โครงร่างตำนานคน : ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อนาคต‘ประชาธิปไตยไทย’ : โดย การ์ตอง

เมื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประกาศทางเลือกเส้นทางการเมืองหนใหม่ ด้วยการออกจากทุกบทบาทในการมีส่วนร่วมกับรัฐสภา หันหน้าสู่การลงพื้นที่พบประชาชน ทำงานทางความคิดในชุมชน ข่าวคราวที่ตามมาคือการประเมินในหมู่คนวงในว่า แนวโน้ม “พรรคอนาคตใหม่” จะถูกยุบ

“ธนาธร” ตัดสินใจเล่นการเมืองนอกสภาเต็มตัว หลังคำสั่งศาลให้พ้นจาก ส.ส.ด้วยคำตัดสินว่า “ถือหุ้นธุรกิจสื่อมวลชน”

แม้จะประกาศยอมรับคำตัดสิน แต่ย่อมเป็นที่รู้กันว่าในใจของ “หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่” มีบทสรุปที่ชัดเจนขึ้นว่าในอำนาจในยุคสมัยเช่นนี้จะนำพาประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางใด และชะตากรรมของประเทศชาติในทิศทางเช่นนั้นจะเป็นเช่นไร

อาจเป็นไปได้ที่ตัดสินใจเช่นนี้ เป็นเพราะคิดว่าหากจะแก้ไข แนวทางที่เคยวางไว้คือใช้เฉพาะการเมืองในรัฐสภา ดูท่าจะต้องทบทวนใหม่ เพราะบทบาทในรัฐสภาของนักการเมืองนั้นเปราะบางยิ่ง

ไม่เพียงต้องฝ่ากระแสผลประโยชน์ครอบงำมากมาย ซ้ำยังเป็นเป้านิ่งของ “อำนาจที่เหนือกว่า”

เหตุผลที่เชื่อว่าดีงาม และน่าจะถูกต้องกว่า “ใช้ไม่ได้”

“เกมอำนาจ” เข้มข้น และเอาเป็นเอาตายเกินกว่าจะเหลือพื้นที่ไว้ให้ฝ่ายตรงกันข้ามที่เห็นว่า “อันตรายหากปล่อยเอาไว้” ได้ยืน

ว่าไปแนวคิดไล่ล้างดังกล่าวชัดเจนว่าเกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้นแล้ว

หลัง ทักษิณ ชินวัตร เข้ามามีอำนาจด้วยกลไกของรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “ประชาธิปไตยที่สุด” และใช้โอกาสนั้น ก่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างครั้งใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอำนาจรัฐ โครงสร้างระบบ ราชการ เลยไปถึงโครงสร้างผลประโยชน์ของประเทศ

ก่อผลกระทบใหญ่หลวงต่อการผูกขาดในทุกโครงสร้าง

นั่นเป็นบทเรียนสำคัญของผู้กุมแก่นแกนโครงสร้างทั้งหลาย

ดังนั้น เมื่อสามารถพลิกกลับ ขจัด “ทักษิณ ชินวัตร” ออกไปได้ และค่อยๆ ล้างกิ่งก้านสาขาของ “ไทยรักไทย” ให้จางคลายพลังลงได้ระดับหนึ่ง จนอยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้ อันเป็นโอกาสที่ดีจะค่อยล้างให้สิ้นฤทธิ์ไปทีละน้อยโดยไม่ต้องใช้ความรุนแรง เหมือนต้องทำก่อนหน้านั้น

เมื่อ “พรรคอนาคตใหม่” ซึ่งประกาศแนวทางเดียวกับที่ “ทักษิณ” เคยนำพา และ “ผลการเลือกตั้ง” ชี้ให้เห็นว่า “ประชาชน” เอาด้วย โดยแสดงให้เห็น “พลังที่ทัดทานการรักษาโครงสร้างเก่า” ชัดเจน

การปล่อยไว้จึงเป็นเรื่องที่ถือว่า “ไม่สรุปบทเรียน”

ดังนั้น ชะตากรรมของอนาคตใหม่ที่ร่ำระงมอยู่ด้วยเสียงคร่ำครวญถึง “ความไม่ชอบธรรม” จึงน่าสนใจยิ่ง

เพราะทั้งหมดทั้งสิ้นเป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า “ประชาธิปไตยไทย” ต้องถูกควบคุมให้เคลื่อนไปในแนวทางของโครงสร้างเดิมเท่านั้น

เมื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เห็นแล้วว่า เกมในกรอบของรัฐสภา ไม่เพียงพอที่จะทัดทาน

และลองลงไปเล่นกับ “การทำงานมวลชน” ด้วยความหวังว่า “ประชาชนจะเข้าใจในความจำเป็นที่จะต้องใช้อำนาจของทุกคน”

ชะตากรรม “ประชาธิปไตยไทย” กำลังเคลื่อนไปอย่างท้าทายอีกครั้ง

โดยจะเป็นอย่างไร อ่านได้จากชะตากรรมของ “ธนาธร” และ “พรรคอนาคตใหม่” ว่าจะได้รับความใส่ใจจากประชาชนแค่ไหน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ประวัติศาสตร์ ผ่านเลนส์ ช่างภาพเยาวชนจิตอาสา บันทึก “จดหมายเหตุประเทศไทย”
บทความถัดไปเฉลียงไอเดีย : จารุวัลย์ วงศ์เจษฎาสกุล