รายงานหน้า2 : นักวิชาการหนุน-สปก.โชว์ ยึดคืนที่ดิน‘ปารีณา’

หมายเหตุ ความคิดเห็นกรณีนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งเสริม เลขาธิการ ส.ป.ก. สั่งให้ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) คืนที่ดินครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 682 ไร่ ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี แก่ ส.ป.ก.ภายใน 7 วัน หากไม่ดำเนินการจะใช้คำสั่ง ม.44 ยึดที่ดินและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด พร้อมยืนยันไม่ได้เลือกปฏิบัติกับ น.ส.ปารีณา หรือนักการเมืองรายใดทั้งสิ้น

 

อัษฎางค์ ปาณิกบุตร
อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

หากคุณปารีณาไม่คืนที่ดิน ศาลหรือตำรวจต้องไปบังคับคืน ขั้นตอนอยู่ที่ว่ากรมป่าไม้หรือ ส.ป.ก.จะแอ๊กชั่นอย่างไร หาก ส.ป.ก.สั่งให้คืนก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบด้วยว่าหากไม่คืนจะมีมาตรการอย่างไร มีโทษทางอาญาหรือไม่ จะจับได้หรือไม่ แต่ ณ ปัจจุบัน คสช.ไม่มีแล้ว จะดำเนินการโดยคำสั่ง คสช.ไม่ได้ ต้องเป็นไปตามกฎหมายปกติ
นอกจากนี้ ในทางสภาต้องแจ้งประธานสภา บางครั้งมีการปรึกษาหารือกัน แต่เขาดื้อไม่ได้ถ้าผิดกฎหมาย คนทำผิดกฎหมายจะดื้อต่อกฎหมายได้อย่างไร จึงขึ้นอยู่กับว่าเจ้าที่ของรัฐเอาจริงหรือไม่ ผู้ใหญ่ที่หนุนหลังจะไปสั่งการอะไรทำให้เจ้าหน้าที่กลัวหรือไม่ แล้วเจ้าหน้าที่จะกลัวหรือไม่กับคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าหน้าที่ต้องกล้าออกมาบอกกับสังคมว่า ผมโดนบี้อย่างนี้ ถึงเวลาแล้วไม่มีใครเหนือใครได้ นักการเมืองเอาเปรียบประชาชนของประเทศนี้มา 50 ปีแล้ว แทบทุกจังหวัด ภูเก็ตไปจับเดี๋ยวนี้ก็ยังได้ ไม่มีใครกล้า แต่เพราะร่วมมือกับข้าราชการ ถ้าข้าราชการไม่ร่วมมือคนเหล่านี้จะโกงได้อย่างไร
ปัญหาประเทศเราอยู่ตรงนี้ที่ว่ามีข้าราชการเงียบๆ ที่ไม่สนใจข้องแวะใคร อีกพวกคือข้าราชการที่แข็ง ทำตามหน้าที่ แต่กลุ่มนี้มีน้อยมากเพราะจะถูกกำจัดออกไปก่อน ถูกคำสั่งโดยมิชอบ หรือถูกคุกคามด้วยอำนาจของผู้มีบารมีในรัฐบาลแต่ละสมัย เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นทั่วประเทศ ภูเขาหัวโล้น น้ำท่วม ภัยแล้งซ้ำซาก ก็เกิดมาจากการบุรุกที่ดิน เผาป่า ยึดที่ดินไปทำประโยชน์แทนที่จะปลูกต้นไม้ เราปล่อยให้นักการเมืองทำลายประเทศมานาน ถึงเวลาที่ข้าราชการต้องสู้อย่างแท้จริง เปิดตัวออกมาเลยว่าใครสั่ง อย่างไร จดไว้ให้มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าสั่งด้วยปากก็อัดเทปไว้ ถึงแม้ศาลจะไม่ฟังก็ยังดี ต้องเอามาเปิดเผย
ผมขอให้กำลังใจข้าราชการ ถึงเวลาต้องสู้ จะปล่อยให้ประเทศเจ๊งได้อย่างไรในเมื่อคุณเป็นผู้รักษา คุณรับเงินเดือนไปเพื่ออะไร ก็เพื่อปกป้องผืนป่าของคุณ ฉะนั้นอย่าท้อถอย คดีบานปลายมาถึงขนาดนี้แล้ว ส่วนตัวก็อยากเห็นว่าเขาจะสู้แบบไหน จะไม่ยอมรับอย่างไร กล้าหรือไม่ที่จะต่อต้านหรือแข็งข้อกับกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายในประเทศนี้ไม่มีทางเท่ากัน ถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดาจับเข้าไปขังก่อน ประกันอีกเรื่องหนึ่ง กรณีนี้อ้างนู่น อ้างนี่ไม่มีใครกล้าไปแตะ ทั้งที่มีเจ้าทุกข์ร้องมากมายหลายหน่วยงาน แต่ไม่มีแอ๊กชั่นจากข้าราชการ หน่อมแน้ม ค่อยๆ ไปวัดพิกัดทั้งที่ดูก็รู้อยู่แล้วว่าบุกรุก เราเพียงแต่ยืนยันในหลักฐานของเราก็ทำได้โดยไม่ต้องสนใจว่าเขาจะวัดหรือไม่ ไปศึกษาของเก่าดูว่าเอามาจากไหน ซื้อมาจากใคร มีใครร่วมมือบ้าง เอาให้หมดทั้งราชบุรี ล้างคอกทีเดียว
ประเทศเราไม่มีมาตรฐาน เรามีไม่รู้กี่มาตรฐาน ไม่ใช่ 2 แล้วแต่ใจเจ้าหน้าที่ การให้เวลา 7 วัน อาจเป็นการดำเนินการที่ยืดหยุ่นที่สุด แสดงเสียทีว่ามีมาตรฐานเดียว คุณธรรม จริยธรรมของเจ้าหน้าที่อยู่ตรงไหนกันแน่ ระดับอธิบดีหัวหดไปไหนหมด ขอให้ออกมานำทัพ คุณวีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์เสรีภาพของประชาชน และเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น และคุณอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ต้องร่วมมือบรรเลงทุกวัน ให้สื่อเอาเรื่องให้ได้ ฟ้องให้ประชาชนรู้ว่าคนเหล่านี้เป็นอย่างไร
ทั้งนี้ หากจะมีข้อเสนอแนะให้คนขี้โกงก็คงลำบาก เสนอแนะได้อย่างเดียวว่า ให้ข้าราชการเอาจริงสักที ทำตามหน้าที่และความรับผิดชอบ ยึดประชาชนเป็นหลัก ให้รู้ไปว่าคุณถูกลงโทษเพราะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ถึงเวลาที่จะพลิกระบบของประเทศนี้ เอาใจคนขี้โกงขอให้เลิก ไม่ว่าจะใหญ่โตหรือเป็นนายกฯถ้าขี้โกงจับมาขังคุกให้หมด ต้องเอาจริง ไม่ใช่มัวแต่เอื้อกันอยู่อย่างนี้
สุดท้ายแล้วเรื่องต้องเป็นไปตามกฎหมาย แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีอำนาจมืดมาทำให้ผู้บังคับใช้กฎหมายหัวหดหรือไม่ จึงเชียร์ว่าเจ้าหน้าที่ไม่ต้องกลัว ขอให้ทำตามหน้าที่โดยเอาประชาชนเป็นกำแพงพิงหลัง ไม่ต้องห่วง หากคุณทำ จะมีคนเชียร์คุณ

 

จินตนา แก้วขาว
ประธานกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

หากเปรียบเทียบการคำเนินคดีในข้อหาครอบครองที่ดินของรัฐระหว่าง น.ส.ปารีณากับชาวบ้านธรรมดาคนจนคนไร้เส้นต่างกันมาก ถ้าเป็นชาวบ้านครอบครองที่ดินไม่มากเพื่อทำกินในเขตป่าสงวนฯ จะมีข้าราชการทั้งฝ่ายปกครอง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าฯ ทหาร ตำรวจ สนธิกำลังไล่รื้อและดำเนินคดีทันที เทียบได้กับคดีของกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่เดิมในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กรณีของ น.ส.ปารีณาแม้ว่าพบการกระทำความผิดแล้วยังให้เกียรติให้โอกาสชี้แจงโดยใช้เวลานานพอสมควร หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง พยายามทำให้การทำธุรกิจและการครอบครองที่ดินของรัฐจำนวนมากของ น.ส.ปารีณา มีผลกระทบน้อยที่สุด
จึงมีความชัดเจนว่าเจ้าหน้ารัฐอาจเข้าข่ายเลือกปฏิบัติกับการกระทำของนักการเมืองและกลุ่มนายทุน ขณะที่รัฐบาลไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องนี้เท่าที่ควร ไม่ได้ทำให้เป็นบรรทัดฐาน ในอนาคตที่ดินของรัฐจึงมีโอกาสถูกบุกรุกครอบครองมากขึ้น ทำให้ชาวบ้านเสื่อมศรัทธากับการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ หากมีการใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นกับบุคคลที่ด้อยโอกาส อาจจะทำให้มีปัญหาความขัดแย้งที่มีความรุนแรงมากขึ้น ในขณะที่ยังไม่สามารถเอาผิดกับนักการเมืองได้
ส่วนตัวไม่เชื่อว่า น.ส.ปารีณาจะออกมาแสดงความรับผิดชอบคืนที่ดินรัฐโดยทันที นอกจากเดินหน้าต่อสู้คดีหวังให้กระแสสังคมเลิกติดตาม ที่สำคัญชาวบ้านที่โดนคดีในลักษณะเดียวกันไม่เคยมีใครได้โอกาสชี้แจงว่าครอบครองก่อนที่กฎหมายจะประกาศใช้หรือได้รับตกทอดจากรุ่นบรรพบุรุษ บิดาของ น.ส.ปารีณา ก็บอกชัดว่าครอบครองจากการซื้อที่ดินต่อจากนายทหาร ถือว่ามีความผิดมาตั้งแต่เริ่มต้น หากทราบที่มาแล้วอย่าพยายามเอาเปรียบสังคมเพื่อหาช่องกฎหมายทำให้พ้นผิด ผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมจะต้องทบทวนแนวทางการกฎหมาย จะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความเสมอและเท่าเทียมกันระหว่างนักการเมืองและคนจน ส่วนตัวไม่คาดหวังพรรคพลังประชารัฐจะออกมาแสดงความรับผิดชอบ เพราะมีรัฐมนตรีบางคนที่รับผิดชอบออกมาปกป้องแสดงจุดยืนสนับสนุน
สำหรับนักการเมืองหลายพรรคการเมืองที่ครอบครองที่ดินต้องห้าม อาจเข้าข่ายขาดคุณสมบัติในการครอบครอง โดยแจ้งทรัพย์สินกับ ป.ป.ช.ไว้แล้ว อย่าหวังว่าจะมีการแสดงเจตนาเพื่อคืนที่ดินให้รัฐ รวมถึงนายทุนทั่วไปเชื่อว่าไม่มีใครออกมาแสดงสปิริตยอมคืนง่ายๆ บางรายแม้ว่าศาลสั่งถึงที่สุดแล้วก็ไม่คืน ยกตัวอย่างที่ อ.บางสะพาน มีการใช้กฎหมายยึดคืนที่ดินบุกรุกตามมาตรา 25 พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 ต้องมีการทำลายพืชอาสิน
ขอถามว่าหลายปีที่ผ่านมาประกาศปักป้ายยึดไปแล้วกี่พันไร่ วันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ มีการสำรวจหรือไม่ว่ามีการโค่นยางพาราทิ้งไปกี่ต้น ปล่อยให้นายทุนกรีดยางในป่าสงวนไปขายตามปกติอีกกี่ไร่ เพราะสาเหตุจากมีการเลือกปฏิบัติกับการใช้กฎหมายกับบุคคลบางกลุ่มหรือไม่ ต้องยอมรับว่าการใช้กฎหมายระหว่างคนรวยกับคนจนมีมาตรฐานที่แตกต่างกันชัดเจน

 

ยุทธพร อิสรชัย
นักวิชาการรัฐศาสตร์ มสธ.

บรรดาพรรคการเมืองจะต้องมีมาตรการตรวจสอบนักการเมืองในสังกัด ให้การทำหน้าที่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลทางการเมือง ถ้าไม่มีหลักการที่ชัดเจนสุดท้ายจะเกิดการตั้งคำถามจากสังคมว่าการเมืองยังมีความชอบธรรมหรือไม่ จะนำไปสู่ปัญหาอีกหลายประการ ทั้งการทำงานของรัฐสภา หรือกระบวนการที่มีนิติธรรมด้านความโปร่งใส ความเสมอภาคในทางกฎหมายและในข้อเท็จจริงที่ปรากฏอย่างเท่าเทียมกันหรือไม่ ในเรื่องของ น.ส.ปารีณา ต้องทำให้เกิดธรรมาภิบาลทางการเมืองและมีข้อวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมให้ลดน้อยลง
การวางกรอบการทำงานของ ป.ป.ช.ในฐานะองค์กรอิสระ หากกรณีของ น.ส.ปารีณาไม่ถูกนำมาขยายความจากการถูกกล่าวหาว่าครอบครองที่ดินของรัฐ เรื่องนี้ ป.ป.ช.ควรวางบรรทัดฐานในการตรวจสอบการยื่นบัญชีหนี้สินทรัพย์สินไว้ก่อนว่าเรื่องใดเป็นสิ่งที่ถูกต้องสามารถทำได้ตามกฎหมาย เมื่อ ป.ป.ช.ได้รับแจ้งการครอบครอง ภ.บ.ท.5 เป็นเอกสารที่ไม่ได้รับการรับรองกรรมสิทธิ์ หรือ ส.ป.ก.มีไว้สำหรับผู้ที่เป็นเกษตรกรอย่างแท้จริง ในอดีตก็เคยมีปัญหาทางการเมืองมาแล้วในเรื่องของ ส.ป.ก.4-01 ดังนั้น ป.ป.ช.จึงควรมีความชัดเจนมากขึ้นในกระบวนการตรวจสอบ
ในอดีตเคยมีการสร้างวาทกรรมให้มีรัฐธรรมนูญปราบโกง แต่จากปัญหาของ น.ส.ปารีณา หรือกรณีอื่นก่อนหน้านี้ก็สะท้อนให้สังคมตั้งคำถามเรื่องการปราบโกงว่าแนวนโยบายที่รัฐบาลชุดนี้นำเสนอมีจริงหรือไม่ กระบวนการปราบโกงมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค เท่าเทียมกันหรือไม่ สิ่งที่องค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช.ควรทำหน้าที่อยู่บนหลักการที่ถูกต้อง สร้างวิธีการทำงานในการป้องกันปราบปรามทุจริต ไม่ใช่เอานโยบายปราบโกงมาสร้างปัญหาทางการเมือง
ต้องยอมรับว่าในรายละเอียดของแต่ละคดีจากการครอบครองที่ดินของรัฐอาจแตกต่างกัน ส่วนการตัดสินคดีสังคมอาจรับทราบข้อมูลที่ปลายทางแล้ว ทำให้การนำมาเปรียบเทียบหลายคดีมีผลต่างกัน ต้องยอมรับว่าประชาชนส่วนหนึ่งอาจจะไม่เข้าใจข้อเท็จจริง การเข้าถึงขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมาย เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญคือผู้เกี่ยวข้องต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจนเพื่อลดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ ถ้าอธิบายไม่ได้การตั้งคำถามกับผู้ทำหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมก็จะเกิดขึ้นตามมาอย่างแน่นอน
กรณี น.ส.ปารีณา หากมองในแง่นิติศาสตร์ต้องชี้ให้สังคมเห็นว่าการใช้กฎหมายทำไมมีผลต่างกันในเรื่องของคดีที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ในสาระสำคัญมีข้อเท็จจริงต่างกันหรือไม่ อย่างไร หากชี้ชัดไม่ได้ ประชาชนก็จะมองที่ปลายทางแล้วตั้งคำถามว่าการทำหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความน่าเชื่อถืออีกหรือไม่ หรือมีความชอบธรรมทางการเมืองอย่างไร ดังนั้นรัฐบาลและองค์กรอิสระอย่าพยายามทำให้การทำงานมีจุดบกพร่อง จากการมีข้อต่อรองทางการเมือง สำหรับปัญหาของ น.ส.ปารีณา หากมีพยานหลักฐานชัดเจน หน่วยงานของรัฐมีข้อมูลที่สามารถพิสูจน์ได้ การทำงานควรเร็วกว่านี้ หากล่าช้าก็จะเป็นไปตามหลักกฎหมายที่เห็นว่าความล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม แต่ถ้าทำตามบรรทัดฐานที่ถูกต้อง กรอบเวลาที่ชัดเจน เหมือนกับคดีอื่น ปัญหาจากการตั้งคำถามเพราะมีข้อข้องใจจะลดน้อยลง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon