บทนำวันศุกร์ที่4ธันวาคม2563 : เข้มงวดชายแดน

กระทรวงสาธารณสุข เผยเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 6 ราย ใน 4 จังหวัด คือ เชียงใหม่ 2 ราย พะเยา พิจิตร ราชบุรี และ กทม. จังหวัดละ 1 ราย จากการสอบสวนพบว่า มีประวัติเดินทางจากเมียนมา และทำงานอยู่ที่สถานบันเทิงใน จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา หรือไปเที่ยวสถานบันเทิงดังกล่าว และลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทย หรือเดินทางเข้าประเทศโดยเส้นทางธรรมชาติ และเมื่อเข้ามาในประเทศ ได้เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ และมีการเดินทางด้วยเครื่องบินมาลงสนามบินดอนเมือง ต่อเครื่องบินไปลงสนามบินพิษณุโลก แล้วไป จ.พิจิตร อีกรายมาจากเชียงใหม่ ลงสนามบินดอนเมือง แล้วเดินทางไปยัง จ.ราชบุรี

สำหรับผู้ติดเชื้อ ได้ถูกกักตัวในโรงพยาบาล ผู้ที่เป็นกลุ่มสัมผัสได้ตรวจหาเชื้อทุกราย ยังไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากคนกลุ่มผู้ที่ลักลอบเข้ามา และยังไม่มีการติดเชื้อภายในประเทศไทย ผู้ป่วยรายใหม่จึงเป็นการนำเชื้อเข้ามาจากต่างประเทศเมียนมา ทางกระทรวงสาธารณสุขขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบการควบคุมป้องกันโรคของ สธ. ว่ามีอุปกรณ์ เครื่องมือ ยา ความพร้อมและสิ่งสำคัญเรื่ององค์ความรู้และประสบการณ์ในการดูแลป้องกันโควิด-19 ซึ่งถือเป็นอันดับ 1 ของโลก และมั่นใจมากว่าจะไม่เกิดการระบาดหนักอย่างเช่นในต้นปี แต่ขอความร่วมมือกับประชาชนในการป้องกันตนเอง เนื่องจากการที่คนไทยลักลอบเข้ามา มีความแตกต่างจากต่างชาติที่มาโดยเครื่องบิน ซึ่งไม่น่าเป็นห่วงเพราะเข้าสู่ระบบกักกัน 14 วัน มีการตรวจอย่างชัดเจน กรณีที่เกิดขึ้น เป็นคนไทยที่มาตามแนวชายแดน เมื่อเข้ามาแล้วต้องตรวจหาเชื้อในผู้อื่นอีกจำนวนมาก ทำให้เสียงบประมาณอย่างมาก

กรณีที่เกิดขึ้น ทำให้จะต้องแก้ไขปัญหาใน 2 ส่วนเป็นอย่างน้อย ประการแรกได้แก่ ประชาชนคนไทยจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด กรณีกลับเข้าประเทศ ต้องรายงานตัว ต้องผ่านการกลั่นกรอง ผ่านด่านควบคุมโรค เพื่อมิให้เกิดปัญหากับส่วนรวม ดังที่กำลังเป็นข่าวและส่งผลเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ทางราชการต้องหาทางประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดความร่วมมือ และประการต่อมา เจ้าหน้าที่ซึ่งมีหน้าที่ดูแลพื้นที่ชายแดน จะต้องทำหน้าที่อย่างเข้มงวด มิให้เกิดการลักลอบเข้าเมือง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ฟัง ‘อั้ม พัชราภา’ ตอบชัดๆ ปมอันฟอลโลว์ไอจีไฮโซพก พร้อมเฉลยที่มาสร้อย AP
บทความถัดไปคอฟฟี่เบรก : ไม่เห็นหน้า