รายงานหน้า2 : เสียง‘วิพากษ์-ปฏิกิริยา’ ‘ภาครัฐ-เอกชน-การเมือง’ เหตุ‘บึ้มป่วนเมือง’

หมายเหตุความเห็นของภาครัฐ ภาคเอกชนและการเมือง กรณีเกิดเหตุการณ์วางระเบิดในกรุงเทพฯพร้อมกันหลายจุด อาทิ ที่พระราม 9 ที่สถานีรถไฟฟ้า BTS ช่องนนทรี และที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม

 

พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์
ผู้บัญชาการทหารบก

ทางฝ่ายความมั่นคงได้มีการแจ้งเตือนมาระยะหนึ่งแล้ว โดยได้ประสานงานทั้ง กอ.รมน. เหล่าทัพ ตำรวจ และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ แต่ไม่คาดคิดว่าจะมาเกิดเหตุในช่วงนี้ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุที่ด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในช่วงบ่ายเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.รมน. ได้สั่งการหน่วยงานความมั่นคง โดยโทรศัพท์สายตรงไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการเหล่าทัพ ให้ดูแลสถานการณ์ด้วยเพราะนายกฯกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในจุดที่ 2 และ 3 ตามมา
ทั้งนี้ตั้งข้อสังเกตว่า ลักษณะเหตุการณ์รูปแบบการก่อเหตุคล้ายกับเหตุการณ์ในปี 2549 ที่เป็นกลุ่มคนเดิมๆ มีแนวคิดเดิมๆ และมาจากสำนักเดิมๆ เคยระเบิดป้อมตำรวจหลายจุด สิ่งที่เป็นห่วงก็คือจะมีฝ่ายการเมืองหรือพวกที่ไม่หวังดีกับประเทศมาใส่ความว่าฝ่ายความมั่นคงทำเรื่องแบบนี้ทำเอง เพราะเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ทั้งที่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากกลุ่มเดิมๆ ความคิดเดิมๆ มีคนสั่งการคนเดิม แต่คนลงมืออาจเป็นคนหน้าใหม่
นี่คือสิ่งบอกเหตุทางการเมือง เกิดจากกลุ่มที่มีความคิดแบบนี้ และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นสิ่งบอกเหตุว่าอาจจะมีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก แต่ขอให้มั่นใจว่านายกฯ และฝ่ายความมั่นคง สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ 2 คนแล้ว โดยอยู่ระหว่างการขยายผล อย่างไรก็ตาม ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก และขอความร่วมมือหากพบบุคคลต้องสงสัย หรือสิ่งต้องสงสัย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที แต่อย่าหลอกกันเพราะยิ่งจะสร้างความปั่นป่วน ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ โดยเฉพาะเรื่องของความเชื่อมั่น ส่วนที่ผู้ต้องสงสัย 2 คน มาจากภาคใต้นั้น ไม่ว่าจะเอาคนที่มาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาทำหรือไม่ก็ตาม แต่คนที่อยู่เบื้องหลัง ก็ยังเป็นกลุ่มเดิมๆ แต่ไม่ต้องห่วงท่านนายกฯ ดูแลได้ พวกเราก็ดูแลอยู่ และจะไม่ให้เกิดอีก
“อย่าเรียกว่าท้าทาย คนที่จะทำก็จ้องหาช่องโหว่อยู่แล้ว แต่มันเป็นสิ่งบอกเหตุว่าต่อไปอาจจะมีการเอาเรื่องแบบนี้มาใช้หวังผลทางการเมืองขึ้น ขอให้ประชาชนช่วยกัน อย่าให้คนไม่หวังดีเหล่านี้มาทำร้ายประเทศเราได้”

 

นฤมล ภิญโญสินวัฒน์
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว พร้อมสั่งการให้เร่งสอบสวน กระทั่งผู้ก่อเหตุถูกจับกุมแล้ว 2 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบสวนเชิงลึก เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน จึงขอฝากสื่อมวลชนว่าอย่าเพิ่งด่วนสรุปเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ควรปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนให้ทราบข้อเท็จจริงก่อน ว่าเหตุการณ์ต่างๆ มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ หรือเหตุเกิดขึ้นเพราะอะไร นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังสั่งการให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม และขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลความผิดปกติในบ้านเมือง หากพบเห็นอะไรที่ผิดปกติ ก็สามารถถ่ายภาพพร้อมแจ้งมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้
พล.อ.ประยุทธ์เป็นห่วงเรื่องดังกล่าวอย่างมาก เพราะเห็นว่าประเทศไทยเพิ่งผ่านพ้นการเลือกตั้งและรัฐบาลใหม่ก็เพิ่งแถลงนโยบายได้ไม่นาน โดยขณะนี้ทุกอย่างกำลังเดินหน้าด้วยดี หลายประเทศต้องการรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับไทย พร้อมให้การสนับสนุนรัฐบาลใหม่อย่างเต็มที่ แต่กลับมีผู้ประสงค์ร้ายต่อประเทศก่อเหตุการณ์ความวุ่นวาย จึงอยากขอความร่วมมือกับประชาชนว่า อย่าปล่อยให้คนที่ไม่อยากให้ประเทศไทยเดินหน้า มีที่ยืนในสังคม ทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกันให้ความร่วมมือกับตำรวจ โดย พล.อ.ประยุทธ์สั่งการว่าจะต้องจัดการเด็ดขาดกับผู้ที่สร้างความไม่สงบให้เกิดขึ้นในประเทศไทย
ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปและรองประธานกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ ในเช้าวันเดียวกันนี้ ไม่ได้สอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ พล.อ.ประยุทธ์ได้ติดตามความคืบหน้าอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของประเทศไทย ทุกคนจึงต้องมาช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี วันนี้ถึงเวลาที่เราต้องมาร่วมมือกัน ให้คนที่ไม่หวังดีต่อประเทศไทยไม่มีที่ยืนในสังคม อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้รัฐบาลจะมีคำชี้แจงต่อต่างประเทศเพื่อคลายความตระหนก โดยมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการหลายจุดในกรุงเทพมหานคร จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรการรักษาความปลอดภัยของรัฐบาล เชื่อว่าทุกอย่างจะสงบลงภายในวันนี้ เพราะนายกฯสั่งการให้สืบสวนโดยเร็วแล้ว

 

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย

เป็นเรื่องที่น่าตกใจและน่าห่วงใยมาก ที่เกิดระเบิดพร้อมๆ กันในช่วงเช้าของวันนี้ถึง 4-5 จุด ซึ่งเป็นจุดสาธารณะที่มีผู้คนพลุกพล่านพอสมควร อย่างเช่น ศูนย์ราชการ หรือสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส มองว่าเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชนคนกรุงเทพฯ จึงขอให้กำลังใจคนกรุงเทพฯ และให้ทุกคนระมัดระวัง เพราะเรายังสับสนกันอยู่ ไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไร ใครเล่นเกมอะไร อย่างไร แต่ว่าเป็นเรื่องที่อันตราย มีคนได้รับบาดเจ็บ และอาจทำให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินได้ ดังนั้น จึงขอเรียกร้องไปยังผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยเร่งหาตัวผู้ดำเนินการ ไม่ว่าจะสร้างสถานการณ์ หรือหวังผลอะไรก็แล้วแต่ มาดำเนินการลงโทษให้เร็วที่สุด และเชื่อว่าทุกจุดที่มีการกระทำดังกล่าวน่าจะมีกล้องวงจรปิด ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐเร่งตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้กระทำเหตุการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ให้รวดเร็วที่สุด เพราะจุดที่เอาระเบิดไปวางก็เป็นจุดที่คนมองเห็นทั้งนั้น เราในฐานะประชาชนก็อยากได้คำตอบเร็วๆ พร้อมทั้งขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจตราสอดส่องในห้วงระยะเวลา 2-3 วันนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่ต้องสัญจรไปมาในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะจุดโดยการสาธารณะต่างๆ ขณะเดียวกันก็ขอให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ภาคสนามที่ออกไปปฏิบัติการอยู่
“คงคาดเดาไม่ได้ แต่ต้องมีการหวังผลสร้างสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน มันต้องมีคนได้ประโยชน์จากการกระทำแบบนี้ แต่คนที่เสียประโยชน์คือประชาชน เราจะปล่อยให้ใครมาหาประโยชน์จากสถานการณ์แบบนี้โดยเอาชีวิตของคนไทยและชาวกรุงเทพมหานครมาแขวนไว้บนความเสี่ยงแบบนี้ไม่ได้ เรายอมไม่ได้ จะเป็นเกมอะไรก็แล้วแต่ จะใครที่ได้ประโยชน์จากการสร้างเหตุการณ์นี้ก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่น่าประณามที่สุด คือ ถ้ามีคนคิดที่สร้างสถานการณ์นี้เพื่อประโยชน์ของตนเองก็เป็นความคิดที่เลวมาก คือ เล่นอยู่กับชีวิต ทรัพย์สิน และจิตใจของประชาชน เรายอมไม่ได้ที่จะให้เกิดเรื่องแบบนี้”

 

สุพันธุ์ มงคลสุธี
ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

เป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อทำลายภาพพจน์ของรัฐบาลในการบริหารประเทศ เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาชาวต่างชาติเพียงระยะสั้น อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้เรียบร้อยแล้วอย่างทันท่วงที จึงมีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นในด้านการรักษาความปลอดภัยของประเทศไทยได้ระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมาอีกหรือไม่
“ส่วนตัวขอประณามผู้ก่อเหตุที่ทำลายชื่อเสียงและภาพลักษณ์ประเทศไทย แม้จะมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการท้าทายการทำงานของรัฐบาล ดังนั้นจึงอยู่ที่ว่าฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้วนั้น จะสามารถขยายผลไปได้ถึงแค่ไหน มีผู้ร่วมขบวนการหรือผู้สั่งการหรือไม่ หากเจ้าหน้าที่จับกุมและขยายผลจนนำตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกฎหมายได้ โดยไม่เกิดเหตุความวุ่นวายหรือสร้างสถานการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก หรือควบคุมดูแลไม่ให้เกิดเหตุความรุนแรงมากขึ้นไปกว่านี้ แน่นอนว่าจะสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนกลับคืนมา”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้น้ำโขงแปรปรวน ปลากระชังปรับตัวไม่ทันตายเป็นเบือ
บทความถัดไปโพล : คุณคิดว่า ‘ดิบาล่า’ จะตอบรับย้ายสลับขั้วมา ‘แมนฯยู’ หรือไม่