สถานีคิดเลขที่12 : ย้ายประเทศ

แล้วกระแสอยากย้ายประเทศก็เป็นประเด็น เพราะกลุ่มคนที่แสดงความอยากมีมาก

ยอดสมาชิกที่เข้าร่วมกลุ่มพุ่งเฉียดล้าน

น่าสนใจที่กลุ่มที่สนใจย้ายประเทศเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่

หลังจากกระแส “ย้ายประเทศ” สะพัด ฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับแนวคิดนี้ก็ออกมาขับไล่

บ้างก็ท้าทาย บ้างก็สบประมาท บ้างก็ยุส่งให้ย้ายไป

แต่หลายคนนำเอาประเด็นดังกล่าวมาตั้งคำถาม

แล้วทำไมจึงเกิดกระแสอยากย้ายประเทศ?

ความจริงแล้วปรากฏการณ์คนไทยโยกย้ายไปอยู่ต่างประเทศมีมาโดยตลอด

เช่นเดียวกับคนต่างชาติที่โยกย้ายเข้ามาอยู่ในไทย

สาเหตุที่ได้ยินได้ฟังมา เขาย้ายประเทศกันเพื่อเพิ่มรายได้

ทำงานในไทยมีเงินน้อย ไปทำงานต่างประเทศได้ค่าตอบแทนมากกว่า

ครั้งนี้กลุ่มย้ายประเทศเกิดขึ้นหลังจากปรากฏการณ์โควิดระบาด

เริ่มต้นจากการหารือเพื่อหาลู่ทางทำธุรกิจ

แต่หลังจากนั้นก็ขยายตัวอย่างที่ทราบ

ประเด็นเศรษฐกิจ ประเด็นการเมือง ประเด็นทางสังคม

กลายเป็นหัวข้อเดียวกันในการย้ายประเทศ

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น รัฐบาลต้องพิจารณา

อย่างน้อยก็มีคนประมาณ 1 ล้านแอคเคาต์ที่สนใจการย้ายประเทศ

ปรากฏการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่า การปฏิรูป 11 ด้านที่ คสช.ทำ และสานต่อโดยรัฐบาลชุดปัจจุบัน

ล้มเหลว !

อย่างน้อยในสายตาของคนล้านแอคเคาต์ก็มองว่าล้มเหลว

ล้มเหลวจนต้องหาลู่ทางใหม่

แน่นอนเมื่อสาเหตุมาจากการปฏิรูปล้มเหลว ผู้ที่ต้องรับผิดชอบหนีไม่พ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นทั้งหัวหน้า คสช.ตอนปี 2557 และเป็นนายกรัฐมนตรี ตอนนี้

เป็นคนที่ประกาศปฏิรูปประเทศ

ความคืบหน้าในการปฏิรูปคือการตั้งคณะกรรมการปฏิรูป

ผลงานการปฏิรูปที่สัมผัสได้คร่าวๆ คือ พ.ร.บ.ตำรวจฉบับใหม่

แต่ผลสัมฤทธิ์จากการปฏิรูปยังไม่เห็น

เท่าที่ทราบ กระแสข่าว “อยากย้ายประเทศ” มีเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนรวมอยู่ด้วย

เรื่องการรังแกคนเห็นต่างยังเป็นปัญหา

การเลือกที่จะรักคนเชียร์ และทำลายคนวิจารณ์ ยังปรากฏ

เรื่องฝ่ายบริหารไม่ทำหน้าที่ “กรรมการ” แต่สนใจที่จะเป็น “คู่ชก” เล่นพรรคเล่นพวกจนเกิดข้อครหา ถ้าเป็นพวกทำอะไรก็ถูก ถ้าไม่ใช่พวกทำอะไรก็ผิด ดังกระหึ่ม

กลายเป็นคำครหาที่มีเหตุการณ์ต่างๆ เป็นพยานให้การมัด

ไปๆ มาๆ กลุ่มอยากย้ายประเทศได้ชักนำคนที่มองไม่เห็นอนาคตของประเทศมารวมกัน

คนรุ่นใหม่ไม่เห็นอนาคตตัวเอง ผู้ประกอบการไม่เห็นอนาคตทางธุรกิจ

คนเห็นต่างไม่เห็นประโยชน์ที่จะอยู่ และหาช่องทางที่จะไป

ปฏิกิริยาจากกลุ่มอยากย้ายประเทศนี้เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล

ทำให้รู้ว่าการบริหารราชการแผ่นดินมีปัญหาอะไรบ้าง

ปัญหาอนาคตของประเทศ ปัญหาวิชั่น ปัญหามิสชั่น ปัญหาการปฏิบัติ และผลสัมฤทธิ์ เป็นต้น

ปัญหาเหล่านี้คือสิ่งที่คนกลุ่มนี้ต้องการให้รัฐบาลแก้ไข

คงไม่ใช่เรื่องผิดอะไรที่คนในประเทศอยากเห็นอนาคตของประเทศ

ไม่ใช่เรื่องผิดที่คนในชาติอยากเห็นอนาคตของตัวเอง

และไม่ใช่ความผิด ถ้าคนที่มองไม่เห็นอนาคตจะแสวงหาลู่ทางใหม่

ด้วยความหวังว่าจะพบอะไรที่ดีกว่า

ช่วงนี้เป็นเวลาการหาข้อมูล

ถ้าข้อสรุปคืออยู่ประเทศดีกว่า เขาก็อยู่

แต่ถ้าพบว่า การไปอยู่ต่างประเทศนั้นน่าลุ้น เขาก็จะหาโอกาสไป

ไปเองโดยไม่ต้องให้ใครออกแรงไล่

ไปด้วยความหวังว่าจะได้พบอนาคตของตัวเอง

นฤตย์ เสกธีระ
maxlui2810@gmail.com

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ซ้ายดารา’ ตะวันฉาย ยอดมวยแห่งวงการ ที่เคยผ่านโชว์บาร์พัทยามาแล้ว
บทความถัดไปบิ๊กตู่เตรียมตรวจเยี่ยมจุดฉีดวัคซีน กทม. ติดตามความพร้อม รพ.บุษราคัม ก่อนเปิดให้บริการภายในสัปดาห์นี้