รายงานหน้า2 : ‘ผู้ตรวจฯ’ส่งตีความ สูตรคำนวณส.ส.ขัดรธน.

หมายเหตุ นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงผลการพิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณีขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง วินิจฉัยกรณี พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 มาตรา 128 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 หรือไม่

กรณีที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเมื่อวันที่ 18 เมษายน และวันที่ 22 เมษายน 2562 และนาย
วิรัตน์ กัลยาศิริ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนเมื่อ
วันที่ 23 เมษายน 2562 ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พ.ศ.2561 มาตรา 128 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 91 และมาตรา 91(4) มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 91 วรรคสาม และมาตรา 91(4) มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 83(2) หรือไม่นั้น

ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและวินิจฉัยร่วมกันตามหน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน มาตรา 23(1) แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2560 เห็นว่า

ประเด็นที่ 1 กรณีขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย กรณีรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 91 วรรคสาม มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 91(4) และกรณีมาตรา 91(4) มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 83(2) พิจารณาแล้วเห็นว่าตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2560 มาตรา 23(1) บัญญัติให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่และอำนาจเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญนั้น

คำว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมาย หมายถึงกฎหมายที่ตราขึ้นโดยองค์กรที่ใช้อำนาจนิติบัญญัติตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะตราขึ้นโดยฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหารก็ตาม ได้แก่ พ.ร.ป. พ.ร.บ. พ.ร.ก.ที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาแล้ว และประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่มีผลบังคับเทียบเท่ากับ พ.ร.บ.เท่านั้น มิได้หมายความรวมถึงบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญด้วย เมื่อพิจารณาคำร้องเรียนที่ผู้ร้องเรียนที่ 1 อ้างมาข้างต้น เป็นการอ้างว่าบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญขัดแย้งกันเอง จึงไม่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ จึงยุติเรื่องในประเด็น
ดังกล่าว

ส่วนกรณีร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะจากประเด็นจำนวนรายงานผลนับคะแนนไม่ตรงกัน มีปัญหาคลาดเคลื่อนบัตรเขย่ง จำนวนผู้มาใช้สิทธิและจำนวนบัตรแตกต่างกันอยู่ 9 ใบ ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่า เป็นการแถลงข่าวจำนวนอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลในเบื้องต้น จึงไม่ใช่การกระทำที่ไม่สุจริต ขณะที่ประเด็นการไม่นำบัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์มานับรวม กกต.ก็ได้มีการวินิจฉัยตามข้อกฎหมายซึ่งเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญไม่เข้าข่ายเป็นความผิด ส่วนที่ร้องว่าไม่มีการแจ้งผลคะแนนให้ประชาชนได้รับทราบ ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางปฏิบัติ กกต.แจ้งว่ามีการติดประกาศที่หน้าหน่วยเลือกตั้งอยู่แล้ว ประชาชนสามารถไปตรวจสอบได้ สำหรับประเด็นที่ร้องว่านำบุคคลที่ไม่มีสัญชาติมารวมในการคิดคำนวณแบ่งเขตเลือกตั้งนั้น

ตามมาตรา 86 ของรัฐธรรมนูญกำหนดว่าการประกาศเขตเลือกตั้งให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งหมดทั่วประเทศมาคำนวณอาจจะมีทั้งที่เป็นคนไทยและผู้มีสัญชาติไทย เพื่อให้รู้ว่าพื้นที่มีขนาดแค่ไหน ควรมี ส.ส.กี่คน การดำเนินการส่วนนี้ของ กกต.ถือว่าเป็นไปตามกฎหมาย จึงมีมติเอกฉันท์ว่าการดำเนินการดังกล่าวยังไม่เข้าข่ายการเลือกตั้งไม่สุจริต จึงยุติเรื่องไม่ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะตามที่ยื่นคำร้อง

ประเด็นที่ 2 ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย กรณี พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 มาตรา 128 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 91 นั้น พิจารณาแล้วเห็นว่า มาตรา 91 วรรคแรก ได้วางหลักเกณฑ์การคำนวณหา ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองไว้ตาม (1) ถึง (5) โดยผลลัพธ์ของการคำนวณต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดมี ส.ส.เกินจำนวนที่จะพึงมีได้ แม้วรรคท้ายของมาตรา 91 จะบัญญัติให้การนับคะแนน หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณ การคิดอัตราส่วน ให้เป็นไปตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ก็ตาม ก็ต้องคิดคำนวณอยู่ในกรอบตามมาตรา 91 วรรคแรกเท่านั้น แต่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 มาตรา 128 ได้เพิ่มหลักเกณฑ์การคำนวณหา ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเป็น 8 อนุมาตรา ซึ่งมากกว่าที่มาตรา 91 กำหนดไว้ โดยอนุมาตราที่เพิ่มขึ้นมาได้แก่ (4) (6) (7) ซึ่งต่างไปจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 และเพิ่มเนื้อหาตอนท้ายของ (2) ที่ระบุว่า…ให้ถือเป็นจำนวน ส.ส.ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ “เบื้องต้น และเมื่อได้คำนวณตาม (5) (6) หรือ (7) ถ้ามีแล้ว จึงให้ถือว่าเป็นจำนวน ส.ส.ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้” และยังเพิ่มเนื้อหาตอนท้ายของ (3) ที่ระบุว่า …ผลลัพธ์คือจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นจะได้รับ “เบื้องต้น” การเพิ่มอนุมาตราและเนื้อหาดังกล่าวข้างต้นเป็นเหตุให้การคำนวณหา ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 91

ดังนั้น บทบัญญัติตามมาตรา 128 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 จึงมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ดังที่ผู้ร้องเรียนทั้งสองกล่าวอ้าง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 23(1) แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2560 ให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป โดยสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจะแจ้งไปยังผู้ร้องและส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาโดยเร็วภายในวันนี้ อย่างช้าสุดคือช่วงเช้าวันที่ 29 เมษายน

ทั้งนี้ ความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีผูกพันกับองค์กรอื่น แต่ กกต.อาจใช้เป็นแนวทางในการพิจารณา หรือจะดำเนินการอย่างไรก็เป็นอิสระ โดยผู้ตรวจฯไม่ต้องทำหนังสือเสนอแนะไปยัง กกต. ส่วนการพิจารณาของศาลจะมีผลอาจทำให้ กกต.ไม่สามารถประกาศรับรองผลการเลือกตั้งได้ทันวันที่ 9 พฤษภาคมหรือไม่ไม่ทราบ เพราะผู้ตรวจฯจะพิจารณาเฉพาะว่าองค์กรมีหน้าที่ต้องปฏิบัติอย่างไร

๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏

สรุปรายละเอียด 2 คำร้อง

1.คำร้องขอให้ผู้ตรวจเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในกรณีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 เนื่องจากข้อความในกฎหมายดังกล่าววรรคหนึ่ง (2) ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 91(2) กรณีกำหนดการคำนวณ ส.ส.พึงมีได้ แต่ในกฎหมายลูกกลับปรากฏคำว่า ส.ส.พึงมีได้ในเบื้องต้น นอกจากนี้เนื้อหารัฐธรรมนูญมาตรา 91 ขัดกันเอง คือวรรค 3 กับวรรค 1(4) และมาตรา 91 วรรค 1(4) ของรัฐธรรมนูญกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128(5) ขัดกับมาตรา 83 วรรค 1(2) ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะถ้า กกต.จะคำนวณให้ครบ 150 คน อาจขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 91 วรรค 1(4) ประเด็นทั้งหมดนี้อาจส่งผลกระทบต่อการประกาศรับรองผลเลือกตั้งร้อยละ 95 ไม่ทัน 9 พฤษภาคม และถึงแม้จะประกาศผลได้แต่จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อก็อาจจะมีจำนวนไม่ถึง 150 ทำให้ ส.ส.โดยรวมมีจำนวนไม่ถึงร้อยละ 95 จาก ส.ส.ทั้งหมด 500 คน อาจทำให้เปิดประชุมสภาครั้งแรกไม่ได้ โดยปัญหาที่เกิดขึ้นบางส่วนมาจากการร่างรัฐธรรมนูญไม่รอบคอบ และนำความไม่รอบคอบนั้นมาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อมีการเลือกตั้งจริงทำให้เกิดการตีความจากหลายฝ่ายจนเกิดความสับสนวุ่นวาย

นอกจากนี้ ปัญหาเกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่ของ กกต.ตามมาตรา 12 ของ พ.ร.ป.กกต.ในการออกประกาศ กกต.เรื่องจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดพึงมี โดยเห็นว่าการที่ กกต.ใช้จำนวนราษฎร ซึ่งไม่ได้มีสัญชาติไทยมาคิดคำนวณหาจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีนั้น อาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 86 ประกอบมาตรา 85 หรือไม่ และอาจเป็นการกระทำที่ไม่สอดคล้องกับมาตรา 77 ที่ห้ามไม่ให้ผู้ใดซึ่งไม่มีสัญชาติไทยเข้ามามีส่วนช่วยเหลือในการหาเสียงเลือกตั้ง หรือกระทำการใดๆ อันเป็นคุณเป็นโทษกับผู้สมัครพรรคการเมืองใด

2.คำร้องขอให้พิจารณาและเสนอความเห็นไปยังศาลปกครอง หรือศาลรัฐธรรมนูญ ว่าการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ และการกระทำของ กกต.ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ และจะทำให้ผลการเลือกตั้งทั่วไปเป็นโมฆะหรือไม่ เนื่องจากเห็นว่ามีหลายประเด็นที่ยังสับสนหาข้อยุติไม่ได้ ทั้งเรื่องการนับคะแนน 100% ที่ กกต.ประกาศในแต่ละครั้งไม่ตรงกัน เมื่อยอดรวมไม่ตรงกันก็เป็นเหตุให้ควรสงสัยว่ายอดของแต่ละหน่วยเลือกตั้งทั้ง 92,320 หน่วยเลือกตั้งจะตรงกันหรือไม่ การแถลงเกี่ยวกับการนับคะแนนร้อยละ 90 โดยยังไม่นำคะแนนล่วงหน้ามานับรวม เช่นเดียวกับการไม่นำบัตรเลือกตั้งจากประเทศนิวซีแลนด์มานับรวม อาจไม่เป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้องทำให้เกิดข้อสงสัยทั้งเรื่องที่ กกต.อาจปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องและการกระทำของ กกต.ที่อาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญและส่งผลให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรมตามมาได้ จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาและใช้อำนาจตามกฎหมาย ส่งศาลปกครองหรือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon