พักยกศึกเดือดตั้ง ‘รัฐบาล.’ ลุ้นฉากต่อไป ‘ก้าวไกล-เพื่อไทย’

ขณะที่เกมการเมืองดุเดือดเลือดพล่านในการจัดตั้งรัฐบาล ที่ส่อว่าจะมีการพลิกขั้ว จาก 8 พรรคที่มีเอ็มโอยูมัดไว้ โดยพรรคเพื่อไทยที่รับไม้ต่อจากพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและเสนอแคนดิเดตนายกฯของพรรค ส่งสัญญาณว่าจะล้างไพ่ใหม่ไปจีบพรรคอีกขั้วมาผสมเป็นรัฐบาลสูตร “มิ้นต์ช็อก” ทำให้ด้อมส้มออกมาถล่มพรรคเพื่อไทยกันเละเทะ

แต่ปรากฏว่ามีเสียงระฆังดังมาจากผู้ตรวจการแผ่นดิน ช่วยเบรกเกมร้อน โดยมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามติรัฐสภาเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

พร้อมขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้รัฐสภาเบรกการประชุมโหวตนายกฯไว้ก่อน จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

เป็นการพิจารณาตามที่มีสมาชิกรัฐสภาและประชาชนร้องเรียนมารวม 17 คำร้อง ว่ามติรัฐสภาดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียน

Advertisement

ย้อนไปเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ประชุมรัฐสภามีวาระให้ความเห็นชอบ “พิธา” เป็นนายกฯ อีกครั้ง หลังจากโหวตครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม “พิธา” ไม่ผ่านความเห็นชอบ แต่ปรากฏว่าทาง ส.ส.อีกขั้วและ ส.ว.บางส่วน กลับเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาว่าการเสนอชื่อ “พิธา” ให้โหวตอีกครั้งขัดกับข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อที่ 41 ที่ระบุว่า “ญัตติใดที่ตกไปแล้ว ห้ามนำญัตติซึ่งมีหลักการเช่นเดียวกันขึ้นเสนออีกในสมัยประชุมเดียวกัน”

มีการถกเถียงกันยืดเยื้อ โดยฝั่งพรรค 8 พรรคยืนยันว่าการเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯนั้น เป็นกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ และไม่ใช่ญัตติ จะเสนอกี่ครั้งก็ได้ แต่อีกฝ่ายก็อ้างว่าเรื่องที่นำเข้ารัฐสภาเพื่อขอมตินั้นถือว่าเป็นญัตติ

สุดท้ายจบลงด้วยการลงมมติ 395 เสียงต่อ 312 เสียง เห็นว่าการเสนอชื่อบุคคลให้ความเห็นชอบเป็นนายกฯนั้นเป็นญัตติ จึงทำให้ไม่สามารถเสนอชื่อ “พิธา” ซ้ำได้

กลายเป็นอีกประเด็นร้อน ที่หลายฝ่ายมึนงงกับมติดังกล่าว รวมทั้ง บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “น่าสงสารประเทศไทย ที่เอาข้อบังคับการประชุมมาทำให้บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเป็นง่อย” พร้อมเสนอให้คนที่ได้รับผลกระทบสิทธิของตัวเองไปยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน

นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการอีกมากที่ไม่เห็นด้วยกับมติรัฐสภาดังกล่าว ล่าสุด คณาจารย์นิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ 115 คน ก็ออกแถลงการณ์แจกแจงรายละเอียดว่า มติของรัฐสภาเรื่องดังกล่าวนั้นขัดหลักนิติศาสตร์และการปกครอง เป็นการสร้างบรรทัดฐานการใช้เสียงข้างมากที่ขัดรัฐธรรมนูญ

“การให้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ เป็นการเอาการเมืองมาอยู่เหนือหลักกฎหมาย ขัดรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุด จึงขอเรียกร้องให้รัฐสภายกเลิกมตินี้ หาไม่แล้วการเรียนการสอนนิติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ในเรื่องลำดับชั้นของกฎหมาย และหลักการปกครองโดยกฎหมายที่มีหลักรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ยากที่จะดำเนินโดยปกติในประเทศไทยต่อไปได้” แถลงการณ์ระบุ

ดังนั้น ดูท่าจะเป็นหนังยาวกับซีรีส์เลือก นายกฯคนที่ 30 ที่ต้องเลื่อนการโหวตออกไปอีกซักระยะหนึ่ง

ปกติศาลรัฐธรรมนูญจะนัดประชุมทุกวันพุธ เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องมาอาจเข้าสู่การรับคำร้องทางธุรการในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ ก่อนจะมีการพิจารณาว่าจะรับเรื่องไว้วินิจฉัยหรือไม่ และจะมีคำสั่งให้รัฐสภาเบรกการโหวตนายกฯไว้ก่อนหรือไม่

ขณะที่ในฝั่งรัฐสภา ที่นัดประชุมวันที่ 27 กรกฎาคม เพื่อโหวตเลือกนายกฯ เดิมคาดว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกฯจากพรรคเพื่อไทยที่ชื่อ เศรษฐา ทวีสิน ก็อาจต้องเลื่อนออกไปก่อน

แม้จะทำให้การโหวตเลือกนายกฯล่าช้าออกไป แต่ก็ช่วยลดความร้อนแรงการจัดตั้งรัฐบาลที่ดุเดือดในช่วงที่ผ่านมาลง

ทำให้แต่ละฝ่ายมีเวลาหายใจ ให้ตั้งหลักในการเดินเกมจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง ซึ่งอาจจะมีแนวทางที่ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ระหว่างพักยกศึกเดือดตั้งรัฐบาล ก็จะมีคำถามถึงฉากต่อไปว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องหรือไม่ และจะสั่งให้รัฐสภาเลื่อนโหวตนายกฯไหม

พรรคก้าวไกลยังจะกลับมาลุ้นอีกไหม ที่จะเสนอ “พิธา” โหวตนายกฯอีกครั้ง และจะทวงคืนสิทธิการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจากพรรคเพื่อไทยหรือไม่ หลังจากที่พรรคเพื่อไทยที่รับไม้ต่อไปจัดตั้งรัฐบาลกลับส่งสัญญาณไม่ค่อยดี

อีกทั้งความบาดหมางที่เกิดขึ้นระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยจะสมานกันได้ไหม เพราะช่วงที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล กลับไปจีบพรรคต่างขั้วมาหารือเพื่อหวังเขี่ยพรรคก้าวไกลพ้นจากสมการตั้งรัฐบาล ทำให้พรรคก้าวไกลไม่พอใจอย่างยิ่ง

ขณะที่พรรคการเมืองอื่นๆ ก็คงไม่อยู่นิ่ง แต่จะเดินเกมเพื่อหวังเข้าไปอยู่ในสมการรัฐบาลใหม่ให้ได้

หากมีการเบรกโหวตนายกฯออกไป แม้จะเป็นการพักยกช่วยลดความร้อนแรงหน้าฉากลงบ้าง แต่หลังม่านยังคงเดือดต่อ… เกมจัดตั้งรัฐบาล คงมีฉากระทึกใหม่ๆ ให้ลุ้นกันอีก

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image