รายงานหน้า2 : วิเคราะห์‘เหตุ-ปัจจัย’ เลือกตั้งนครปฐมพลิก

หมายเหตุมุมมองของนักวิชาการวิเคราะห์เหตุผลและปัจจัยที่ทำให้นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ พรรคชาติไทยพัฒนา ชนะการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 จ.นครปฐม ได้คะแนนทิ้งห่างพรรคอนาคตใหม่แชมป์เก่าที่ส่งนายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร มาสู้ศึกในครั้งนี้

สุขุม นวลสกุล
อดีตอธิการบดี ม.รามคำแหง

หากดูจากผลการเลือกตั้งแล้วต้องยอมรับว่ากระแสพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ลดลง แต่ของรัฐบาลเพิ่มขึ้นหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทั้งนี้ หากเอาตัวเลขระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กับพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) มาบวกกันก็ต้องยอมรับไป ที่พูดอย่างนี้เพราะส่วนตัวเห็นว่า ที่ผ่านมาบ้านใหญ่สะสมทรัพย์ไม่ได้หาเสียงแนวฝ่ายรัฐบาลเต็มที่ แต่ใช้ความสัมพันธ์เก่ามากกว่า เพราะเคยเป็นเจ้าของพื้นที่ ดังนั้น เหตุที่นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ชนะการเลือกตั้งน่าจะทำให้บรรดาผู้ที่ถนัดแนวเก่า หรือแนวยึดพื้นที่เป็นหลักมีกำลังใจขึ้น เพราะวิธีเก่ายังใช้ได้อยู่
ต้องยอมรับว่า หัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคอนาคตใหม่ควรต้องทบทวนบ้าง การเล่นบทท้าทายแบบนี้ ในความรู้สึกของคนที่ชอบคนรุ่นใหม่ก็อาจจะชอบ พอใจ รู้สึกดี แต่เมื่อคะแนนออกมาแบบนี้แสดงว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้ยินดีด้วย ฉะนั้น พรรคอนาคตใหม่จำเป็นต้องลดความท้าทายลงบ้าง ต้องแคร์กระแสเก่าบ้าง
ตอนนี้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องวันเลือกตั้ง ดังนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ต้องจดใส่กระดานไว้เลยว่าเลือกตั้งวันอาทิตย์เหมือนทุกครั้งก็ดีอยู่แล้ว อย่าไปหาทางว่าเลือกวันอื่นจะวิเศษกว่าวันอาทิตย์เลย ต่อไปจะได้ไม่เลือกวันโดดๆ แบบนี้

 

สมชัย ศรีสุทธิยากร
ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเมืองและการพัฒนา ม.รังสิต

รัฐบาลคงมีกำลังใจเพิ่มขึ้นในลักษณะที่ประชาชนในพื้นที่อาจมีแนวโน้มเลือกพรรคของฝ่ายรัฐบาลมากขึ้น แต่จะต้องประเมินให้ชัดเจนว่า เป็นเพราะผลของการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลหรือคะแนนนิยมของตัวบุคคลในพื้นที่ รวมถึงวิธีการหาเสียงซึ่งอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ แต่โดยภาพรวมก็ถือว่าเป็นผลดีต่อรัฐบาลมากขึ้น แต่อย่าประมาท อย่าวางใจ อย่าทนงว่าสิ่งนี้เป็นเพราะประชาชนนิยมรัฐบาล แต่ต้องดูว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีวิธีการหาเสียงอย่างไร การใช้กลไกของหัวคะแนน การใช้บารมี อิทธิพลหรือการเป็นเจ้าของพื้นที่อาจเป็นปัจจัยหลัก ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าคะแนนนิยมที่มาจากรัฐบาล
การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ไม่มีคะแนนจากเลือกตั้งล่วงหน้า เลือกตั้งนอกเขต เลือกตั้งนอกประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยชี้ขาดที่เล็กน้อยมาก ที่ทำให้พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แพ้เลือกตั้ง แต่สิ่งที่น่าสนใจมาจากคะแนนของผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ
(พปชร.) เดิม ซึ่งคราวนี้ไม่ได้ลงเลือกตั้ง แต่เทไปให้พรรค ชทพ. ไม่เทให้พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เพราะหากนำคะแนนของผู้สมัคร พปชร.ไปรวมกับคะแนนเดิมของผู้สมัคร ชทพ.เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 จะเห็นได้ว่าคะแนนจะใกล้เคียงกับคะแนนเสียงที่ผู้มีสิทธิมอบให้นายเผดิมชัยในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ขณะที่พรรค อนค.ลดลงไปกว่า 6,000 คะแนน ส่วนสาเหตุที่ พปชร.ไม่เทให้ ปชป.เนื่องจากประเมินว่า ปชป.ยังติดกับดักของตัวเอง จากความไม่เป็นเอกภาพหรือแสดงท่าทีที่ชัดเจนร่วมมือกับนายกฯอย่างเต็มที่ แม้ว่าขณะนี้ ปชป.ยังอยู่ในรัฐบาล แต่ยังเห็นการให้สัมภาษณ์ของสมาชิกพรรคบางราย กล้าที่วิจารณ์ผู้นำ ไม่เหมือน ชทพ.ซึ่งไม่เคยพูด แถมอยู่ในกรอบ ทำตัวเหมือนเด็กดี
สำหรับการเลือกตั้งในวันพุธกลางสัปดาห์ หาก กกต.หลีกเลี่ยงได้ก็ไม่ควรจัด แต่ที่ผ่านมาเป็นข้อจำกัดเรื่องของเวลาในการทำงานว่าจะต้องเลือกตั้งให้เสร็จภายใน 45 วัน หลังจาก ส.ส.เดิมลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 ต่อมารัฐบาลใช้เวลากว่า 2 สัปดาห์กว่าจะออกประกาศพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) การเลือกตั้งได้ ทำให้เวลาในการรับสมัคร การหาเสียง เวลาในการทำงานของ กกต.ลดน้อยลงเหลือไม่ถึง 30 วัน ทำให้การทำงานของทุกฝ่ายยากลำบากไปด้วย ดังนั้น ในคราวต่อไปถ้ามีเหตุจำเป็นในการเลือกตั้งซ่อม กกต.ควรเร่งรีบประสานงานกับรัฐบาลในการออก พ.ร.ฎ. โดยเร็วเพื่อให้เวลาเตรียมการของทุกฝ่าย และการเลือกซ่อมคราวนี้ กกต.ไม่ได้แสดงถึงศักยภาพเท่าที่ควร ทั้งที่ระดมสรรพกำลังเพื่อการนี้เต็มที่ แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะประกาศผลอย่างเป็นทางการได้เมื่อใด สะท้อนถึงปัญหาการทำงานของ กกต.ควรทำงานอย่างไรให้เป็นระบบและมีความน่าเชื่อถือ เป็นความหวังของประชานได้มากกว่านี้
หลังการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะไม่มีปัจจัยที่ทำเกิดความเปลี่ยนของ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เพราะไม่เป็นเหตุของการเลือกตั้งซ่อมเพราะมีการทุจริต แต่เลือกตั้งซ่อมเพราะ ส.ส.ลาออกเพราะมีอาการป่วย แต่ถ้าเลือกตั้งใหม่เพราะทุจริตหรือมีเหตุอื่นในอีกหลายจังหวัดจะต้องนำคะแนนไปคำนวณใหม่

 

ทวิสันต์ โลณานุรักษ์
นักวิชาการอิสระ จ.นครราชสีมา

พรรคชาติไทยพัฒนาชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ มาจาก 4 เหตุผลด้วยกัน คือ 1.พรรคชาติไทยพัฒนามีการหาเสียงอย่างรัดกุม ไม่ประมาทเหมือนครั้งแรก 2.พรรคชาติไทยพัฒนายังได้แรงเสริมจากพรรคพลังประชารัฐ ทำให้มีคะแนนเพิ่มมาอีกกว่า 18,000 คะแนน 3.นโยบายของรัฐบาลที่อัดฉีดลงไปถึงประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นไปด้วย และ 4.คำว่าบ้านใหญ่นครปฐม ยังใช้ได้เป็นอย่างดี
ส่วนพรรคอนาคตใหม่แม้จะมีการวางแผนหาเสียงอย่างเข้มข้นและรัดกุม แต่ด้วยเวลาเปลี่ยน บทบาททางการเมืองเปลี่ยน ความนิยมก็เปลี่ยนไปตาม ผู้สมัครก็ยังไม่เป็นที่รู้จักในทางการเมืองมากนัก ประกอบกับพรรคกำลังเผชิญกับปัญหาทั้งภายในและภายนอกพรรค จึงทำให้พ่ายแพ้ไปอย่างที่เห็น แม้ว่าจะแพ้ไปประมาณแค่ 6,000 คะแนน ซึ่งอาจจะดูไม่มากนักก็ตาม แต่ถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญที่พรรคอนาคตใหม่จะต้องนำกลับไปทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อนำไปใช้ต่อสู้ทางการเมืองซึ่งยังมีอีกหลายสนามหลังจากนี้

 

โอฬาร ถิ่นบางเตียว
คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ม.บูรพา

หากดูจากผลคะแนน สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือตระกูล “สะสมทรัพย์” แพ้ไม่ได้ เนื่องจากครั้งที่แล้วประมาทกับบริบททางการเมืองของ จ.นครปฐม ที่มีตัวแปรกลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการใช้เทคโนโลยี ที่ผ่านมาพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ก็น่าจะถอดบทเรียนจากเรื่องนี้พอสมควร อีกทั้งการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรค ชทพ. ซึ่ง พปชร.เลือกที่จะไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเพื่อเปิดทางให้ตระกูลสะสมทรัพย์ ซึ่งยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ซึ่งพรรคเพื่อไทย (พท.) ก็ไม่ได้ส่งผู้สมัคร นายวัน อยู่บำรุง ลูกชายคุณเฉลิมก็ประกาศชัดว่าจะสนับสนุนตระกูลสะสมทรัพย์ จึงทำให้ความได้เปรียบมาอยู่ที่สะสมทรัพย์ เนื่องจากมีทั้งแรงสนับสนุนจากพรรคการเมือง จากกลุ่มอำนาจ รวมทั้งต้นทุนทางการเมืองเดิมของพรรคที่อยู่กับบรรดานักการเมืองท้องถิ่น ความได้เปรียบเหล่านี้ บวกกับครั้งนี้เป็นนัดล้างตา เขาจึงแพ้ไม่ได้
ส่วนฝั่งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ก็สะท้อนให้เห็นว่า ข้อเสนอของพรรคอนาคตใหม่ที่มีเป้าหมายหลักในการโจมตีรัฐบาลและการสืบทอดอำนาจ ผมเริ่มเห็นว่าอาจเป็นการสร้างข้อจำกัด หรือสร้างการสื่อสารที่ประชาชนในเขต 5 เริ่มรู้สึกว่าอาจจะตึงเครียดเกินไปในการสื่อสารการเมืองเช่นนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากการที่พรรคอนาคตใหม่แสดงท่าทีชัดเจนต่อพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562 ที่อาจจะผันแปรเป็นเงื่อนไขการโจมตีทางการเมืองของพรรคอนาคตใหม่ได้
ประการต่อมาที่สำคัญมากคือ การเลือกตั้งเที่ยวนี้เป็นการกำหนดวันเลือกตั้งที่ไม่เป็นปกติทั่วไปของการเลือกตั้ง โดยมากจะเป็นวันอาทิตย์ แต่ครั้งนี้เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ของหน่วยงานราชการ ทำให้คนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้หยุดก็อาจจะไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะกลุ่มที่อนาคตใหม่มองว่าเป็นฐานคะแนนหลัก คือกลุ่มที่เป็นผู้ใช้แรงงานชนชั้นกลางที่ทำงานภาคเอกชน ซึ่งอาจจะเป็นวันทำงานปกติจึงไม่สามารถใช้สิทธิได้
ส่วนตัวให้น้ำหนักว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นนัดล้างตาของตระกูลสะสมทรัพย์ แต่ก็อาจมีผลเป็น กระแสไปถึงการเลือกตั้งซ่อมของจังหวัดอื่นได้ จากการที่ อนค.แพ้เลือกตั้ง ซึ่งมีปัญหามาจากความแตกแยกภายในพรรค ปัญหางูเห่า ทำให้ซีกรัฐบาลได้ใจในการเลือกตั้งซ่อมอีกหลายจังหวัดเพราะเห็นจุดอ่อนและสามารถเอาจุดอ่อนของอนาคตใหม่ที่เกิดในนครปฐม เป็นเงื่อนไขที่จะทำให้การเลือกตั้งซ่อมตีกลับมายังพรรคฝั่งรัฐบาลได้ ในขณะเดียวกัน การดีลกันระหว่างอนาคตใหม่กับเพื่อไทยก็อาจจะเกิดปัญหาได้เช่นกัน เนื่องจากเพื่อไทยเห็นว่าอนาคตใหม่มีสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ก็อาจจะตัดสินใจส่งผู้สมัครเอง
รัฐบาลสามารถใช้เงื่อนไขโจมตีอนาคตใหม่ได้ แม้ส่วนตัวจะให้น้ำหนักการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันหลายฝ่ายเพื่อที่จะทำให้สะสมทรัพย์กลับมามีอำนาจ ซึ่งอาจไม่ใช่รัฐบาล 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ในทางการเมือง ซีกรัฐบาลสามารถใช้เป็นเครื่องมือโจมตีได้ว่าอนาคตใหม่กระแสลด เล่นการเมืองหรือโจมตีแบบสุดโต่งเกินไป ทำให้คนเริ่มรู้สึกไม่ชอบความคิดแบบนี้
อนาคตใหม่ต้องยอมรับกระแสตอนนี้ และพยายามแก้ปัญหาจากภายใน ทั้งเรื่องงูเห่า เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกพรรคกับกรรมการบริหารพรรค ตลอดจนหัวหน้าพรรค เพื่อไม่ให้เกิดระบบที่เรียกว่า “คณาธิปไตยภายในพรรค” หรือลักษณะอำนาจรวมศูนย์อยู่เฉพาะคนไม่กี่คน อนาคตใหม่ต้องแก้ปัญหาภายในให้เสร็จสรรพ หลังจากนั้นพยายามสร้างการสื่อสารกับประชาชน โดยลดระดับความตึงเครียดหรือสุดโต่งลงอีกสักเล็กน้อย และเน้นไปที่ปัญหาปากท้องของประชาชนบ้าง เพราะอนาคตใหม่พุ่งเป้าไปที่การโจมตีรัฐบาล ซึ่งทำได้ แต่สถานการณ์ขณะนี้คนกำลังประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ อนาคตใหม่น่าจะสื่อสารทางนี้เพื่อให้คนเห็นว่า อนค.มีนโยบายในแนวนี้ด้วย ไม่ได้เพียงมุ่งโค่นล้มรัฐบาล โจมตี คสช.หรือนายกฯเพียงอย่างเดียว
อนาคตใหม่เพิ่งจะตั้งพรรค จากนี้ต้องเจอปัญหาอีกมาก หากสามารถฝ่าวิกฤตนี้ได้จะสามารถขับเคลื่อนกิจกรรมการเมืองได้ต่อไป

บทความก่อนหน้านี้ดิจิเทรนด์ฟอร์เวิร์ด : ‘ขายหน้า’ให้ได้เงิน
บทความถัดไปคอฟฟี่เบรก : ซุปเปอร์แด๊ด