ลับเขี้ยว ลับคม อยู่เป็น กะ อยู่ไม่เป็น ของ ประชาธิปัตย์

ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ว่า นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล มองตรงกัน ในประเด็น “สภาล่ม”
นั่นคือ ชี้ไปที่ “ประชาธิปัตย์”
เห็นได้จาก ภาพอันมาจากงานหนึ่งซึ่งอยู่ที่เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พยายามเกาะกุมมือของทั้ง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน
มิได้จับมือ “รองนายกฯ” มิได้จับมือ “รัฐมนตรีเกษตร”
ตรงกันข้าม เด่นชัดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังจับมือหัวหน้าพรรค เด่นชัดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังจับมือเลขาธิการพรรค
ยิ่ง นายวิรัช รัตนเศรษฐ ยิ่งไม่อ้อมค้อม
“อยากขอให้พรรคประชาธิปัตย์รักษาองค์ประชุมให้ครบ ไม่ใช่ไม่พอใจแล้วไม่มาและโหวตสวนมติวิป รัฐบาล”
เท่ากับชี้ว่า “ประชาธิปัตย์” คือ จำเลย

หากดูจากท่าทีของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค หากดูจากท่าทีของ นายเทพไท เสนพงศ์ ซึ่งเป็น  ผู้เสนอญัตติด่วนพร้อมกับของพรรคอนาคตใหม่
คนแรกมองอย่างแยกจำแนก
นั่นก็คือ มองว่าท่าทีของ 6 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เป็นความรับผิดชอบของผู้เสนอญัตติด่วนซึ่งเป็นเรื่องของ “สภา” มิได้เป็นเรื่องของ “รัฐบาล”
ย่อมมีสิทธิอันชอบธรรมในการลงมติ
ขณะที่ นายเทพไท เสนพงศ์ มองตามความเชื่อมั่นว่าประกาศและคำสั่ง คสช. และคำสั่งของหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 มีผลสะเทือน
จำเป็นต้องศึกษา จำเป็นต้องทบทวน
เมื่อเสนอเป็นญัตติด่วนไปแล้วและพิจารณาพร้อมกับพรรคอนาคตใหม่ เมื่ออภิปรายรับรองความเห็นของตนเป็นที่ประจักษ์ก็จำเป็นต้องรับผิดชอบ
รับผิดชอบต่อ “สังคม” มิใช่รับผิดชอบต่อ “คสช.”

หากถือบรรทัดฐานและธรรมนิยมในระบบรัฐสภา ไม่ว่ามองจากหัวหน้าพรรค ไม่ว่ามองจากเจ้าของญัตติ    ถือได้ว่าชอบธรรม ถูกถ้วน ไม่มีข้อตำหนิ
ยิ่งหากถือตามสถานะแห่ง “ประชาธิปัตย์”
ความเป็นพรรคเก่าแก่ก่อรูปตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายน 2489 ความเป็นพรรคอันผงาดอยู่ในสถานะอันเป็นดั่ง “สถาบัน” ทางการเมือง
บทบาทของ 6 ส.ส.ถือได้ว่าเดินตามรอยของ “ปูชนียบุคคล” แห่งพรรค
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างที่อดีตแกนนำพรรคประชาธิปัตย์สำแดงความหงุดหงิดเมื่อเห็นแกนนำรุ่นปัจจุบันไปเดินเกี่ยวก้อยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
แต่คำถามก็คือ อะไรคือ “เป้าหมาย” แท้จริงของพรรคประชาธิปัตย์
เป็นความต้องการญัตติด่วนจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาทบทวนผลจากประกาศและคำสั่ง คสช.และคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44
หรือว่ามี “วาระ” อื่น ซ่อนแฝงอยู่

หากเป็นวาระ “อื่น” โอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์จะต่อรองระหว่างญัตติด่วนจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในเรื่องของประกาศและคำสั่ง คสช.
เป็นญัตติด่วนจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ “อื่น” ก็อาจตามมา
นั่นก็คือ เอากุ้งฝอยไปตกปลากะพงเพื่อผลักดันบทบาทและความหมายให้กับอดีตหัวหน้าพรรคอย่าง       นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้หวนกลับมา
ไม่นานเกินรอ “คำตอบ” ก็จะปรากฏ

บทความก่อนหน้านี้จากฝั่งธนฯของกทม. สู่ฝั่ง(กรุง)ธนฯในมหานครกรุงเทพธนบุรี และกรุงธนฯของกรุงธนบุรีมหานคร : พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
บทความถัดไปกรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานปริญญาบัตร ‘ชวน หลีกภัย’