การเมือง จับตา 9 พ.ค. รอคอย รัฐบาลใหม่ ถูกต้อง และ ชอบธรรม

เดือนพฤษภาคมเป็นเดือนที่พสกนิกรชาวไทยล้วนยินดี เพราะเป็นห้วงเวลามหามงคล
วันที่ 1 พฤษภาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส กับ พลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา ถูกต้องตามกฎหมาย และราชประเพณีโดยสมบูรณ์ทุกประการแล้ว
จึงมีพระราชโองการให้สถาปนา พลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา พระอัครมเหสี เป็น สมเด็จ    พระราชินีสุทิดา ทรงดำรงตำแหน่งพระอิสริยยศ ฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
วันที่ 2 พฤษภาคม พสกนิกรชาวไทยได้เห็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชินีสุทิดา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จฯ ถวายราชสักการะพระปฐมบรมราชานุสรณ์ รัชกาลที่ 1 และถวาย          ราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ รัชกาลที่ 5
วันที่ 3 พฤษภาคม มีหมายกำหนดการ เสด็จฯ ไปทรงนมัสการพระแก้วมรกต ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงนมัสการพระรัตนตรัย ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ถวายบังคมพระบรมอัฐิ และพระอัฐิ ณ หอพระธาตุมณเฑียร ทรงนมัสการพระรัตนตรัย ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ
วันที่ 4 พฤษภาคม มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
ทรงพระเจริญ

การเมืองไทยในช่วงเวลานี้ รอการประกาศผลรับรอง ส.ส. เพื่อเริ่มต้นขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดเวลาการประกาศผลรับรอง ส.ส.แล้ว
วันที่ 7 พฤษภาคม กำหนดประกาศรับรอง ส.ส.ระบบเขต 350 เขตทั่วประเทศ
วันที่ 8 พฤษภาคม กำหนดประกาศรับรอง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่ออีก 150 คน
หลังจากนั้น รายชื่อของสมาชิกวุฒิสภาจะประกาศตามมาติดๆ
เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่ประกาศ สภาผู้แทนราษฎรมีจำนวน ส.ส.เกินกว่าร้อยละ 95
จะมีการเรียกประชุมเพื่อเปิดประชุมสภาครั้งแรกภายใน 15 วัน หลังจากประกาศรับรอง ส.ส.ได้ครบตามรัฐธรรมนูญกำหนด
หลังจากนั้น ประเทศไทยก็จะมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งขณะที่อำนาจ คสช. โดยเฉพาะอำนาจ ม.44 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีอยู่ในมือก็จะหมดไป
รัฐบาลที่ตั้งขึ้นมาถูกขนานนามเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลเลือกตั้งยังต้องรอฟังผลการชี้ขาดจากองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญอีกหลายจังหวะ
จังหวะแรก ต้องฟังแนวทางการคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ที่กำลังมีปัญหาว่าจะเลือกใช้วิธีการคำนวณแบบใด
แบบที่มีเฉพาะพรรคการเมืองที่ได้เสียงเกินกว่า 71,000 เสียงเท่านั้นที่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
หรือจะเป็นแบบที่พรรคการเมืองที่ได้เสียงต่ำกว่า 71,000 เสียงก็ได้ ส.ส.ด้วย
จังหวะที่สอง ต้องฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเห็นว่า มาตรา 128 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ซึ่งกำหนดวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้นขัดกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 91
ก่อนหน้านี้ กกต.เคยยื่นประเด็นนี้ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว ปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่รับไว้พิจารณา เพราะเห็นว่าเป็นหน้าที่ของ กกต.ที่ต้องดำเนินการคำนวณ
แต่ครั้งนี้เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่าข้อความกฎหมายลูกขัดต่อกฎหมายแม่ จึงยื่นซ้ำ
ศาลรัฐธรรมนูญได้รับพิจารณาและนัดวินิจฉัยวันที่ 8 พฤษภาคมนี้
ผลการวินิจฉัยเป็นเช่นไรต้องติดตาม

จังหวะที่สาม เป็นผลพวงเกี่ยวกับการถือหุ้นสื่อ เมื่อปรากฏว่า กกต.ได้พิจารณาคำร้องกล่าวหา นายธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ว่า “ถือหุ้นสื่อ”
ที่ประชุม กกต.มีมติแจ้งข้อหานายธนาธร แม้จะมีข้อโต้แย้งว่าได้โอนหุ้นบริษัทดังกล่าวแล้ว และบริษัทนั้นก็ไม่ได้ทำธุรกิจสื่อ สิ่งที่ปรากฏเป็นเพียงแค่การระบุลงไปในวัตถุประสงค์การตั้งบริษัทซึ่งเป็นแบบฟอร์มปกติ
แต่ กกต.ยึดการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด จึงมีการแจ้งข้อหา
การดำเนินการดังกล่าวทำให้ในแวดวงการเมืองถึงกับไปพลิกประวัติผู้สมัคร ส.ส. และว่าที่ ส.ส.กันยกใหญ่
จากการขุดค้นก็พบว่ามีผู้สมัคร ส.ส. และว่าที่ ส.ส.หลายคนมีลักษณะเดียวกันกับนายธนาธร
พรรคพลังประชารัฐ มีกรรมการบริหารพรรคที่กำลังต้องแก้ต่าง และข้อหาที่กำลังกล่าวหาเพิ่มเติมนั้นมีโทษถึงยุบพรรค
พรรคภูมิใจไทยก็ถูกกล่าวหา โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดนกล่าวหาเอง
ทั้งการกล่าวหา และการแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งมีผลต่อคะแนนเสียงในสภาผู้แทนราษฎร จึงกลายเป็นสิ่งที่ต้องจับตา
จับตาดูว่าผลคำวินิจฉัยจะออกมาเช่นไร

การวินิจฉัยในประเด็นต่างๆ ที่มีการร้องเรียนมีความสำคัญ เพราะผลจากการวินิจฉัยนอกจากจะกระทบต่อเสียงในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ยังมีผลถึงความเชื่อถือที่สังคมไทยมีต่อการเมืองอีกด้วย
ผลกระทบต่างๆ เหล่านี้ จะเกิดขึ้นหลังจากวันที่ 9 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันที่ครบ 150 วันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดว่าต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อย
แน่นอนว่า คนไทยทุกคนต่างต้องการเห็นทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย ต้องการได้นายกรัฐมนตรีคนที่ตัวเองต้องการ ต้องการได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
แต่ทั้งนี้ทุกอย่างต้องได้มาด้วยความชอบธรรม เพราะเกรงว่า หากเกิดความไม่ชอบธรรมขึ้นมาอีก จะกลายเป็นเงื่อนไขนำการเมืองกลับไปสู่ความไม่สงบ
เกรงว่า หากเป็นเช่นนั้นการเมืองไทยจะก้าวไปข้างหน้าไม่ได้
ดังนั้น ทุกอย่างจึงต้องเป็นไปด้วยความถูกต้องตามหลักกฎหมาย และมีมาตรฐานเดียวกัน
หากทำได้ รัฐบาลหน้าก็จะมีแรงหนุนส่งให้นำพาประเทศไทยไปยืนอยู่บนเวทีโลกอย่างสง่างามอีกครั้ง
แต่ทุกอย่างจะเป็นดังที่คาดหวังไว้หรือไม่นั้น คงต้องรอ 9 พฤษภาคมอีกที

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เมืองเพชรดุ! ดวลปืนสนั่นหน้าผับดัง การ์ดดับ 2 เจ็บ 3 มือยิงหลบหนี(ชมคลิป)
บทความถัดไปวัดโพธิ์เปิดปกติ กั้นรอบอุโบสถ แจกจ่ายน้ำ-อาหาร 1.5 หมื่น ปชช.ปักหลักโรงครัวพระราชทานมิวเซียมสยาม