รายงานหน้า2 : 2อธิบดีตั้งโต๊ะแถลง แผนรับมือ-ผลกระทบตัด‘จีเอสพี’

หมายเหตุนายกีรติ รัชโน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และนายสมเด็จ สุสมบูรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ แถลงข่าวถึงผลกระทบและมาตรการรับมือกรณีที่สหรัฐประกาศตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (จีเอสพี) สินค้าไทย 573 รายการ ซึ่งจะมีผลวันที่ 25 เมษายน 2563

 

กีรติ รัชโน
รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

สหรัฐให้สิทธิจีเอสพีกับไทยมาตั้งแต่ปี 2519 ที่ผ่านมาประเทศไทยใช้สิทธิพิเศษดังกล่าวมาตลอด และในแต่ละช่วงเวลาสหรัฐก็มีการประเมินและทบทวนว่าจะตัดสิทธิหรือให้สิทธิเพิ่ม ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการค้า ซึ่งปัจจุบันจีเอสพีที่ไทยได้รับ เป็นการต่ออายุครั้งที่ 10 มีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563
สิ่งสำคัญของจีเอสพีคือเป็นการให้เพียงฝ่ายเดียวกับประเทศที่กำลังพัฒนา หรือด้อยพัฒนา และให้สิทธิสินค้าทั้งกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรม โดยสหรัฐกำหนดคุณสมบัติในการทบทวนไว้แล้วว่าต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้าง ยกตัวอย่าง หากได้รับ จีเอสพี แล้วส่งออกไปเรื่อยๆ จนยอดสินค้าส่งออกเกินกำหนดที่ 185 ล้านเหรียญสหรัฐ ก็อาจจะถูกตัดสิทธิได้ เพราะสินค้าที่นำเข้าไปอาจกระทบกับสินค้าภายในประเทศสหรัฐ
หรือสหรัฐอาจประเมินแล้วพบว่าประเทศที่ได้จีเอสพี มีรายได้ต่อหัวของประชากรเพิ่มมากขึ้น รวมถึงอาจเป็นเงื่อนไขที่กำหนดไว้ อาทิ ต้องดูแลเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิประโยชน์ด้านแรงงาน จึงยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแบน 3 สารเคมีแน่นอน
ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น หลังจากไทยถูกตัดจีเอสพี
573 รายการ มีประมาณ 70% ที่ใช้จีเอสพี ส่วนอีก 30% ไม่ได้ใช้สิทธิ แสดงให้เห็นว่าการส่งออกสินค้าไปขายที่สหรัฐ ยังสามารถไปได้อยู่ ไม่ได้หมายความว่าเมื่อถูกตัดจีเอสพีไปแล้ว ไทยจะไม่สามารถส่งสินค้าไปขายที่สหรัฐ ยังส่งได้ตามเดิม แต่ต้องเสียภาษีในอัตราปกติที่ 4.5% ขึ้นอยู่กับชนิดของสินค้านั้นๆ
มูลค่าการส่งออกที่ไทยส่งสินค้าไปขายสหรัฐ จะอยู่ที่ 40,000 ล้านบาทต่อปี การถูกตัดจีเอสพี
จะทำให้ไทยต้องจ่ายภาษีเพิ่มประมาณ 4.5% หรือจ่ายเพิ่มจริงๆ ประมาณ 1,500-1,800 ล้านบาทต่อปี เป็นภาระทางภาษีเพิ่มขึ้น แต่ว่าในบางกลุ่มสินค้าได้รับผลกระทบน้อย โดยกลุ่มสินค้าที่ถูกเก็บภาษีอัตราสูงสุดคือ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและเครื่องครัวเซรามิก 26% ส่วนกลุ่มที่ถูกเก็บอัตราต่ำสุดคือ เคมีภัณฑ์ 0.1% จึงอยากเน้นย้ำว่าไม่ได้ส่งผลกระทบกับมูลค่าการส่งออกทั้งก้อนกว่า 40,000 ล้านบาท
ที่ผ่านมาการส่งสินค้าไปสหรัฐ มีอีก 30% ที่ไม่ใช้จีเอสพีและยังนำเข้าได้อยู่ แสดงให้เห็นว่ากลุ่มสินค้าอีกว่า 30% ไม่ได้สนใจการใช้จีเอสพี อาจเพราะเป็นกลุ่มสินค้าที่มีคุณภาพและมีศักยภาพอยู่แล้ว ลูกค้าไม่ได้สนใจเรื่องราคา แต่สนใจเรื่องคุณภาพ และนวัตกรรมของสินค้ามากกว่า ทำให้ยังมีหลายกลุ่มสินค้าที่สามารถไปได้ด้วยตัวเองอยู่
ส่วนเรื่องสวัสดิภาพแรงงาน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ใช้อ้างในการตัดจีเอสพีไทยนั้น สหรัฐจะพิจารณา 2 วิธี คือกระทรวงแรงงานของสหรัฐจะสอบถามโดยตรงเลยว่าแต่ละประเทศมีการดูแลสวัสดิภาพแรงงานในประเทศนั้นๆ ดีมากเพียงพอหรือไม่ ส่วนอีกวิธีคือ มีการร้องเรียนเกี่ยวกับสวัสดิภาพแรงงาน ซึ่งไทยถูกตัดสิทธิไป เพราะถูกร้องเรียนจากบุคคล
ที่ผ่านมากระทรวงแรงงานของไทย ได้ปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเรียกร้องของสหรัฐมาโดยตลอด และสามารถพัฒนาให้ผ่านมาตรฐานกระทรวงแรงงานระหว่างประเทศแล้ว 5 ข้อ จากทั้งหมด 7 ข้อ แต่สหรัฐยังมองว่าไทยยังไม่สามารถดำเนินการตามข้อเรียกร้องของสหรัฐ จึงตัดสิทธิจีเอสพีชั่วคราวไทย
ช่วงที่ผ่านมา ก็พอได้รับสัญญาณจากสหรัฐมาแล้วบ้าง ผ่านเวทีการประชุมใหญ่ๆ ว่าช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ จะประกาศผลการพิจารณาดังกล่าว ที่ถามว่าทำไมจึงมาเกิดขึ้นในช่วงนี้พอดี ก็คงไม่ใช่
เรื่องผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสินค้าไทย ที่ผ่านมากรมการค้าต่างประเทศได้หารือกับผู้ส่งออกไทยมาตลอด คุยกันมานานแล้วว่าสิทธิจีเอสพีเป็นการให้ฝ่ายเดียว วันหนึ่งอาจถูกตัดสิทธิได้ ผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวให้ได้ อย่าหวังพึ่งเรื่องราคาอย่างเดียว จะต้องพัฒนาสินค้าให้ดีและมีคุณภาพ ใส่นวัตกรรมใหม่ๆ ในตัวสินค้า
ส่วนการลดความเสี่ยง ซึ่งเป็นนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้แนวทางมาตั้งแต่ต้น ด้วยการหาตลาดใหม่เพิ่มเติม ต้องเร่งดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตลาดที่เชื่อว่าจะช่วยกระจายความเสี่ยงให้สินค้าของไทย ซึ่งมีประมาณ 10 แห่ง อาทิ ตะวันออกกลาง ยุโรปตะวันออก และทวีปแอฟริกา
หลังจากนี้จะมีการเจรจากับทางสหรัฐ เพื่อขอต่ออายุสิทธิจีเอสพีโดยเร็วที่สุด คาดว่าจะยื่นขอเจรจากับสหรัฐ หลังช่วงการประชุมอาเซียนซัมมิต ในเดือนพฤศจิกายนนี้ รวมทั้งการเจรจาภายใต้กรอบความตกลงการค้าและการลงทุนไทยกับสหรัฐต่อไป รวมถึงยังมีเวทีอีกหลายเวทีที่อาจจะขอเจรจาร่วมกันได้
ขอย้ำว่าการถูกตัดจีเอสพีไทยครั้งนี้ เป็นการตัดสิทธิชั่วคราวเท่านั้น ยังมีเวลาอีก 6 เดือน ก่อนจะเริ่มเสียภาษีอัตราจริง ทำให้ยังมีในการเจรจาขอต่อสิทธิจีเอสพี
การตัดสิทธิจีเอสพีของสหรัฐครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่ไทยเพียงประเทศเดียว แต่ยังมีประเทศอื่นอีก คือ โบลิเวีย อิรัก ยูเครน ที่อยู่ในประกาศการทบทวนต่ออายุจีเอสพี แต่ไทยโดนเรื่องสวัสดิภาพแรงงานด้วย ทำให้ถูกตัดสิทธิชั่วคราวไป ส่วนอินเดียและตุรกีก็โดนตัดจีเอสพีเช่นกัน เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จะเห็นว่าการตัดจีเอสพี มีสาเหตุมาจากหลายมิติ และไทยไม่ได้โดนประเทศเดียว
ปัจจุบันประเทศไทยที่พึ่งพาการส่งออกสินค้าโดยใช้สิทธิจีเอสพี มากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศที่สหรัฐให้สิทธิดังกล่าวทั้งหมด 119 ประเทศ ล่าสุดในช่วง 8 เดือนแรกปี 2562 (มกราคม-สิงหาคม) ไทยส่งออกสินค้าโดยใช้จีเอสพีไปแล้วกว่า 3,234 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ 2,858 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับสินค้าสำคัญที่ไทยถูกตัดจีเอสพีชั่วคราว อาทิ มอเตอร์ไซค์ แว่นสายตา เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ไฟฟ้า พลาสติกและของทำด้วยพลาสติก อาหารปรุงแต่ง เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์ที่ทำด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้า ทองแดง ผลิตภัณฑ์เซรามิก เครื่องประดับ
ขณะเดียวกันได้รับจีเอสพีคืน 7 รายการ จากช่วงที่ผ่านมาที่ถูกตัดสิทธิไป 11 รายการ ได้แก่ เลนส์แว่นตา เห็ดทรัฟเฟิล โกโก้ เครื่องปรับแรงดันไฟฟ้า ปลาดาบ กล้วยไม้ และหนังสัตว์เลื้อยคลาน

 

สมเด็จ สุสมบูรณ์
ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

สหรัฐประกาศตัดจีเอสพีสินค้าไทยบางรายการ จะยังไม่กระทบต่อเป้าส่งออกสินค้าไทยที่ส่งไปสหรัฐในปี 2562 ที่คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 4 เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่มีคำสั่งซื้อไว้ล่วงหน้าและทยอยส่งมอบไปแล้ว คาดว่าช่วงนี้ผู้นำเข้าจะเร่งนำเข้าสินค้า ก่อนมาตรการมีผลบังคับใช้
อย่างไรก็ตาม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเตรียมมาตรการรองรับ และเพิ่มกิจกรรมหาตลาดทดแทน พร้อมทั้งได้หารือกับภาคเอกชนเพื่อกำหนดตลาดและกิจกรรม เบื้องต้นมี 7 มาตรการรองรับ ดังนี้
1.เร่งขยายการส่งออกสินค้าไปสหรัฐช่วงปลายปีนี้จนถึงก่อนมาตรการมีผลบังคับใช้ โดยจะมีกิจกรรมผลักดันให้การนำเข้าขยายตัวมากขึ้น คาดว่าผู้นำเข้าจะเร่งนำเข้าสินค้าที่จะได้รับผลกระทบมาเตรียมไว้ก่อน ดังนั้น ช่วงนี้อาจมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องใช้ไฟฟ้า
ขณะเดียวกันมีการคืนสิทธิจีเอสพี สินค้าไทย 7 รายการ ได้แก่ ปลาแช่แข็ง, ดอกกล้วยไม้สด, เห็ดทรัฟเฟิล, ผงโกโก้, หนังของสัตว์เลื้อยคลาน, เลนส์แว่นตา และส่วนประกอบของเครื่องแรงดันไฟฟ้า ซึ่งกรมจะเร่งขยายส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐ ให้สินค้าเหล่านี้ไปพร้อมกัน
2.เร่งกระจายความเสี่ยง โดยหาตลาดส่งออกให้หลากหลายและแสวงหาตลาดใหม่ให้กับสินค้าที่ได้รับผลกระทบ โดยให้ทูตพาณิชย์เร่งหาตลาดให้ก่สินค้าที่ได้รับผลกระทบ และสำรวจความต้องการของตลาด ทำหน้าที่เป็นเซลส์แมนของไทยตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยช่วงนี้ถึงกลางปี 2563 กรมมีแผนงานเร่งด่วนเพิ่มเติมเพื่อบุกตลาดและกระตุ้นความต้องการสินค้าไทยในประเทศเป้าหมายทั่วโลก อาทิ อินเดีย, บาห์เรน, กาตาร์, แอฟริกาใต้, ญี่ปุ่น, จีน, สหราชอาณาจักร, สหภาพยุโรป, ตุรกี, รัสเซีย, กลุ่มซีแอลเอ็มวี, ศรีลังกา, บังกลาเทศ และอินโดนีเซีย
3.ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการเกษตร และอาหารแปรรูป โดยใช้โอกาสจากภาวะเงินบาทแข็งค่าไปลงทุนในสหรัฐในรูปของสำนักงานขาย หรือแสวงหาเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน หรือในประเทศที่สหรัฐมีข้อตกลงการค้าเสรี อาทิ แคนาดา, ชิลี และเม็กซิโก เพื่อใช้สิทธิในการส่งสินค้าเข้าสหรัฐ
4.กระชับความสัมพันธ์กับผู้นำเข้าพันธมิตร และเพิ่มความร่วมมือกับผู้นำเข้าขนาดกลาง และเอสเอ็มอีในประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรมต่างๆ
5.สร้างความต้องการสินค้าไทยในตลาดต่างประเทศ เช่น การจัดกิจกรรมส่งเสริมในห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารไทย และกิจกรรมส่งเสริมสินค้าไทยในหลายตลาด
6.เน้นการให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพและมาตรฐานสินค้า พัฒนาสินค้าด้วยนวัตกรรม สอดคล้องกับเทรนด์ของตลาด อีกทั้งการสร้างความเข้มแข็งให้แบรนด์สินค้า และทรัพย์สินทางปัญญาของสินค้า เพื่อสร้างจุดเด่นและความได้เปรียบของสินค้าไทย
7.ผลักดันการค้าผ่าน thaitrade.com ซึ่งเป็นช่องทางการค้าออนไลน์ที่สามารถส่งออกสินค้าไทยคู่ขนานไปกับการค้ารูปแบบเดิม พร้อมกันนี้กรมได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มของประเทศคู่ค้าที่สำคัญ โดยจะเปิด TopThai Flagship Store ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มขายสินค้าของไทยในแพลตฟอร์มต่างประเทศ และในเดือนพฤศจิกายนนี้จะเปิดตัวร่วมกับ TMall Global ในจีน และจะขยายสู่ประเทศสำคัญอื่นๆ ต่อไป

บทความก่อนหน้านี้จอดป้ายประชาชื่น : ความพยายามผุด5จี
บทความถัดไปสถานีคิดเลขที่12 : ใกล้เริ่มยุค5จี : โดย นฤตย์ เสกธีระ