รายงานหน้า2 : ‘วราวุธ’ดึงนิวโหวตเตอร์ ปั้น‘ชทพ.’กลับมาใหญ่

หมายเหตุนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์พิเศษถึงแนวทางการขับเคลื่อนพรรค ชทพ.เพื่อเตรียมพร้อมในการเลือกตั้งครั้งหน้า

⦁วางยุทธศาสตร์ก้าวต่อไปของพรรค ชทพ.
ช่วงที่ผ่านมาพรรคและการเมืองไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงมาก พรรคชาติไทยเคยเป็นทั้งพรรคขนาดใหญ่และเล็ก ที่สำคัญก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในปี 2562 เกิดเหตุการณ์ที่ นายบรรหาร ศิลปอาชา เสียชีวิต รวมไปถึงกระแสของโลกที่เปลี่ยนไป ทำให้พรรค ชทพ.ต้องปรับตามให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้พรรค ชทพ.ยังเป็นพรรคขนาดกลางถึงเล็ก การที่จะมี
นโยบายอย่างในอดีตที่เป็นพรรคขนาดใหญ่คงเป็นไปไม่ได้ ต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนยุทธ์ ดังนั้น ยุทธศาสตร์ของเราคือจะทำอย่างไรให้แนวทางนโยบายของพรรคตอบสนองต่อโจทย์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์โลกในปัจจุบัน และในขณะที่ยังเป็นพรรคขนาดกลาง หรือขนาดเล็กแล้วจะค่อยๆ ทำอย่างไรที่จะพัฒนาตัวเองให้มาเป็นพรรคขนาดใหญ่ได้อีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่เป็นการวางทางเดินที่ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป และทำไปให้ถึงจุดเป้าหมายที่วางเอาไว้

⦁น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค ได้มอบแนวทางการวางยุทธศาสตร์พรรคอย่างไร
ยุทธศาสตร์ของพรรคที่ได้รับมอบมาตั้งแต่ยุคของนายบรรหารนั้น สิ่งหนึ่งที่พรรคชาติไทยเป็นเอกลักษณ์เลยคือ “สัจจะและกตัญญู” พรรค ชทพ.ในแต่ละครั้งที่ทำงานไม่ว่าจะร่วมกับรัฐบาลในสถานะใดก็แล้วแต่ คนจะรู้กันดีว่าพรรครักษาคำมั่น รักษาคำพูด และไม่เป็นพรรคที่ชักเข้าชักออก เมื่อจะตกลงอยู่ร่วมกับรัฐบาลแล้วก็จะอยู่กันจนจบตลอดรอดฝั่งไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เคยทำจนถึงขั้นที่ว่าพรรคชาติไทยโดนยุบไปเมื่อปี 2551 ก็ทำให้เห็นแล้วว่าการทำงานร่วมกับพรรคชาติไทยนั้นพูดคำไหนต้องคำนั้น นี่คือแนวทางสำคัญที่จะสืบทอดต่อๆ กันมาจนถึงวันนี้ ในการที่จะทำให้พรรค ชทพ.เดินไปข้างหน้าร่วมกับการที่จะรักษาจุดแข็งของพรรค เช่น ส.ส.ในพื้นที่พร้อมสร้างจุดแข็งใหม่ๆ หาคนเพิ่มเติมเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่หรือคนที่มีแนวความคิดใหม่ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นแนวทางที่หัวหน้าพรรคสืบทอดและต่อเติมสิ่งที่ยังขาดอยู่ในขณะนี้

⦁การดึงคนรุ่นใหม่มาทำงานถือว่าเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งที่จะสามารถดึงกลุ่มนิวโหวตเตอร์มาเลือกพรรค ชทพ.
การที่จะหานโยบายที่จะตอบสนองให้กับกลุ่มนิวโหวตเตอร์โดยเฉพาะ ในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ที่จะเป็นบัตรสองใบในการเลือกคนกับเลือกพรรค ถือเป็นเรื่องท้าทาย นิวโหวตเตอร์ค่อนข้างที่จะมีความอ่อนไหวในสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้น รวมไปถึงสถานการณ์รอบโลก ดังนั้น การที่จะหาบุคลากรที่เข้ามาทำงานไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ หรือแม้แต่คนรุ่นใหม่ที่เข้ามาในพรรคนั้นล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่สำคัญในการดึงคะแนนเสียงและสร้างความนิยมให้กับพรรค ชทพ.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

⦁ได้ชักชวนใครเข้าพรรคเพิ่มหรือไม่
มีจีบแน่นอนเป็นเรื่องปกติของพรรคการเมืองและที่สำคัญ ส.ส.หลากหลายพรรคที่อยู่ในสภาขณะนี้เมื่อมองย้อนกลับไปในประวัติล้วนแล้วแต่เป็นศิษย์เก่าของพรรคชาติไทยทั้งนั้น ดังนั้น การพูดคุยการทาบทาม แน่นอนมันต้องเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เขาทาบทามเรา เราทาบทามเขา และดูกันว่าท้ายที่สุดแล้วจะยกขันหมากไปสู่ขอกันได้ในตอนไหน

⦁กระแสข่าวที่ตระกูลคุณปลื้มของกลุ่มชลบุรีจะกลับมาพรรคนั้นมีความเป็นไปได้หรือไม่
พรรค ชทพ.เป็นมิตรกับทุกคน นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตนายกเมืองพัทยา เคยอยู่พรรคชาติไทย ในอดีตนายสนธยาก็เป็นรัฐมนตรีและผมเป็นเลขาฯ มีความสนิทกัน แต่ก็เป็นเรื่องของอนาคตที่จะเกิดขึ้น หากถามว่ามีการพูดคุยกันหรือไม่นั้น ได้พูดคุยกันในฐานะพี่ชายและน้องชายกันอยู่ตลอดเวลา ส่วนนายสนธยาจะตัดสินใจมาร่วมทำงานกับพรรค ชทพ.หรือไม่เป็นเรื่องในอนาคต ต้องให้นายสนธยาเป็นคนตัดสิน แต่ทุกคนไม่ใช่คนแปลกใหม่ ล้วนแล้วแต่เป็นคนบ้านเดียวกันทั้งนั้น เคยอยู่ภายใต้ชายคาหลังนี้ที่ชื่อว่าชาติไทยจนมาเป็นชาติไทยพัฒนา
เพราะพรรคชาติไทยก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2517 จนมาถึงวันนี้ 48 ปีแล้ว มีนายกรัฐมนตรีถึงสองคน ผลิตบุคลากรทางการเมืองมากมาย ดังนั้น ที่อยู่กันในสภาที่ได้กล่าวไปเบื้องต้นรู้จักกันหมด เป็นพี่เป็นน้องกันเหมือนญาติผู้ใหญ่กัน ดังนั้น การพูดคุยเป็นเรื่องปกติที่จะคุยกับทุกๆ คน

⦁กังวลหรือไม่ในภาพลักษณ์ของพรรคที่คนรุ่นใหม่มองว่ามีแต่คนเดิมๆ ที่อาจไม่ตอบโจทย์
นี่เป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่หนทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสูจน์คน การที่จะดึงกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานและการที่จะมีแนวนโยบายที่ตอบสนองนั้น คำว่ารุ่นใหม่บางครั้งอาจจะไม่สามารถตัดสินกันด้วยอายุ แต่ตัดสินกันด้วยความคิดมากกว่า เราอาจจะเคยเห็นผู้ใหญ่บางคนที่อายุมากแล้วแต่มีความคิดก้าวหน้าไม่แพ้คนรุ่นใหม่บางคน แต่ในทางกลับกันบางครั้งก็มีคนรุ่นใหม่กลับมีความคิดที่สุดโต่งยิ่งกว่าคนรุ่นเก่า ดังนั้น การที่เอาแนวความคิดต่างๆ มาผสมผสานกันเป็นสิ่งที่ท้าทายว่าจะทำอย่างไรที่จะสามารถดึงทักษะหรือความสนใจ ความเชื่อมั่นของกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือนิวโหวตเตอร์กลับมายังพรรค ชทพ.

⦁นโยบายที่จะเปลี่ยนให้เป็นพรรคที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมีแนวทางอย่างไร
ปัญหาสำคัญของประเทศไทยตั้งแต่ไหนแต่ไรนโยบายจะต้องแบ่งเป็นหลายส่วน แต่ปัญหาหลักๆ คือปัญหาปากท้องของประชาชนทั้งประเทศ เริ่มจากกลุ่มคนที่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศไทยคือพี่น้องเกษตรกร ดังนั้น การที่จะทำอย่างไรให้ต้นทุนทางการผลิตถูกลง ทำอย่างไรให้ช่องทางการขายสินค้าทางการเกษตรเพิ่มมากขึ้น จะทำอย่างไรให้เงินในกระเป๋าของพี่น้องเกษตรกรเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิด ปัญหาระหว่างประเทศรัสเซียและประเทศยูเครนส่งผลให้ราคาปุ๋ยและต้นทุนต่างๆ เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จึงเป็นสิ่งที่ต้องกลับมาดูว่าจุดแข็งของประเทศไทยคืออะไร จะไปคอยพึ่งพาต่างชาติอยู่เหมือนเดิมและรอวันว่าจะสงบศึกกันเมื่อไร เพื่อรอให้ต้นทุนการผลิตนั้นถูกลง หรือเราจะกลับมายืนบนขาของเราเอง และสร้างความเข้มแข็งของเราเองที่มีอยู่แล้ว แต่บางครั้งอาจจะละเลยหรือไม่ได้ให้ความสำคัญ นั่นคือการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก
ต้องมองไปที่เศรษฐกิจระดับกลาง อย่างในโลกนี้สิ่งที่กำลังเป็นเทรนด์ใหม่คือปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหาเรื่องสภาวะโลกร้อน เป็นสิ่งที่สำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาเห็นธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสีเขียวมากขึ้น ดังนั้น แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศจากนี้ไปคงจะต้องดูว่าประเทศไทยจะเดินหน้าโดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือสร้างภาระให้กับสิ่งแวดล้อมเหมือนเดิมได้หรือไม่ เพราะตอนนี้ทั่วโลกเริ่มมีนโยบายกีดกันทางการค้าต่างๆ ดังนั้น ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมในประเทศไทยจะต้องพัฒนาไปข้างหน้าด้วยความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อที่จะสามารถส่งออกไปขายได้
ดังนั้น การพัฒนาเศรษฐกิจ หรือการต่อยอดเศรษฐกิจรุ่นใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมานั้น การที่จะเดินไปข้างหน้าให้มีสีเขียวมากขึ้นเป็นสิ่งสำคัญ ขณะนี้ประเทศไทยมีทรัพยากรทางธรรมชาติถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ มีอยู่มากพอสมควร พื้นที่ 100 กว่าล้านไร่ยังเป็นต้นไม้อยู่ และเรื่องของคอนเซ็ปต์คาร์บอนเครดิตที่เข้ามามีความสำคัญในปัจจุบันจะสอดคล้องกับแนวเศรษฐกิจสีเขียวที่ทางพรรค ชทพ.ให้ความสำคัญ
ดังนั้น แนวคิดต่างๆ ที่พูดมาทั้งหมดนี้เชื่อมั่นว่าจะสามารถทำให้นิวโหวตเตอร์มาสนใจสิ่งที่กำลังจะนำเสนอ บวกกับประชาชนที่เป็นกำลังหลักของประเทศอยู่แล้วอย่างพี่น้องเกษตรกรที่มีอยู่หลายสิบล้านคนก็ให้ความสนใจกับนโยบายของพรรค ดังนั้น สิ่งที่จะนำเสนอมั่นใจว่าจะสามารถดึงคะแนน ความเชื่อมั่นจากนิวโหวตเตอร์และแฟนคลับเดิมของพรรค ชทพ.

⦁สถานการณ์ทางการเมืองเวลานี้ดูเหมือนจะเร่งให้ทุกพรรคการเมืองเตรียมเข้าสู่ศึกเลือกตั้งใหญ่
วันสุดท้ายของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้คือวันที่ 24 มีนาคม 2566 นับจากนี้ไปก็เหลือไม่ถึง 1 ปีแล้ว ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น รู้อยู่แล้วว่าโค้งสุดท้ายจะเป็นอย่างไร พรรค ชทพ.ในขณะนี้มีการคุยกันและหารือกันหลายฝ่ายในการสร้างนโยบายที่จะสามารถนำเสนอให้ประชาชนและดึงดูดความสนใจของนิวโหวตเตอร์ ได้ย้ำกับสมาชิก ส.ส.ให้ลงพื้นที่กันอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เฉพาะตอนเลือกตั้ง การทำงานในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส.ส.ของพรรคทุกคนลงพื้นที่อย่างเต็มที่ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าคะแนนที่ได้เลือก ส.ส.ของเรา ไม่ใช่เลือกแล้วหายไปเลย ดังนั้น การทำงานในขณะนั้นได้เตรียมการเลือกตั้งมาตั้งแต่วันแรกที่สอบได้ เพราะทำงานกันอย่างหนัก ไม่ใช่พอถึงเวลาใกล้เลือกตั้งก็มาตาลีตาเหลือกนั่งทำงาน ทำงานกันมาอย่างต่อเนื่อง และนโยบายต่างๆ ที่จะเพิ่มเติมเข้ามานั้นจะเตรียมตัวในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

⦁พรรคจะนำข้อมูลใดไปปรับในยุทธศาสตร์เพื่อเลือกตั้งในสนามข้างหน้าหรือไม่
ต้องดูว่าเป็นพื้นที่ไหน ถ้าเป็นพื้นที่ในเมืองมีบทเรียนในส่วนของกรุงเทพมหานคร แต่ในบางครั้งหาเสียงในต่างจังหวัดแนวทางการหาเสียงจะไม่เหมือนกัน คนเมืองคิดอย่างหนึ่ง คนต่างจังหวัดคิดอีกอย่างหนึ่ง เช่น คนในเมืองป้ายหาเสียงใหญ่เกินไปจะเห็นว่าก่อให้เกิดความรำคาญ แต่ขอชื่นชมผู้สมัครบางคนที่คิดใหม่ คิดต่าง และนำเสนอในรูปแบบที่แปลกออกไป แต่ในต่างจังหวัดก็จะเป็นอีกบริบทหนึ่ง ถ้าเอาป้ายเล็กๆ ตั้งอยู่กลางทุ่งนาชาวบ้านก็จะไม่เห็น อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านก็อยากได้ป้ายใหญ่ๆ ชัดๆ ตัวเลขหนาๆ แนวคิดก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ในต่างจังหวัดประชาชนจะมีวิถีชีวิตแนวความคิดลักษณะหนึ่งจะแตกต่างกัน ดังนั้น การที่จะมีนโยบายและแนวทางที่จะติดป้ายหาเสียงต่างจังหวัดกับในกรุงเทพฯจะแตกต่างกัน ส.ส.ที่ลงพื้นที่จะรู้ดีที่สุดว่าในพื้นที่ของตนเองเป็นอย่างไร และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เชื่อว่าอาจจะเป็นกรณีศึกษาที่ดีให้กับ ส.ส.หลายคน เช่น จ.สุพรรณบุรี ในเขต อ.เมืองเทศบาล ที่เป็นชุมชนหนาแน่น อาจจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบป้ายหาเสียงคล้ายๆ กับที่กรุงเทพฯ แต่พอออกไปนอกเขต อ.เมือง และเทศบาล การขึ้นป้าย
ไวนิลที่ขนาดใหญ่ยังถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนต่างจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ที่ไกลออกไป

⦁ตั้งเป้าหมายเก้าอี้ ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งหน้าไว้เท่าใด
ตั้งเป้าว่าได้ ส.ส.มากขึ้นกว่าปัจจุบันแน่นอน แต่ได้แค่ไหนไม่อยากตั้งความหวัง อย่างที่พระเคยสอนว่าอย่าไปหวัง เพราะถ้าหวังและไม่ได้อย่างที่หวังจะเรียกว่าผิดหวัง แต่สิ่งที่ตั้งความหวังเอาไว้คือ ส.ส.ที่ได้เข้ามานั้นอยากได้คนที่มีคุณภาพ คนที่เลือกเข้ามาทำงานแล้วสามารถก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในพื้นที่ของตนเอง สามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในเขตของตนได้ สามารถเอาปัญหาของประชาชนมาเป็นปากเสียงพูดในสภา และทำให้พรรค ชทพ.มีความเข้มแข็งและเน้นที่เป็นนักปฏิบัติไม่ใช่โฆษณาชวนเชื่อและไม่สามารถทำได้ นี่คือสิ่งที่ต้องการคุณภาพเข้ามา ไม่ใช่สักแต่ว่ามาทำให้ใหญ่ หรือที่เรียกว่าใหญ่แต่ข้างในกลวง

⦁พรรค ชทพ.จะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพรรคหรือไม่
คิดว่าหากสถานการณ์โลกมีการปรับเปลี่ยนนโยบายก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน และต้องวางแผนที่จะต้องเติบโตกว่านี้ เมื่อถึงเวลานั้นก็อาจจะมีการปรับตำแหน่งต่างๆ ส่วนเรื่องการปรับโครงสร้างก็ต้องหารือกับคณะกรรมการบริหารของพรรค (กก.บห.) แต่ในขณะนี้ยังไม่มีแนวทาง

⦁แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ชทพ.จะเสนอชื่อใครเป็นชื่อหัวหน้าพรรคหรือไม่
ต้องดูกัน เมื่อถึงเวลาที่เลือกตั้งเข้ามาแล้วนั้น พรรคการเมืองที่จะเสนอชื่อนายกฯได้จะต้องมี 25 เสียงขึ้นไป หากพรรค ชทพ.มีคะแนนเสียงได้เกิน 25 เสียง แน่นอนต้องเสนอชื่อหัวหน้าพรรคเป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่หากไม่ถึง หรือมีการพูดคุยกันในระหว่างพรรคร่วม ถึงเวลาเลือกตั้งเสร็จแล้วคงจะต้องมาดูกันอีกครั้งว่ามีใครเป็นแคนดิเดตนายกฯบ้าง นาทีนี้มองว่ายังเร็วเกินไปเพราะยังไม่รู้ว่ามีใครเสนอตัวบ้าง

⦁หากสมัยหน้าได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอีกครั้ง ส่วนตัวอยากจะนั่งกระทรวงใด
ในฐานะที่เป็นพรรคการเมือง คิดว่าการทำงานให้กับประเทศชาติคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ทำในหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมายมาให้ดีที่สุด การพูดคุยกับพรรคที่จะจัดตั้งรัฐบาลด้วยกันหลังการเลือกตั้ง และจะมีการพูดคุยเจรจาว่าพรรคใดจะดูแลกระทรวงใด คิดว่าถึงเวลานั้นถ้าได้อย่างที่เราอยากจะได้ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ในฐานะนักการเมืองจะอยู่ที่ไหน หรือกระทรวงใด ก็สามารถทำงานให้เกิดประโยชน์ให้กับแผ่นดินไทยได้ทั้งนั้น ดังนั้น จึงไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องเอากระทรวงใด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon