รายงาน : จังหวะการเมือง ประยุทธ์ พลังประชารัฐ กรณี ‘วิ่งไล่ลุง’

ท่าทีปฏิเสธทั้ง “เดินเชียร์ลุง” และ “วิ่งไล่ลุง” อันออกมาจาก นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ น่าคิดอยู่แล้ว สำทับซึ่งตามมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยิ่งต้องนึก ตรึกตรอง

เหมือนกับ “ตัดรอน” ต่อ “เดินเชียร์ลุง”

เหมือนกับจะปัดและปฏิเสธเจตนาดีอันมาจากบรรดาลุงๆ ป้าๆ ที่ออกมารวมตัวกัน กระทืบภาพ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กระทืบภาพ นายทักษิณ ชินวัตร

เตะ “แตงโมแดง” เตะ “ส้มหวาน”

รวมถึงข้อความอันได้รับการชูไม่ว่า “รักลุง” ไม่ว่า “ทูนหัวของบ่าว” อันผลิตมาจากฟอนต์เดียวกัน กระดาษอย่างเดียวกัน

คล้ายกับจะเป็นเช่นนั้น

แต่หากประเมินดูความสะดวกสบายอัน “เดินเชียร์ลุง” ได้รับ ตั้งแต่การจัดทำเสื้อ การเปิดพื้นที่ การจัดทำป้ายข้อความ การไหลมาของเงินทุนมหาศาล

“เดินเชียร์ลุง” มิใช่เป้า เป็น “วิ่งไล่ลุง” ต่างหาก

การแสดงออกของ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ แม้จะในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แต่ตัวตนอย่างแท้จริงก็คือสถานะทางการเมือง

คือ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

เมื่อประสานเข้ากับท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ออกมาระบุอย่างชัดถ้อยชัดคำว่าภาพที่เห็นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม

ไม่เป็นประโยชน์

ไม่ว่าจะเป็นภาพของลุงๆ ป้าๆ ที่มารวมตัวกัน ณ สวนลุมพินี ไม่ว่าจะเป็นภาพการวิ่งของคนใส่เสื้อขาวหน้าตาสดใส ณ สวนรถไฟ

นี่ย่อมเป็นท่าทีของ “นายกรัฐมนตรี”

เป็นท่าทีของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อันตกเป็นเป้าหมายทั้งในด้าน “เชียร์” และในด้าน “ไล่”

น้ำหนักย่อมอยู่ที่ “ไล่” มากกว่า “เชียร์”

สิ่งที่สังคมต้องจับตาติดตามต่อไปจึงอยู่ที่ 1 รัฐบาลจะมีท่าทีอย่างไรต่อกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” จะดำเนินไปเหมือนกับที่กำลังเอาเรื่องกับ “แฟลชม็อบ” หรือไม่

ขอบเขตจะเป็นอย่างไร

จะเป็นอย่างที่แสดงออก ณ เชียงราย ณ อุบลราชธานี ณ ยโสธร ณ แพร่ ณ เชียงใหม่ ณ นครศรีธรรมราช ณ บุรีรัมย์ ณ ลำปาง

ก่อนการวิ่งจะเกิดขึ้นจริงในวันที่ 12 มกราคม

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ 1 ซึ่งต้องเฝ้ามองอย่างชนิดไม่กะพริบตา คือสถานการณ์การตระเตรียมกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” ก้าวที่ 2

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ณ จังหวัดเชียงใหม่

จะดำเนินมาตรการแบบเดียวกันกับที่เคยทำมาแล้ว ณ สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ณ โรงแรมรัตนโกสินทร์ และ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือไม่

สมควรต้องเกาะติด

คําถามนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไปจึงมิได้อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะจัดการอย่างไรกับ 1 แฟลชม็อบ และ 1 วิ่งไล่ลุง หากแต่ยังอยู่ที่ว่า

การไล่ลุงได้กลายเป็น “กระแส” หรือไม่

จึงไม่เพียงแต่ฝ่ายที่ประสานงานและจัดกิจกรรมเท่านั้นจักต้อง “ประเมิน” หากแม้กระทั่งทางด้านของรัฐบาลก็จำเป็นต้องมีการ “ประเมิน”

เพราะ “กระแส” นั่นแหละจะกำหนด “ทิศทาง”

บทความก่อนหน้านี้นิวส์โน้ต : ไม่ไว้วางใจ!(ใคร)
บทความถัดไปการ์ตูนอรุณ 15ม.ค.2563 : โดย อรุณ วัชระสวัสดิ์