หมากรุก การเมือง ของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินผิด ‘ตาเดียว’

คอลัมน์หน้า 3 : หมากรุก การเมือง ของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินผิด ‘ตาเดียว’

ในความร้อนรนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในความเก็บ “อาการ” ไม่อยู่อันปรากฏผ่าน นายสุชาติ
ชมกลิ่น

โปรดจับ “ความนิ่ง” ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

มีความจำเป็นต้องเปรียบเทียบท่วงท่าและอาการของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ปรากฏเมื่อวันที่ 8 กันยายน กับที่เห็นในวันที่ 25 ตุลาคม

เมื่อวันที่ 8 กันยายน ลุกลี้ลุกลน

จดหมาย “ลาออก” ที่เร่งเขียนซึ่งนำมาเปิดเผยในวันที่ 9 กันยายน จึงมากด้วยช่องว่างและรูโหว่ในการจัดการ

พลันที่ประสบเข้ากับ “ราชกิจจานุเบกษา” ก็ต้อง “เป๋”

แต่กับสถานการณ์อันเกิดขึ้นในห้องทำงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังการประชุม ครม.ในวันที่ 25 กันยายน ณ ทำเนียบรัฐบาล

“ผู้กอง” เผชิญประสบอย่าง “สุขุม” และเยือกเย็น

การเคลื่อนไหวอันเป็นปรากฏการณ์ซึ่งมีผลจากประกาศในวันที่ 8 กันยายน อาจเป็นความลับอย่างยิ่งยวดบนฐานแห่งมาตรา 171

แต่ข่าวก็ไหลถึง “หู” จนได้

ไม่ว่าจะมาจากภายใน “ทำเนียบรัฐบาล” ไม่ว่าจะมาจากบ้าน “ป่ารอยต่อ” แต่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อยู่ในสภาพ “จวนตัว”

ถูกรุกจนตกอยู่ในอาการ “หลังติดฝา”

แต่กับสถานการณ์ในวันที่ 25 ตุลาคม เป็นไปได้ว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รับรู้ทุกก้าวย่างของการเคลื่อนไหวในห้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

รู้ด้วยว่า “ใคร” พูดอย่างไร

ท่วงท่าอาการของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อาจจะเคยชินกับคำตอบที่ว่า “ไม่รู้ ไม่รู้” แต่กล่าวสำหรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยกระดับไปอีกก้าวใหญ่

เป็นก้าวแห่ง “เตรียมพร้อม” อย่าง “เต็มเปี่ยม”

ความนิ่งของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เมื่อประสานเข้ากับความนิ่งของ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ จึงดำเนินไปในกระบวนท่า “อ-กรรม”

มิได้เป็น “อ-กรรม” อัน “ว่างเปล่า”

ตรงกันข้าม เป็น “อ-กรรม” อันสะสมประสบการณ์และการเคลื่อนไหวในห้วงจากกรณีวันที่ 8 กันยายนจนถึงวันที่ 25 ตุลาคม

รู้ว่า “เขา” เป็นอย่างไร ตระหนักในพลังของ “เรา”

ปัจจัยอันแหลมคมอย่างยิ่งก็คือ การตัดสินของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในทางการเมืองว่าจะดำเนินไปอย่างไร

จำเป็นแล้วที่จะต้อง “เลือก”

คำถามก็คือ จะเลือกอย่างไรจึงจะอวยประโยชน์ทางการเมืองในระยะยาวได้หนักแน่นและมั่นคงที่สุด

คำตอบพื้นฐานจะเห็นได้ในวันที่ 28 ตุลาคม

ปมเงื่อนอันแหลมคมยิ่งที่ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จักต้องขบคิดอย่างรอบคอบ รัดกุม

นั่นก็คือ มรสุม “โลหิต” ได้เกิดขึ้นแล้ว

เกิดขึ้นตั้งแต่สถานการณ์และการตัดสินใจใช้มาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญ เพียงแต่การเดินหมากที่ผิดพลาดเช่นนี้จะเยียวยาอย่างไร

หรือปล่อยให้เดินผิด “ตาเดียว” แล้ว “พัง” ทั้งกระดาน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon