รายงานหน้า2 : ‘นพ.ประสิทธิ์’คุยคลับเฮาส์ แฉปมวิกฤต‘วัคซีนโควิด’

หมายเหตุสโมสรนักศึกษาแพทย์ศิริราชถอดเทปและเรียบเรียงคำตอบของ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ที่ได้ร่วมพูดคุยในคลับเฮาส์เกี่ยวกับประเด็นวิกฤตวัคซีนโควิด-19 และโควิดสายพันธุ์เดลต้าที่กำลังระบาดอย่างหนักในประเทศ

⦁ประสิทธิภาพ ‘ซิโนแวค’ ไม่เพียงพอ
ผู้ร่วมเสวนาได้ถามถึง กรณีการประชุมวิชาการ ที่ระบุว่าการนำไฟเซอร์เข้ามา จะทำให้แก้ตัวถึงประสิทธิภาพของซิโนแวคไม่ได้นั้น นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า ผมไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการเรื่องการจัดสรรวัคซีน ไปเช็กรายชื่อได้ ผมเป็นที่ปรึกษา ความเห็นของผม คือ ก่อนหน้าจะเจอวัคซีนรุ่นที่ 2 มันมีความเสี่ยง โดยเฉพาะเดลต้า ตั้งแต่ผมเริ่มเน้นเรื่องเดลต้า ก็พยายามพูดว่าต้องมีบูสเตอร์โดส เข้ามา ซิโนแวคนั้น ปีที่แล้ว อาจจะพอ เพราะปีที่แล้วไม่มีสายพันธุ์เดลต้า อย่าลืมนะ มันมีการกลายพันธุ์ ตอนที่เป็นสายพันธุ์อู่ฮั่น มันอาจจะพอ แต่พอกลายพันธุ์ไปสหราชอาณาจักร ก็ยังเข้าใจว่าพอ แต่พอเดลต้า เชื่อว่าชัดเลยว่าไม่พอ เมื่อไม่พอ จะไปเสี่ยงมันก็ไม่ถูก มันต้องมี intervention อย่างอื่นเข้ามาเสริม วันนี้ ศบค.ยอมรับที่เราเสนอไปแล้ว ก็แปลว่า ศบค.ยอมรับแล้วแหละว่าซิโนแวค 2 เข็มไม่พอ ก็พูดเรื่องนี้มาเกือบ 1 เดือนแล้วที่เราคิดว่ากรรมการแต่ละชุดยอมรับว่าไม่พอ
“ผมไม่ได้อยู่ใน ศบค. ปกติผมไม่ได้เข้า ศบค.ด้วยซ้ำ ครั้งนี้เข้าไปเพราะต้องดันเรื่องวัคซีน เพราะงั้นคำตอบคือผมไม่ได้มี influence กับ ศบค. และนิสัยผมก็ไม่ชอบเข้าไปยุ่งกับระดับข้างบน ผมชอบทำงานวิชาการ เครื่องนี้ไปเกี่ยวเพราะเรื่องวัคซีน คือเข้าไปบอกว่าจำเป็นแล้ว จะต้องเตรียมไม่ล็อกดาวน์ก็ต้องเตรียม 2 เรื่องนี้เท่านั้น”
ผมไม่มองว่าซิโนแวคคุณภาพต่ำ มันมีคุณภาพที่ดีตอนไม่มีสายพันธุ์เดลต้า แต่พอมันมีสายพันธุ์อย่างนี้ ผมคิดว่ามันไม่เพียงพอ และก็จริงๆ ก่อนหน้านี้ใครคงเคยได้ยินตัวเลข 40 ล้าน ซึ่งเราก็เบรกไปแล้ว เราก็เบรกไปแล้วว่ามันไม่สมควร ส่วนจะไปยังไงต่ออยู่ที่ข้างบน ผมก็ยังยืนยันว่าตราบใดอยู่วัคซีนไม่เหมาะกับใช้ในประเทศไม่เกิดประโยชน์ก็เบรกแน่นอน ถ้าตราบใดที่ยังเป็นที่ปรึกษา

⦁แจงเหตุวัคซีนไทยได้ช้า
อ้างอิงจากตัวเลขของ ดร.นพ.ยศ ตีระวัฒนานนท์ เมื่อปลายปีที่แล้ว กับต้นปี บริษัทวัคซีนทั้งหมด 35 บริษัท คุยกันมากว่าเบ็ดเสร็จจนปลายปีจะผลิตวัคซีนได้ทั้งหมด 2 หมื่นล้านโดส ซึ่งน่าจะพอ เพราะฉะนั้นตอนนั้นเนี่ย ก็คิดว่าพอถึงปลายปี ครึ่งปีหลัง ตลาดวัคซีนควรจะเป็นตลาดของผู้ซื้อ แต่ความจริงไม่ใช่เลย จนถึง ณ วันนี้ ถ้าคำนวณตามอัตรานี้ไปถึงปลายปี เบ็ดเสร็จหมดว่าบริษัททั้งหมด น่าจะผลิตวัคซีนได้ประมาณ 1.2 หมื่นล้านโดส ประชากรโลกทั้งหมด 7,800 ล้าน ทั้งหมดยังไม่พอเลย เพราะคนละ 2 โดส ก็ 15,000 ล้านโดส ประมาณ เพราะงั้นจริงๆ คือตลาดจนถึงตอนนี้ยังเป็นของผู้ขาย
“นี่คือเหตุผลที่ทำไมหลายๆ แห่งไปติดต่อ มันไม่ขาย หรือติดต่อจริง เหมือนกับเราต้องไปง้อซื้อจากเขา เราไม่ได้ต้องการอย่างนี้นะ แต่ว่าตลาดตอนนี้มันยังไม่สามารถ อยากจะได้เท่าไหร่ได้มาเท่านั้น มันยังเป็นแบบนั้นไม่ได้ เพราะฉะนั้น ช่วงที่ตลาดยังเป็นแบบนี้ จึงขอให้กลุ่มบุคลากรทางสุขภาพที่ได้ ซิโนแวค 2 โดส ต้องให้ อีกกลุ่มคือ กลุ่มเสี่ยงผู้สูงอายุ คนที่มี 7 โรค อันนี้ต้องรีบให้ เพื่อลดอัตราการเสียชีวิต ขณะเดียวกัน ถ้าบุคลากรด้านสุขภาพเกิดป่วย แยกออกไป คนดูแลน้อยลง ทรัพยากรการดูแลน้อยลง คนไข้ก็จะตายมากขึ้นอีก”

⦁ชี้ควรสั่งตั้งแต่เฟส 3 ของปีที่แล้ว
ช่วงที่สั่งวัคซีนตอนนั้น ไม่ได้มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญเข้ามา เมื่อเริ่มมีสังเกตว่ามีอะไร ก็เลยเชิญผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยกันให้ข้อคิดเห็น แต่การสั่งวัคซีนมันเป็นการสั่งล่วงหน้า การสั่งวัคซีนไม่ใช่ว่าสั่งวันนี้แล้วเดือนหน้ามา มันสั่งล่วงหน้า
“หากถามผม วิเคราะห์ย้อนหลัง จุดที่ควรจะสั่งมันควรจะเกิดตั้งแต่ตอนเฟส 3 ของปีที่แล้ว ตอนนั้นอเมริกาสั่งเป็น 3 เท่า แคนาดาก็เป็น 3 เท่าของประชากร ทั้งๆ ที่ผลของเฟส 3 ยังไม่เสร็จ อันนี้ไปตรวจสอบข้อมูลได้ แต่ของเราเวลานั้น ผมเดาว่า เพราะประเทศไทยตอนนั้นดู ชิลๆ มันดูน้อย ก็เลยไม่มีใครที่จะคิดว่าต้องมีความจำเป็นต้องไปติดต่อวัคซีนเอาไว้ก่อน กระทั่งพอเริ่มมีเกิด เริ่มมีเหตุการณ์เริ่มรุนแรงมากขึ้น วัคซีนที่ผลิตใหม่ก็จะถูกส่งไปประเทศต่างๆ เหล่านั้น เราก็ไม่ได้เข้ามา ผมเดาว่าตอนนั้น มีการเอาซิโนแวค
เข้ามา”

⦁ไม่ควรสั่งซิโนแวคเพิ่มอีก
“ขณะเดียวกัน หลังจากนั้นแอสตร้าเซนเนก้าเข้ามาในช่วงต้นก็ยังไม่สามารถผลิตได้ เรื่อง mRNA ไม่ได้บอกว่าไม่สนใจที่จะสั่ง แต่ในเวลาตอนนั้นสั่งไปมันก็ไม่ได้ ที่คุยกันคราว 20 ล้านโดสนี้ เราคุยกันเกือบ 2 เดือนแล้ว ก็ติดต่อกับตัวแทนของไฟเซอร์
คือประมาณไตรมาสที่ 4 จำนวน 20 ล้านโดส จะมา 10 ล้านแล้ว ก็ตามมาด้วยอีก 10 ล้าน สุดท้ายก็ขอมาอีก 1.5 ล้านโดส สำหรับซิโนแวค โคแวกซ์ก็เพิ่งรับไป 350 ล้านโดส ซิโนฟาร์ม 150 ล้านโดส ก็เห็นด้วยว่าต่อไปนี้ไม่ต้องสั่งอีกแล้ว ยังไงก็แล้วแต่ ต่อไปในอนาคตมันมีแพลตฟอร์ม 2 อันนี้แล้ว”
วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าตอนนี้เราก็พยายามเร่ง ก็ทะเลาะกับแอสตร้าเซนเนก้าอยู่เหมือนกัน เพราะแอสตร้าฯเอาวัคซีนไปให้อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม แต่เราก็ต้องยืนยัน แต่เขาเป็นเจ้าของ เราเป็นผู้ผลิต ซึ่งตอนนี้เป็นปัญหากัน ไม่รู้อะ ก็น่าจะฟ้องร้องอะไรกัน การเล่นงานกันอยู่ หลายคนอาจจะเคยได้ยินอยู่ตอนนี้

⦁มองหาวัคซีนอื่นตลอด
จริงๆ แล้วเนี่ย แพลตฟอร์ม 2 อันนี้ อย่าง ไวรัล เวกเตอร์ เราก็ไม่ได้สั่งแค่นี้ เราสั่งจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ก่อนหน้าเราติดต่อ สปุตนิก วี ไว้ด้วย ระหว่างติดต่อก็เกิดเหตุ 2 เรื่อง เรื่องที่ 1.เอกสารที่ส่งมาเป็นภาษารัสเซีย มันยังไงก็ไม่ได้ก็ต้องแก้ 2.เกิดเหตุที่บราซิล ที่เกิดเคสว่าวัคซีนที่เข้าไปนั้นปรากฏว่าไวรัสมันยัง replicate ได้ ก็เลยมีประเด็น ถ้างั้นเราไปดูลิสต์ขององค์การอนามัยโลก ที่จะรับรองตอนนี้ สปุตนิก วี เป็นตัวถัดไปหลังจากซิโนแวค แต่ตอนนี้ยังไม่รับรอง เพราะโรงงานที่ผลิตยังไม่ได้ ยังไม่ได้ prove ว่ามีประสิทธิภาพ
“เราติดต่อวัคซีนพวกนี้ด้วย ไม่ใช่ไม่ติดต่อ แต่สิ่งที่มันติดต่อเหล่านี้ มันไม่ได้มีข่าวในสังคม เพราะระหว่างที่ติดต่อมีข่าวมาเมื่อไหร่ราคามันขึ้นทันที เพราะฉะนั้นตอนนั้นมีการติดต่อเดินคุยกันภายใน คุยกันแม้กระทั่งรัฐบาลกับรัฐบาล ตัวสปุตนิก วี หรือกามาลายา ก็มีคุยกันรัฐบาลกับรัฐบาล โดยรองนายกฯท่านหนึ่งที่สนิทกับรัสเซีย ว่าขอด่วน เข้ามาช่วย แต่ด่วนอย่างไรก็ต้องผ่านขั้นตอน อย. มันก็ต้องมีเอกสารมาดู แต่พอเป็นเอกสารภาษารัสเซีย ก็ต้องถอดเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อที่จะสามารถมาประเมิน เห็นด้วยว่าขั้นตอนในประเทศไทยมันเยิ่นเย้อ มันมีลำดับมา ก็เห็นด้วย ตอนนี้มันก็คงเป็นบทเรียน”

⦁บูสเตอร์โดสเลือกระหว่างแอสตร้าฯ-ไฟเซอร์
3 อาทิตย์ที่ผ่านมา คณะกรรมการที่ปรึกษามี อ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร และอีกหลายๆ คน สรุปแล้วว่าด้วยสถานการณ์ในเวลานั้นเนี่ย มีสายพันธุ์เดลต้าประมาณ 50% ระบาดในไทย คาดว่าจะต้องขึ้นแน่นอน และสรุปว่าซิโนแวค 2 เข็มไม่น่าพอ น่าจะต้องบูสเตอร์ และมีเพียง 2 ทางออก คือ mRNA หรือ Viral vector และ ศบค.ก็ได้อนุมัติอย่างเป็นทางการแล้ว ทั้งนี้ จะมีไฟเซอร์เข้ามา 1.5 ล้าน ที่รัฐบาลสหรัฐมอบให้กับไทย แต่เดิมที่จะให้
ผู้สูงอายุ ผู้มีความเสี่ยง 7 โรค ก็เสนอว่าขอปันครึ่งหนึ่ง ให้บุคลากรด่านหน้าของกระทรวงสาธารณสุขในประเทศไทย 6-7 แสนคน เพราะว่าคนเหล่านี้มีความเสี่ยง ยิ่งเดลต้ามากขึ้นเรื่อยๆ คนเหล่านี้จะเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นก็ประเมินดูกันอีกว่าตกลงวัคซีนจะมาเมื่อไหร่ ทันหรือไม่ ชั่วขณะเดียวกันก็เปิดให้เลือก ไม่ได้บังคับ เพราะบางคนอยากได้ mRNA ไม่อยากได้ Viral vector
“ย้ำว่าบุคลากรด่านหน้าด้านสุขภาพทุกคนที่ได้รับการฉีดซิโนแวค 2 เข็ม จะได้รับบูสเตอร์ ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งใน 2 อย่างก็คือ ไฟเซอร์ ที่หยิบมาจาก 1.5 ล้าน และแอสตร้าเซนเนก้า ส่วนระยะเวลาการเดินทางมาถึงนั้น ได้สอบถามไปทางหมอโอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ก็บอกว่ายังมาไม่ถึง แต่ยืนยันว่ามาแน่ปลายเดือนนี้ หมายความว่าปลายเดือนนี้ หรือต้นเดือนหน้า จะมีไฟเซอร์ฉีดได้แล้ว ส่วนแอสตร้าเซนเนก้านี้ หากเอาก็สามารถฉีดได้เลย ถ้าไม่เอาจะเอาไฟเซอร์ ก็แจ้งไว้ แต่ผมรับปากไม่ได้ว่าจะมาเมื่อไหร่ ถ้ามาเมื่อไหร่จะรีบเอาให้เร็วที่สุด”

⦁ต้องเร่งจอง second generation วัคซีน
ตอนนี้เราได้คุยกันเรื่อง second generation ของวัคซีนแล้ว หาทางไม่อยากให้ซ้ำรอยประสบการณ์เดิมที่ผ่านมา ที่เราติดต่อบริษัทช้า ปีหน้านั้น เราพูดถึง second generation ของวัคซีน เราควรจะติดต่อตั้งแต่ตอนนี้แล้ว เพราะตอนนี้มีบริษัททั้งไฟเซอร์ โมเดอร์นา และแอสตร้าเซนเนก้า ที่กำลังทำ เจเนอเรชั่นที่ 2 เราควรจะติดต่อเลยดีกว่าไหม ซึ่งมีการคุยกันแล้วด้วยซ้ำ ถ้าติดต่อตอนนี้ อาจจะต้องติดต่อไว้เลย 120 ล้านโดส เพราะเราต้องเผื่อไว้ เราก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าต่อไปเข็มเดียวพอหรือไม่ เป็นบทเรียนจากที่ผ่านมา ยอมรับว่าที่ผ่านมา ให้ผมพูดก็พูดตรงๆ ไม่อิงข้างใดข้างหนึ่ง แต่อิงความถูกต้อง วิชาการ ที่สั่งวัคซีนช้า เพราะเราคิดว่าประเทศไทยดีมาก เราก็เลยเพิกเฉยในการที่จะรีบสั่ง ผมเดาว่าคนคาดการณ์เอาไว้ว่า พอถึงปลายปีมันจะมีวัคซีนเหลือสั่ง พอตลาดเป็นของผู้ซื้อ ผู้ซื้อจะไปซื้อตัวไหนก็ได้ราคามันจะลง ซึ่งในความเป็นจริงทุกอย่างมันไม่ใช่ โปรดักชั่นก็ต่ำ ว่าที่เคยคิดไว้เดือนสิงหาคม-กันยายน เพราะดูตัวเลขแต่ละบริษัท มันไม่ได้ตามขั้น

⦁ไม่ได้มีหุ้นในสยามไบโอไซเอนซ์ ทั้งนี้ ผู้ร่วมเสวนาได้สอบถามว่า การเป็นบอร์ดผู้บริหารของสยามไบโอไซเอนซ์ มีบทบาทเกี่ยวกับทิศทางการบริหารจัดการของ ศบค.อย่างไรบ้าง
1.ผมไม่ได้เป็นกรรมการ ศบค.อะไร ไม่ได้เป็น ผมจะถูกเข้าไปในกรณีที่เขาขอความเห็น เข้าไปเป็นผู้ร่วมประชุมให้ความคิดเห็น ยกเว้นวันนี้ ต้องการจะไปเพื่อเรื่องวัคซีน ซึ่งเป็นประเด็นที่เราผลักดัน 2.ขอเคลียร์ตรงนี้ มีคนถาม เพราะเข้าใจว่าผมเป็นหุ้นส่วนสยามไบโอไซเอนซ์ คนละอย่างกัน ผมเป็นบอร์ด ไม่มีหุ้น ตรวจง่ายมาก สิ่งที่สามารถทำได้คือสามารถเข้าไปในกระทรวงพาณิชย์ แล้วไปเช็กดูได้เลย เรื่องเป็นบอร์ดผมเปิดเผย ไม่มีความลับ และไม่มีเงินเดือน เช็กได้ เพราะผมเข้าไปทำงาน แต่เดิมต้องการผลิตในราคาที่คนไทย สามารถเข้าถึงได้และดึงราคายาลง
“ถามว่าผมมี conflict of interest หรือเปล่า สยามไบโอไซเอนซ์ และแอสตร้าเซนเนก้า คือ แอสต้าเซนเนก้านี้ รัฐบาลไทยจ่ายเงิน ค่าวัคซีน ไม่ได้จ่ายในสยามไบโอไซเอนซ์ จ่ายในแอสตร้าเซนเนก้า เพราะฉะนั้นคนที่จะได้เงินคือบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า มาจ้างบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ผลิต สิ่งที่เรายอมผลิตเพราะว่าอยากได้ know how เพราะต่อไปในอนาคต เราจะได้ผลิตวัคซีนของเราเองได้ ถ้าบอร์ดสยามไบโอไซเอนซ์ แล้วได้เงินจากรัฐบาลไทย พูดง่ายๆ ยิ่งซื้อเยอะยิ่งได้เงินเยอะ อย่างนี้เรียก conflict of interest แต่ถ้าอย่างนี้ ความเห็นผมอย่างนี้ไม่เรียก conflict of interest และผมเข้าไปตอนนั้นก็ถูกดึงไป เพราะช่วยกันคิดว่าจะมีโปรดักต์อะไรที่ช่วยทำให้ ซื้อและผลิตได้ถูก”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้จุฑาธิป นักปั่นสาวไทยประเดิมซ้อมมื้อแรกหลังถึงญี่ปุ่น เตรียมพร้อมลุยโอลิมปิก
บทความถัดไปจุรินทร์ ดันส่งออกสินค้า ตอบโจทย์ ‘เมกะเทรนด์’ โลก เน้นไลฟ์สไตล์ อาหาร ธุรกิจบริการ นำรายได้เข้าประเทศ