร้อมกับภรรยาเมื่อวันที่ 27 พ.ย.2561 และถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ กักตัว เนื่องจากมีหมายแดงของอินเตอร์โพล นายฮาคีมชี้ว่าเหตุที่บาห์เรนติดตามจับกุมตัว เพราะพี่ชายของเขา เป็นนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล และตั้งแต่ 2 ธ.ค.2561 นายฮาคีมได้ถูกส่งตัวไปยังศูนย์กักตัวคนต่างด้าว ซอยสวนพลู จากนั้น 3 ธ.ค.2561 ไปขึ้นศาล และศาลสั่งให้ฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ส่วนอินเตอร์โพลได้ถอนหมายแดงกับฮาคีม

ข่าวเรื่องนายฮาคีมสะพัดออกไปทั่วโลก ก่อให้เกิดกระแสเรียกร้องให้ไทยพิจารณาปล่อยตัวนายฮาคีม และระบุว่า การส่งผู้ร้ายข้ามแดนในเรื่องทางการเมือง กระทำไม่ได้ วันที่ 18 ม.ค. 2562 บาห์เรนส่งหนังสือพร้อมหลักฐานถึงอัยการสูงสุด ขอให้ส่งตัวนายฮาคีมไปรับโทษที่บาห์เรน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียส่งหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ปล่อยและส่งตัวนายฮาคีมกลับออสเตรเลีย วันที่ 4 ก.พ.2562 นายฮาคีมขึ้นศาลอาญา ปฏิเสธไม่กลับไปบาห์เรน ศาลจึงมีคำสั่งให้นายฮาคีมยื่นคัดค้านคำร้องอัยการต่อศาลภายใน 10 วัน เเต่จำเลยเเถลงว่าไม่สามารถยื่นได้ทัน ศาลจึงสั่งเลื่อนไปวันที่ 5 เม.ย.2562

กระทั่งวันที่ 11 ก.พ. ศาลจึงอนุญาตคำขอถอนคำร้องด้วยเหตุดังกล่าว หลังจากนี้จะมีการปล่อยตัวนายฮาคีมกลับออสเตรเลีย บทเรียนที่เกิดขึ้นก็คือ ท่าทีและการดำเนินการของไทยต่อกรณีที่เกี่ยวพันถึงสิทธิมนุษยชน น่าจะต้องมีการปรับปรุง และสร้างความชัดเจนสำหรับผู้ปฏิบัติ อาทิ ในเรื่องการส่งผู้ลี้ภัย ผู้มีความเห็นต่างกลับประเทศที่หลบหนีมา ซึ่งเป็นข้อห้าม ก็มักมีความพยายามใช้เหตุผลอื่น เพื่อหลบเลี่ยงหลักการนี้ การใช้นโยบายของฝ่ายบริหารมากำหนดให้ผู้ปฏิบัติต้องหลีกเลี่ยงหลักการ เพราะสิ่งเหล่านี้สร้างผลกระทบ และภาพลักษณ์ทางลบอย่างที่เห็นได้ชัดเจนจากกรณีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

บทความก่อนหน้านี้“นิพิฏฐ์” โชว์ฝีมือ สู้คดี นายทุนบุกรุกที่สาธารณะนับพันไร่คืนรัฐได้สำเร็จ
บทความถัดไปคอฟฟี่เบรก : ทีม K-POP