บทนำวันจันทร์ที่9พฤศจิกายน2563 : ผลกระทบ‘ไทย’

ปรากฏการณ์ม็อบ กับกระแสการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ไทย

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาถึงจุดที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน หมดสิทธิเอาชนะนายโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครตแล้ว หากประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ไม่เพียงแต่การเมืองสหรัฐเท่านั้นที่จะพลิกเปลี่ยน ด้วยเหตุที่ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 46 มาจากพรรคคู่แข่งของประธานาธิบดีคนเดิม แต่การเมืองนานาชาติและของโลกก็จะเปลี่ยนไปด้วย

นายทรัมป์สร้างชื่อและเรียกคะแนนนิยมจากแนวทางที่ให้ถือเอาผลประโยชน์ของสหรัฐมาก่อนเรื่องอื่น ซึ่งทำให้ละเลยคุณค่าบางอย่าง โดยเฉพาะเรื่องเสรีภาพประชาธิปไตยที่อเมริกาและตะวันตกเป็นผู้นำมาตลอด โดยยึดผลประโยชน์ของมหาอำนาจสหรัฐเป็นหลัก บางแนวทางของนายทรัมป์เป็นอันตราย อาทิ การเชิดชูคนอเมริกันผิวขาว และเหยียดกลุ่มผิวสี ทำให้เกิดความแตกร้าวในสังคมอเมริกันอย่างหนัก ทำให้ทั่วโลกต้องลุ้นผลการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างใจจดใจจ่อ

สำหรับประเทศไทย ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ชี้ว่า หากนายไบเดนชนะ ปัญหาประชาธิปไตยไทย อาจถูกจับจ้อง กลับมาให้คุณค่ามากขึ้นกว่าเดิม เพราะเดโมแครตให้ความสนใจกับเรื่องนี้ เป็นทิศทางที่จะมีผลกับประเทศไทย ย้อนกลับไปเมื่อประธานาธิบดีจิมมี่ คาร์เตอร์ เป็นผู้นำสหรัฐ แล้วประกาศนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน เมื่อเกิดเหตุในปี 2519 ไทยถูกขึ้นบัญชีประเทศที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน แม้ว่าเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงที่ใกล้ชิด ตนเองกำลังมองดูว่า เหตุการณ์จะย้อนยุคหรือไม่ ต้องรอดูนโยบายชุดใหญ่หลังจากการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในช่วงกลางเดือนมกราคม 2564

ข้อสังเกตจาก ศ.ดร.สุรชาติทำให้เห็นว่า นี่คือชุมชนโลกที่มีทิศทางชัดเจน แม้บางครั้งจะเบี่ยงเบนไปบ้าง ประเทศหนึ่งจึงอยู่โดดเดี่ยวไม่ได้ แต่ต้องขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ไปในระบบคุณค่าเดียวกับนานาชาติ เพื่อประโยชน์ในการค้าขายมีความสัมพันธ์ และความเข้าใจที่ดีต่อกัน ซึ่งจะหมายถึงเศรษฐกิจ สังคม การเมืองที่ดี ที่ประชาชนจะได้ประโยชน์สูงสุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คอฟฟี่เบรก : สบายๆ
บทความถัดไปปตท. มอบเงินช่วยเหลือเหยื่อท่อก๊าซบึ้ม ส่วนสาเหตุยังอยู่ระหว่างสอบสวน