รายงาน : ท่วงที และลีลา ของ ธนาธร อนาคตใหม่ เชิง ยุทธศาสตร์

การถอยของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จากการเป็นกรรมาธิการวิสามัญ เป็นการถอยในทางยุทธศาสตร์และดำเนินไปด้วยยุทธวิธีอันแหลมคม

มิใช่เพราะทนงานหนักมิได้

มิใช่เพราะเป็นคนเหลาะแหละ โลเล เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ เข้าลักษณะ “ฮ่องเต้ ซินโดรม” อย่างที่ใครบางคนเคยตีปลาหน้าไซ

หากเป็นการถอยอย่างเปี่ยมด้วย “กลยุทธ์”

ไม่เพียงเพราะเมื่อ “กลุ่มอภิสิทธิ์ชน” ไม่ต้องการให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้เหยียบเข้าไปในสภา
ก็ทำตามอย่างเซื่องๆ

ในท่วงทำนอง “ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง”

ตรงกันข้าม แต่ละลีลา แต่ละจังหวะก้าว นับแต่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประกาศเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนเป็นต้นมา เปี่ยมด้วยแผน เปี่ยมด้วยกระบวนท่า

กระบวนท่าของ “นักการเมือง” ในยุคแห่ง “Homo Deus

เรื่องนี้ขอให้ตรวจสอบจากบทบาทของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก่อนและภายหลังการประกาศในวันที่ 29 พฤศจิกายน

1 เขาตรวจสอบงบ “กลาโหม”

เป็นการตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อบรรดา “ผบ.เหล่าทัพ” พร้อมกับตั้งข้อสังเกตทิ้งท้ายเอาไว้ว่าสามารถตัดออกได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40

1 ค่ำวันเดียวกันก็ “ธนาธรไลฟ์”

เนื้อหาใจกลางนอกจากขยายเหตุผลของการลาออกอย่างหนักแน่น จริงจังแล้ว ปฏิบัติการของ นายธนาธร
จึงรุ่งเรืองกิจ แหลมคมยิ่ง

เพราะแตะไปยัง “เงิน” นอก “งบประมาณ”

สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือน “สะพานเชื่อม” กับการรณรงค์ในเรื่อง “ท.ทหารทันสมัย” ไม่ว่าที่สยามสแควร์ ไม่ว่าที่ตลาดเปิดท้ายขายของ พระนครศรีอยุธยา ไม่ว่าที่ศูนย์การค้า ดิ โอโซน ที่ระยอง

นี่คือบทบาทของ “กองหน้า” และ “สะพานเชื่อม” ทางการเมือง

ไม่ว่าคนจากพรรคพลังประชารัฐที่ออกมาเสียดสี ไม่ว่าคนจากพรรครวมพลังประชาชาติไทยที่ออกมาตอดนิดตอดหน่อย ไม่ว่าคนจากพรรคประชาธิปัตย์ที่ออกมาแสดงความผิดหวัง

ถามได้เลยว่ารู้สึกอย่างไรกับบทบาท “ใหม่” ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

การที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เสนอระบบเกณฑ์ทหารใหม่ในแบบ “ท.ทหาร ทันสมัย” การที่ นายธนาธร
จึงรุ่งเรืองกิจ แตะไปยังเงินนอกงบประมาณของ “กองทัพ”

เคยมีพรรคการเมืองไหนทำ เคยมีนักการเมืองไหนแตะ

ไม่ว่าเงินจากสถานีโทรทัศน์ ไม่ว่าเงินจากวิทยุกระจายเสียง ไม่ว่าเงินจากสนามม้า ไม่ว่าเงินจากสนามมวย ที่ไม่เคยมีการชี้แจงแสดงบัญชี

เคยมีพรรคการเมืองไหนทำ เคยมีนักการเมืองไหนแตะ

ยิ่งกว่านั้น บทบาทของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มิได้ทำในแบบ “ฮ่องเต้ ซินโดรม” ตรงกันข้าม มีการ
ตระเตรียมทั้งในสภา และในท่ามกลางมวลชนอย่างเป็นระบบ

เป็น “ยุทธวิธี” อันรองรับ “ยุทธศาสตร์” อย่างเป็นขั้นตอน

เหมือนกับว่าการลาออกจากกรรมาธิการเพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการถอยอย่างไม่มีหนทางเลือก

แต่เมื่อเป็นกระบวนท่า “ถอยทางยุทธศาสตร์”

จึงมิได้เป็นอาการในแบบ “หนียะย่าย พ่ายจะแจะ” ตรงกันข้าม สะท้อนความรับรู้ว่าสถานการณ์ในอนาคตอันใกล้จะดำเนินไปอย่างไรจากการรุกของอีกฝ่าย

จำเป็นต้องปรับ “กลยุทธ์” เพื่อรุกกลับอย่างเป็นฝ่ายกระทำ

บทความก่อนหน้านี้สะพานแห่งกาลเวลา : แรงงาน4.0 กรณีศึกษาจากสิงคโปร์
บทความถัดไปตาชั่งพันดาว : ก้าวสกัด