บทนำวันจันทร์ที่9มีนาคม2563 : ฟังความเห็นสภา

นิวส์โน้ต วันที่ 23 มกราคม 2563 : ปัดกวาดสภา

พรรคการเมืองเล็ก 3 พรรค ยื่นญัตติขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญ มาตรา 123 โดยมีผู้ลงชื่อในญัตติเพียง 3 คน ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดว่าจะต้องมีผู้ลงชื่อไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด ซึ่งในที่สุด นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้ตีตกไป อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ มีหลายปัญหาที่น่าจะได้นำเข้าปรึกษาหารือในสภา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไวรัสโควิด-19 ที่รัฐบาลน่าจะฟังคำเสนอแนะจากสภา หรือการชุมนุมของนิสิตนักศึกษาที่เรียกว่าแฟลชม็อบ แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างปิดสมัยประชุม หากจะมีการประชุมหารือ ต้องดำเนินการให้เปิดสมัยประชุมวิสามัญ

ในเรื่องนี้ มี ส.ส.หลายคนออกมาสนับสนุน อาทิ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าถ้าเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเรียกร้องของแฟลชม็อบก็เป็นเรื่องที่ต้องสนับสนุน ในขณะเดียวกันถ้าเห็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองในตอนนี้กำลังมีปัญหารุมเร้าหลายเรื่อง หากรัฐบาลจะเป็นเจ้าภาพหรือผู้เสนอให้เปิดสภาสมัยวิสามัญ ตามมาตรา 165 เสียเอง เพื่อให้มีการอภิปรายทั่วไปของสมาชิกรัฐสภา เพื่อรับฟังความเห็นใน 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ ปัญหาการชุมนุมของนิสิตนักศึกษาในทุกมหาวิทยาลัย ที่กำลังขยายตัวไปสู่การชุมนุมของนักเรียนมัธยมในหลายโรงเรียน และกำลังลุกลามไปทั่วประเทศ และ 2.เปิดอภิปรายเพื่อรับฟังความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังเป็นปัญหาแพร่ระบาดทั่วโลก และรัฐบาลก็จะใช้โอกาสนี้ชี้แจงมาตรการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่กำลังทำอยู่ และจะได้อธิบายถึงสาเหตุของหน้ากากอนามัยขาดแคลนที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางอยู่ในขณะนี้ด้วย

การเปิดสมัยประชุมวิสามัญ ถือเป็นข้อเสนอที่รัฐบาลน่าจะพิจารณา เพราะการเปิดสภา รับฟังความคิดเห็นของสมาชิก คือกระบวนการให้ตัวแทนประชาชนได้มีส่วนในการบริหารงาน ในการแก้ปัญหาสำคัญของบ้านเมือง ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้เปิดทำเนียบให้นายกรัฐมนตรีรับฟังปัญหาประชาชน และเชิญนิสิตนักศึกษามาให้ความเห็นต่อกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี การเปิดสภาวิสามัญ จะยิ่งทำให้เกิดการรับฟังความเห็นที่รอบด้าน และอาจช่วยลดอุณหภูมิความไม่พึงพอใจของประชาชนที่มีต่อสภาพปัญหาของประเทศในขณะนี้ด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คอฟฟี่เบรก : ไฟแรง
บทความถัดไปสถานีคิดเลขที่ 12 : ‘นวมทอง-คณากร’