บทนำ : ทิศทาง 7 พรรค

พรรคการเมือง 7 พรรค พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ และพรรคพลังปวงชนไทย ประกาศผนึกกำลังทำงานร่วมกัน มีการประชุมหารือวางแนวทางการทำงาน โดยเฉพาะในรัฐสภาร่วมกัน ในการประชุมล่าสุดเมื่อ 17 มิ.ย. นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พท. กล่าวตอนหนึ่งว่า อยากให้การทำงานของฝ่ายค้านในสภามีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเรื่องของการตรวจสอบ และไม่จำกัดบทบาทฝ่ายค้านในเวทีสภาเท่านั้น แต่อยากให้สังคมมีโอกาสร่วมกันกับเราในการตรวจสอบ โดยจะต้องสื่อสารกับประชาชน นักวิชาการ องค์กรประชาชน หัวใจสำคัญคือการแก้ไขกติกาที่บั่นทอนสถาบันทางการเมือง โดยเคลื่อนไหวให้สังคมได้รับรู้ถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ยังมีกระแสข่าวด้วยว่า 7 พรรค จะไม่นำมวลชนเคลื่อนไหวทางการเมืองบนท้องถนน ถือเป็นจุดยืนที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการฉวยโอกาสของกลุ่มอำนาจ อย่างไรก็ตาม ประชาชนมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่จะรวมตัวแสดงความคิดทางการเมือง หรือเพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรมได้ โดยชุมนุมอย่างสงบ ปราศจากอาวุธ อยู่ในกรอบกฎหมาย ถือเป็นการมีส่วนร่วมในการเมือง ซึ่งทุกฝ่ายต้องยอมรับและกำกับดูแลตามกฎหมาย สิ่งที่สำคัญ รัฐสภา ต้องเป็นเวทีที่พึ่งพาอาศัยได้ สะท้อนความต้องการของประชาชนไปสู่ฝ่ายบริหารอย่างรวดเร็ว และฝ่ายบริหารเอง ต้องรับฟังเสียงของประชาชนอย่างเอาใจใส่และให้ความสำคัญ ก็จะลดเงื่อนไขที่ประชาชนต้องพึ่งพาพลังของตัวเอง

ก่อนหน้ารัฐประหาร 2557 มีการชุมนุมในท้องถนนหลายครั้ง มีทั้งลงเอยด้วยการเสียชีวิตและบาดเจ็บนับพัน ครั้งหลังสุดลงเอยด้วยการรัฐประหาร และเป็นที่วิจารณ์กันว่าเกิดการฉกฉวยโอกาสขยายความรุนแรงเพื่อประโยชน์ของฝ่ายตนเอง ขณะนี้เวลาผ่านไป 5 ปี ประเทศไทยกลับสู่การเมืองปกติ มีการเลือกตั้งและอยู่ระหว่างจัดตั้งรัฐบาล มีสภาผู้แทนฯ จากเลือกตั้ง และวุฒิสภาจากแต่งตั้ง จากนี้ไปรัฐบาลใหม่และรัฐสภาจะต้องช่วยกันพัฒนาระบบประชาธิปไตยและรัฐสภา สร้างความมั่นคงให้ระบบ จากที่ยังไม่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ให้พัฒนาใกล้เต็มรูปแบบมากที่สุด หากมีอุปสรรคที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ก็ต้องหาทางแก้ไขเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

บทความก่อนหน้านี้สยามพิวรรธน์ ไซม่อน และ ธนาคารกรุงไทย ร่วมลงนามในสัญญาให้สินเชื่อ ก่อสร้าง โครงการ สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต
บทความถัดไป“วิษณุ”โต้ “ปิยบุตร”“บิ๊กตู่” ปฏิบัติหน้าที่ตามบทเฉพาะกาล – รบ.อยู่ต่อจนกว่ามีครม.ชุดใหม่