รายงานหน้า2 : เสียงสะท้อน‘หอการค้า’ โฉมหน้า‘ครม.บิ๊กตู่ 2’

หมายเหตุมุมมองและข้อเสนอแนะของบรรดาหอการค้าจังหวัดภายหลังเห็นโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

สุนทร ธัญญวัฒนกุล
ประธานกลุ่มหอการค้าภาคตะวันออก 1
(ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา)

ต้องยอมรับว่าการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ส่วนใหญ่ถือว่าเป็นกลุ่มผลประโยชน์ของพรรคการเมืองนั้นๆ อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ดูแลเกี่ยวกับ 3 จังหวัดภาคตะวันออก คือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายของอีอีซี
นั้น อยากให้รัฐบาลมุ่งเน้นในเรื่องการพัฒนาโครงการ
อีอีซีให้เป็นรูปธรรม หลายคนรอความหวังจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หวังให้มีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจให้ดีขึ้น รัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้มีการวางโครงการอีอีซี ก็ต้องรับว่ายังไม่ได้มีการพัฒนาเท่าที่ควร ทั้งรถไฟความเร็วสูง สนามบินอู่ตะเภา รวมทั้งท่าเรือแหลมฉบัง จึงอยากให้เร่งดำเนินการโดยเร็ว รวมทั้งอนุมัติโครงการที่คั่งค้างเพื่อให้เกิดการลงทุน สร้างงานและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด เพราะหากเนิ่นนานออกไป ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจจะมีเพิ่มมากยิ่งขึ้น
รัฐบาลต้องเร่งสร้างงานตามโครงการอีอีซีให้เร็วที่สุด เพื่อกระจายเม็ดเงินลงสู่พื้นที่ ซึ่งจะเกิดการหมุนเวียนของเงินตราภายในพื้นที่ 3 จังหวัด ซึ่งรัฐบาลจะต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส อย่ากลัวปัญหา เมื่อเจอปัญหาก็เร่งแก้ไข การพัฒนาก็จะเกิดขึ้น ส่งผลให้เงินตรามีการหมุนเวียนจะทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการบริหารประเทศ วอนให้คณะรัฐมนตรีเร่งทำงานอย่ามัวทะเลาะกันอยู่เลย

 

ทวิสันต์ โลณานุรักษ์
อดีตเลขาธิการหอการค้าภาคอีสาน
และที่ปรึกษาประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา

ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่นี้ แม้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ จะได้คุมนโยบายด้านเศรษฐกิจเหมือนเดิม แต่ในหลักปฏิบัติเป็นไปได้ยาก เพราะพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ก็หวังที่จะเข้ามามีบทบาทผลักดันนโยบายของพรรคตัวเองให้เกิดเป็นผลงาน เนื่องจากจะมีผลต่อคะแนนนิยมในการเลือกตั้งครั้งหน้าด้วย จึงเชื่อว่าทีมเศรษฐกิจรัฐบาลชุดใหม่จะไม่มีเอกภาพเหมือนสมัยเป็นรัฐบาล คสช. นายสมคิดจะถูกลดบทบาทลง จากในอดีตที่เคยกำหนดนโยบายอะไรก็สั่งการลงไปได้หมด แต่ตอนนี้ต้องถามอีก 2 พรรคร่วมก่อน แม้แต่เรื่องราคาพืชผลทางการเกษตร พรรคประชาธิปัตย์ยังเห็นว่าควรจะมีการประกันราคา แต่พรรคพลังประชารัฐไม่เอา แค่นี้ก็เห็นแล้วว่าวุ่นวายแน่
เมื่อทีมเศรษฐกิจขาดเอกภาพก็ส่งผลให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศเกิดความไม่เชื่อมั่น ขณะนี้ธนาคารหลายแห่งก็มีการปรับลดจีดีพีของไทยลงมาหลายจุด และไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ค่าเงินบาทก็แข็งตัวต่อเนื่อง การส่งออกก็มีปัญหา นักท่องเที่ยวก็ไม่มาเที่ยวเมืองไทย เมื่อทุกปัญหาโถมเข้ามาพร้อมกันอย่างนี้ ประกอบกับความไม่เป็นเอกภาพของทีมเศรษฐกิจรัฐบาลไทยด้วย ก็จะยิ่งเป็นปัญหาใหญ่ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทุกคนยังไม่ได้ทำงานเลย จึงยังประเมินอะไรไม่ได้มาก ต้องรอจับตาดูผลงานก่อนสัก 3-4 เดือน ถึงจะรู้ว่าทีมเศรษฐกิจชุดนี้เป็นอย่างไร

 

วโรดม ปิฏกานนท์
ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่

เท่าที่ดูนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเข้ามาดูแลด้านนี้ เห็นได้ว่ามีทีมงานด้านเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์อยู่พอควร ที่เรียกว่าทีมอเวนเจอร์ และดูนายจุรินทร์เริ่มทำงานก่อนหน้านี้แล้ว ด้วยการลงพื้นที่ทั้งมาเชียงใหม่พบเกษตรกรเพื่อขอข้อมูลในพื้นที่ต่างๆ ถือว่าตั้งใจดีและน่าจะโอเค ส่วนกระทรวงการคลัง นายอุตตม
สาวนายน มาเป็นเจ้ากระทรวง รายนี้ถือว่ามาจากสายนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ซึ่งรับนโยบายมาตรง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เดินหน้าโดยเร็ว ก็น่าจะโอเค ในขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน มานั่งเชื่อว่าจะเร่งหาวิธีเพิ่มราคาสินค้าเกษตร พยุงราคาสินค้าเกษตรให้ดีขึ้นน่าจะทำการบ้านมาดี
ดังนั้นก็น่าจะให้โอกาสและเวลาทำงานสัก 6 เดือน เชื่อว่าจะพอเห็นเศรษฐกิจว่าจะเดินหน้าไปได้มากน้อย ไม่ถือว่าช้าไป เพราะคงเป็นการลงมือทำทันทีเลยทั้งการออกมาตรการและคงเห็นผลและภาพชัดว่าเป็นอย่างไร เชื่อว่าจะเร่งกระตุ้นให้เกิดอะไรที่ดีขึ้นเลย เพราะถือว่าเราว่างเว้นรัฐบาลใหม่ที่จะบริหารงานมานานถึง 3 เดือน คงจะรู้และรออยู่แล้วว่าจะออกมาตรการอะไรมากระตุ้นเศรษฐกิจหรือดึงให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นน่าจะไหวอยู่ รอดูกัน

 

ธนูศักดิ์ พึ่งเดช
ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต

ส่วนตัวมองว่าข้อดี คือ ครม.ชุดนี้มีความต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นนายกรัฐมนตรีคนเดิม และทีมบริหารหลายท่านซึ่งเป็นคนเดิม และยังได้เพิ่มเติมทีมบริหารจากหลากหลายพรรค ซึ่งแต่ละพรรคที่มาร่วมก็มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นแนวโน้มทางบวก เพราะเป้าหมายของแต่ละพรรคที่เข้ามาร่วมนั้นก็ต้องการที่จะทำผลงานผ่านการผลักดันนโยบาย ให้เกิดประสิทธิภาพ ภายใต้ระยะเวลาที่หลายคนมองว่าอาจจะมีจำกัดในการบริหารประเทศ ซึ่ง ครม.ทั้งที่มาจากพรรคพลังประชารัฐ ภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์หลายท่านมีความรู้ความสามารถด้านเศรษฐกิจจึงเชื่อว่าสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศเดินหน้าไปได้ ถึงแม้จะมีข้อพึงระวังอยู่ว่าการที่รัฐบาลมาจากหลายพรรคการเมืองจะส่งผลต่อเสถียรภาพในการบริหาร หรือภาวะปริ่มน้ำก็เป็นได้
เชื่อว่า ครม.ประยุทธ์ 2 จะสามารถขับเคลื่อนได้ดีกว่า ครม.ประยุทธ์ 1 เนื่องจากมีความพร้อมมากกว่า เพราะในช่วงที่การบริหาร 5 ปีที่ผ่านมานั้น รัฐบาลต้องเสียเวลาไปกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และวางกรอบกติกาบ้านเมือง รวมถึงปัญหาต่างๆ ที่ค้างคา แต่ขณะนี้ทุกอย่างเหล่านั้นเริ่มลงตัวแล้ว เหลือเพียงการบริหารเพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศเดินหน้าไปได้
สำหรับจังหวัดภูเก็ต สิ่งที่คาดหวังกับ ครม.ชุดนี้ คืออยากให้เข้ามาผลักดันใน 3-4 เรื่อง เช่น การเข้ามาผลักดันให้ภูเก็ตเป็นหนึ่งเดียว ระหว่างภาคส่วนต่างๆ ทั้งรัฐ เอกชน และประชาชน รวมพลังกันภายใต้คอนเซ็ปต์เดียวกัน เพื่อรับมือปัญหาต่างๆ ขณะนี้เชื่อว่าต้องร่วมกันโปรโมตการท่องเที่ยวให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ที่มีลดกระหน่ำซัมเมอร์การท่องเที่ยว ซึ่งเมื่อเป็นไปในทิศทางเดียวกันจะมีแรงดึงดูดให้เดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้น

 

กรกฎ เตติรานนท์
ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช

หอการค้าทั้งประเทศมีความคาดหวังไว้มาก แต่เวลานี้ต้องมาดูนโยบายก่อน อยากให้รัฐบาลออกมาแถลงการณ์ให้ชัดเจนในเรื่องของภาคเศรษฐกิจ หากไม่มีความชัดเจนเชิงนโยบาย ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม ภาคธุรกิจจะขับเคลื่อนไปในทิศทางอย่างไรก็ยังทำไม่ได้ ความเป็นเอกภาพก็ไม่ชัดเจนว่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ รัฐบาลเองยังไม่เคยออกมาพูดในเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ มีแต่นโยบายของแต่ละพรรคในช่วงการหาเสียงเท่านั้น
ปัจจุบันภูมิภาคเงินค่อนข้างน้อย ภาคการท่องเที่ยวอ้างว่าเป็นตัวเลขหลักหรือเป็นเครื่องจักรหลักในการขับเคลื่อนประเทศในช่วงที่ผ่านมานั้นก็ยังชะลอตัวลงมาค่อนข้างน่าใจหายแบบมีนัยยะ ในระยะแรกการท่องเที่ยวค่อนข้างหวือหวา และพอหมดหน้าท่องเที่ยวก็แผ่วเบาลงหรือชะลอตัวลง แบบนี้เราถึงต้องหาวิธีการและมาตรการอย่างไรที่จะทำให้การท่องเที่ยวอยู่ยาวไปตลอดทั้งปี ภาคการเกษตรที่พยายามผลักดันให้เดินควบคู่ไปกับการท่องเที่ยว วันนี้หากรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของนโยบาย รัฐบาลต้องประกาศเป็นวาระชัดเจนว่าจะทำอย่างไร ภาคเกษตร หรือภาคการท่องเที่ยวเราสามารถปรับตัวตามได้
โดยเฉพาะภาคเกษตรในเวลานี้เราถูกกีดกันทางการค้าจากหลายประเทศ เป็นเพราะประเทศเราขาดความรู้ความเข้าใจที่ชัดเจน รัฐบาลจะต้องเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ ภาครัฐต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการให้ความรู้กับภาคเกษตรอย่างทันท่วงที และจะต้องมีการประเมินสถานการณ์อย่างจริงจัง ภาคเกษตรคงไม่มีความรู้ทันท่วงที แต่รัฐบาลจะต้องออกมาเป็นแนวป้องกันภาคการเกษตรจะดีกว่า

 

เกรียงศักดิ์ เสรีรัตน์ยืนยง
ประธานหอการค้าจังหวัดยะลา

รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีคนเดิม สามารถสานต่อและต่อยอดนโยบายต่างๆ ที่ได้ดำเนินการมาแล้วกว่า 5 ปี ประกอบกับรัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐบาลบริหารประเทศโดยยึดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทำให้การพัฒนาประเทศมีจุดหมายสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างมีทิศทาง ประกอบกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ยังคงเป็นรองนายกรัฐมนตรีดูแลด้านเศรษฐกิจ ทำให้มั่นใจได้ว่าทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงนโยบายต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ จะต่อยอดจากรัฐบาลเดิม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต้องตั้งใจแสดงฝีมือในการทำงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว แต่ก็มีความห่วงใยในเสถียรภาพของรัฐบาล เพราะเสียงของฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านใกล้เคียงกันมาก และฝ่ายค้านมีเสถียรภาพในการทำงานทั้งในสภาและนอกสภา แต่ก็มีข้อดีสำหรับประชาชน คือ รัฐบาลจะทำงานอย่างเต็มที่และไม่มีเรื่องทุจริตเพราะจะถูกตรวจสอบจากฝ่ายค้านอย่างใกล้ชิดแน่นอน
ผมอยากให้แก้ปัญหาในเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุการณ์ลอบทำร้ายทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนทั่วไป การลอบวางระเบิดหรือวางเพลิง สถานที่ราชการ สาธารณูปโภคพื้นฐาน บ้านเรือน อาคารพาณิชย์ และโรงงานอุตสาหกรรม ต้องลดลงอย่างมีนัยสำคัญในทางสถิติ
เพราะต่อให้รัฐบาลมีมาตรการหรือนโยบายใดๆ มากระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนในพื้นที่อย่างไร ก็ไม่สามารถสร้างแรงจูงใจให้คนออกมาจับจ่ายใช้สอย มีการค้าขายคึกคัก และมีการลงทุนใหม่ในพื้นที่ ซึ่งตนไม่ได้คาดหวังให้เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ต้องลดลงเป็นศูนย์ภายในปีสองปีนี้ แต่ก็ต้องมีพื้นที่ปลอดภัยจริงๆ เพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี แล้วจึงมีมาตรการกระตุ้นในทุกๆ มิติ เพื่อการรักษาพื้นที่ไว้ และอยู่รวมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสันติสุข

 

ผกายมาศ เวียร์รา
รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย

รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่มาดำรงตำแหน่งถือว่ามีความเหมาะสม ซึ่งทางภาคธุรกิจชายแดนพร้อมให้การสนับสนุน ไม่อยากให้เปลี่ยนนโยบายของรัฐบาลชุดก่อนๆ นโยบายไหนที่ดีและมีประโยชน์ก็อยากให้คงไว้ และเสริมในส่วนที่ยังบกพร่องหรือมีปัญหา เพื่อให้การพัฒนานั้นมีประสิทธิภาพ หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายบ่อยเกรงจะกระทบต่อการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว ซึ่งนั่นจะหมายถึงภาวะเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่จะไม่ดีตามไปด้วย
การค้าชายแดนปัจจุบันถือว่ามีนโยบายที่ดีอยู่แล้ว เพียงอยากให้เสริมในเรื่องของด้านความสัมพันธ์และการเข้าออกชายแดนให้สะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการค้าและการลงทุน เมื่อภาคธุรกิจหรือภาคประชาชนไปมาหาสู่กันง่ายโอกาสการลงทุนและการท่องเที่ยวก็จะดีตามไปด้วย ปัจจุบันเมียนมาเปิดประเทศให้สามารถขอวีซ่าทางออนไลน์ได้แล้ว แต่ไทยยังต้องขอที่สถานทูตซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกัน ขณะเดียวกันเงินบาทไทยนั้นแข็งตัว แต่เงินหยวนของจีนและเงินดอลลาร์อ่อนตัวลงมาก ทำให้มีผลต่อการค้าชายแดนซึ่งจะต้องแก้ปัญหาเรื่องนี้

บทความก่อนหน้านี้อบอวลด้วยความสุข ‘มาดามแป้ง’ โพสต์รูปสุขสันต์วันเกิด ‘คุณพ่อโพธิพงษ์’ ฮีโร่ตัวจริง
บทความถัดไปชัชชาติ ชี้ แค่เปลี่ยนแนวคิด สังคมจะมีพื้นที่สาธารณะใช้ประโยชน์ร่วมกันอีกมาก