คาร์บอมบ์-ไฟใต้ปะทุ การเมือง?-สะเทือนเจรจาสันติภาพ!

คาร์บอมบ์-ไฟใต้ปะทุ การเมือง?-สะเทือนเจรจาสันติภาพ!

หมายเหตุ ความเห็นนักวิชาการกรณีไฟใต้ปะทุอีกครั้งล่าสุดคนร้ายประกอบระเบิดซุกในรถกระบะขับไปจอดหน้าแฟลตตำรวจ สภ.เมืองนราธิวาส จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาเป็นเหตุให้ตำรวจพลีชีพ 1 นาย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากนั้น

จรัญ มะลูลีม
สาขาการระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สถานการณ์ภาคใต้มีภาพของความสงบมาอยู่ระยะหนึ่งซึ่งเป็นพักใหญ่ แต่ระยะหลังที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เราได้เห็นนี้ หรือเหตุการณ์ในที่อื่นๆ นั้นแสดงให้เห็นว่ากระบวนการพูดคุยสันติภาพอาจจะมีปัญหาและไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลงที่มีระหว่างกันที่มุ่งหวังให้พื้นที่มีความสงบ สิ่งที่เราเห็นในกรณีของภาคใต้ที่แน่ๆ คือกลุ่มก้อนและขบวนการที่เคลื่อนไหวและก่อความไม่สงบมาระยะหนึ่งนั้นยังไม่หมดไปจากพื้นที่และยังเกิดขึ้นบ่อยๆ อย่างไรก็ตามความขัดแย้งหรือความรุนแรงที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์หรือความพยายามที่จะให้เกิดสันติภาพในความเป็นจริงนั้นยังไม่ประสบผลตามที่มุ่งหวังเท่าที่ควร

Advertisement

ความจริงการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ช่วงนี้ถ้าจะพูดว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบหรืออื่นๆ นั้นก็อาจจะคิดได้เช่นเดียวกัน

แต่เรื่องที่เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏคือความมุ่งหวังของกลุ่มที่สร้างเหตุการณ์ความไม่สงบยังถือว่าเป็นปฏิบัติการที่อยู่ในรูปแบบเดิม

การเมืองในพื้นที่ขณะนี้จะเห็นได้ว่ามีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงเหมือนกัน เช่น ความพยายามของพรรคการเมืองต่างๆ ที่จะได้คะแนนเสียงทั้งพื้นที่ภาคใต้ตอนบนและภาคใต้ตอนล่าง แต่ในส่วนของภาคใต้ตอนล่างนั้นเหมือนจะมีการแข่งขันกันสูงขึ้นระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล หรือการที่พรรคร่วมรัฐบาลแบ่งออกเป็นสองพรรค ก็ยังเป็นเรื่องที่น่าสนใจ

Advertisement

อีกประการคือแสดงให้เห็นว่าจากการโหวตของประชาชนจะเห็นได้ว่าพื้นที่ภาคใต้ยังนิยม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อยู่ด้วย นี่ก็อาจจะเป็นสาเหตุก็ได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถรักษาสถานภาพหรือความสงบได้ อย่างไรก็ตามไม่ได้มีอะไรที่แสดงชี้ชัดว่าจะเป็นอย่างนั้นแต่ก็มีความเป็นไปได้

เวลาที่เราพูดถึงปัญหาในภาคใต้ในแต่ละครั้งจะมีเรื่องที่ชวนคิดอยู่ตลอด บางครั้งมีการวางระเบิดธนาคาร เสาไฟฟ้า หรือบางครั้งสร้างสถานการณ์เพื่อให้เห็นว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นแต่ไม่ได้มุ่งหมายชีวิต แต่ในเหตุการณ์ครั้งนี้คงมุ่งหมายในเรื่องของการทำให้มีความรู้สึกว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องความมั่นคงและความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ได้มากกว่า

ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่นั้นก็น่าคิดอยู่เหมือนกันแต่ว่าผู้คนในภาคใต้จริงๆ มีความภาคภูมิใจอยู่พักหนึ่งช่วงที่ความถี่ในการเกิดความไม่สงบนั้นน้อยลง แต่ก็น่าสนใจเพราะใกล้ช่วงจะหมดวาระของรัฐบาลและช่วงของการแข่งขันในเรื่องของพรรคการเมืองต่างๆ ในพื้นที่นี้ก็น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่บ้าง แต่จะทำโดยผู้ใดนั้นก็คงมีหลายกลุ่มก้อนที่เรารับทราบ

ช่วงเดือนรอมฎอนในเดือนพฤษภาคมจะมีการตกลงกันของกลุ่มต่างๆ ว่าอย่างน้อยขอให้เหตุการณ์ในพื้นที่ภาคใต้สงบ ซึ่งก็มีบางช่วงที่แม้ว่าจะมีข้อตกลงก็ยังมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแต่ไม่ได้มากเหมือนช่วงก่อนๆ เรื่องราวของความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นจะเห็นว่ามีช่วงของความสงบแต่ในท้ายที่สุดก็กลับมาเหมือนเดิมอีก แต่เราจะเห็นว่าในช่วงของการแพร่ระบาดของโควิด-19 โอกาสหรือการกระทำอะไรต่างๆ อาจจะไม่ถี่เท่าตอนที่ปลอดโควิด-19 และคิดว่าตอนนี้กลุ่มก้อนที่เคยกระทำก็คงจะกลับมาและระยะหลังนี้จะเห็นได้ว่ามีจุดมุ่งหมายไปที่การทำลายเจ้าหน้าที่รัฐเป็นหลัก

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เราก็มาสู่จุดสรุปเหมือนที่เราเคยคาดหมายไว้ว่าความพยายามที่จะเจรจาสันติภาพ ยุติ หรือพยายามทำความเข้าใจนั้นยังไปไม่ถึงความคาดหมายที่ว่าวันหนึ่งเราอยากจะเห็นความสงบสุขในพื้นที่และความจริงแล้วองค์กรมุสลิมต่างๆ ก็อยากเห็นความสงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างมาก โดยในระยะหลังเราจะเห็นว่ามีองค์กรมุสลิมหรือผู้นำมุสลิม เช่น ตัวแทนองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือโอไอซี หรืออื่นๆ หนึ่งในนั้นคืออยากเห็นการพัฒนาพื้นที่ มีเศรษฐกิจดี และมีความสงบ แต่ในท้ายที่สุดสิ่งที่เราเห็นคือภาพจำเก่าๆ มันกลับมาเป็นช่วงๆ ยังไม่ถึงกับเปลี่ยนแปลงไปสู่สถานการณ์ที่เห็นอย่างเด่นชัดว่ามีการเปลี่ยนแปลงเหมือนเหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในเกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนหลังจากมีการตกลงพูดคุยกันได้ เหตุการณ์ของเราอยู่ในทรรศนะที่เรียกว่าระหว่างกลางแต่ความรุนแรงยังไม่ยุติลง

ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี
ผอ.สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้
สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

มองเหตุการณ์คาร์บอมบ์ว่า น่าจะเกิดจาก 2 ประเด็น ประเด็นแรก คือ อาจเกิดจากการพูดคุยสันติสุขที่ยังไม่คืบหน้า ยังมองไม่เห็นว่าเดินไปทางไหน อย่างไร ไม่มีมาตรการ เงื่อนไข อะไร ทำให้เกิดความกดดันในกลุ่มขบวนการ (BRN) อีกประเด็นหนึ่ง คือ กลุ่มขบวนการเองโดนกดดันจากฝ่ายรัฐดำเนินการปิดล้อม ตรวจค้น บังคับใช้กฎหมายจนนำไปสู่การวิสามัญฆาตกรรมไปก่อนหน้านี้หลายกรณี จึงมีผลรวมเหมือนว่าเป็นการแก้แค้น หรือการตอบโต้กันไปมา ซึ่งขณะเดียวกันกับการพูดคุยไม่สามารถจัดการแก้ปัญหาได้เป็นรูปธรรม ทำให้กลุ่มที่ต่อสู้ต้องทำให้เกิดกระแส ให้เกิดมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ฝ่ายคนร้ายยังมีโอกาส สามารถเข้ามาก่อเหตุใหญ่ๆ ได้อีกตลอดเวลา แม้ฝ่ายรัฐจะวางมาตรการป้องกันเข้มข้นที่สูงมากแล้ว ตั้งด่านมากมาย แต่ยังถูกโจมตีได้

เพราะเขามีช่องทางเข้ามาอยู่ เขาหาโอกาส ยังมีตรงจุดอ่อนในเขตเมือง หรือจุดที่เป็นเป้าหมายอ่อนแอ Solf target มีความเปราะบาง กลุ่มพลเรือนมีช่องทางที่จะก่อเหตุได้

โดยครั้งนี้เกิดในเขตเมือง เป็นเป้าหมายอ่อนของเจ้าหน้าที่ เป็นแฟลตตำรวจ เป้าหมายก่อเหตุให้เป็นจุดเด่นใช้ในการก่อเหตุได้ ด้านเจ้าหน้าที่เองในส่วนนี้ไม่ได้ระมัดระวังเตรียมการมากพอ จึงเป็นจุดอ่อนที่ถูกวางระเบิดได้ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเพิ่มมาตรการป้องกันให้มากขึ้น

ส่วนสาเหตุที่เป็นแรงกดดันจากคนร้ายที่ต้องต่อสู้ ตอบโต้ เพราะฝ่ายตนโดนกดดันปิดล้อมอย่างหนักที่มีผลตามมาจาก “ห่วงโซ่ความรุนแรงต่อเนื่อง” ก่อนหน้านี้มีการปิดล้อมจนถึงวิสามัญอยู่หลายราย เพราะฉะนั้น การลดความกดดันได้อีกทางหนึ่ง คือ การหาทางออกสู่กระบวนการเจรจาพูดคุย สันติภาพ สันติสุขในพื้นที่ ว่าต้องแสวงหาทางออกให้ได้ มิเช่นนั้น เป็นไปได้ว่าจะเป็นการมุ่งเผชิญหน้าของทั้ง 2 ฝ่ายที่จะเกิดความรุนแรงต่อไป ก็เป็นไปได้สูง

สำหรับการทำคาร์บอมบ์ จริงๆ แล้วเห็นอยู่ว่าในช่วง 1-2 ปีนี้มีจำนวนน้อยลงแล้วจากสถิติ แต่ถ้ามองดูความถี่ของเหตุการณ์ความรุนแรง เทียบช่วงปีที่แล้วกับปีนี้ มันถีบตัวสูงขึ้นอย่างน่าสนใจ แนวโน้มยังดูว่าอาจสูงขึ้นอีกครั้ง มีเหตุใหญ่ๆ เช่น การโจมตีปั๊มน้ำมันหลายจุดและต่อเนื่อง คิดว่าเหตุรุนแรงยังคงมีอยู่ต่อไปอาจมากขึ้น แต่โอกาสจะมากขึ้นหรือน้อยนั้น ต้องดูการวางมาตรการป้องกัน ความปลอดภัย และการแสวงหาทางออกทางการพูดคุยสันติภาพ คงต้องเร่งให้เกิดผลทางด้านดีด้วย จะเป็นตัวหน่วงการเกิดความรุนแรงได้

ด้านข้อเรียกร้องของประชาชน ภาคประชาสังคม ควรเรียกร้องพื้นที่ปลอดภัยยังใช้ได้ เราต่างต้องการพื้นที่ปลอดภัย จุดพื้นที่พลเรือน โรงเรียน โรงพยาบาล สถาบันทางศาสนา ตลาด ทุกคนควรเรียกร้องให้ 2 ฝ่ายหลีกเลี่ยงการก่อเหตุในพื้นที่ปลอดภัย พลเรือน เพื่อไม่ให้กระทบพื้นที่ของประชาชน ข้อเรียกร้องนี้ควรเกิดขึ้นตลอดเวลา และเรียกร้องให้มากขึ้น

ในด้านของฝ่ายความมั่นคงเขาทำงานอย่างเข้มข้น และเขาพยายามเพิ่มมาตรการ เครื่องมือ กลไกต่างๆ การรักษาความปลอดภัยนั้นสูงมาก ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สังเกตจากงบประมาณ การวางแผนบูรณาการต่างๆ มีสูงมาก เพราะฉะนั้นการวางแผนป้องกันคงต้องมีต่อ แต่จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดผลกระทบกับชาวบ้าน วิถีชีวิต และสิทธิมนุษยชน ถ้าหากเกิดผลกระทบ มันจะกลับมาสู่เหตุการณ์ที่วนซ้ำมาเกิดได้อีกก็ต้องวางแผนมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันซึ่งทางหน่วยงานความมั่นคงนั้นได้ทำอยู่แล้ว

สำหรับการจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถ้ามันลดความกดดันได้ ก็ควรเปิด ความจริงในแง่ของทางสถิติและข้อมูลนั้น พื้นที่ที่เกิดเหตุรุนแรงมีความถี่สูง มีอยู่ไม่กี่จุดประมาณ 10% เท่านั้น ถ้ารุนแรงมากๆ ก็ 5% ส่วนที่เหลือทั้งหมดไม่มีอะไร ดังนั้น การลดพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถ้าลดได้ควรลด ทำเป็นขั้นๆ ไป รวมถึงกฎอัยการศึก ควรทบทวน เพราะทุกวันนี้เราก็ยังใช้อยู่

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image