‘แพทองธาร’ชู4ข้อ นำทัพพท.คัมแบ๊กอันดับ1

‘แพทองธาร’ชู4ข้อ
นำทัพพท.คัมแบ๊กอันดับ1

หมายเหตุน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวปาฐกถาภายหลังที่ประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อไทย ครั้งที่ 1/2566 มีมติเอกฉันท์เลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยได้รับ 289 คะแนน จากผู้มีสิทธิลงคะแนน 290 คน ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 1 คน เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม

ขอสวัสดีท่านนายกรัฐมนตรี ท่านสมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคน และพี่น้องประชาชน ดิฉันขอขอบคุณสมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) ทุกคนที่มอบความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง เพราะนี่ไม่ใช่เป็นเพียงการส่งต่อภารกิจทางด้านอุดมการณ์ แต่เป็นการเชื่อมความเชื่อมั่น ความมั่นคง ความศรัทธา เชื่อมการต่อสู้ของทุกคนเข้าด้วยกันอีกครั้ง ในฐานะของพรรคเพื่อไทยเราผ่านอะไรกันมาเยอะมากๆ เราเป็นพรรคการเมืองที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด และเรายังเป็นพรรคการเมืองที่ถูกกระทำมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เช่นเดียวกัน ดิฉันเติบโตมาอยู่ในแวดวงการเมือง ได้สังเกต ได้ใกล้ชิด ทำให้ดิฉันได้เรียนรู้อะไรมากมาย ต้องขอขอบคุณนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คุณพ่อ ที่ทำให้ดิฉันได้เห็นถึงความตั้งใจ ได้เห็นถึงอุดมการณ์ของท่าน และทำให้ดิฉันได้เรียนรู้ ได้ใกล้ชิด และที่สำคัญคือได้เป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญของดิฉันในการดำรงชีวิต

ดิฉันรู้ดีว่าภารกิจนี้เป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่และสำคัญมากๆ โดยเฉพาะบริบทของการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในทุกๆ วัน แน่นอนว่าดิฉันมั่นใจว่า เรามีบุคลากรที่มีความสามารถ สั่งสมประสบการณ์มาตั้งแต่ตอนสมัยที่เรายังเป็นพรรคไทยรักไทย จนถึงพรรคเพื่อไทย ในปัจจุบัน เราจะทำพรรคเพื่อไทยให้พัฒนาขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งเช่นกัน ทั้งนี้ จากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ทำให้เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ทีมคณะบริหารของพรรคเพื่อไทยทีมใหม่นี้จะต้องถอดบทเรียน ทบทวนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเพื่อทำให้ดีขึ้น เพื่อนำทัพพรรคเพื่อไทยของเราให้กลับไปยืนอยู่ในใจของพี่น้องประชาชนในฐานะพรรคการเมืองอันดับ 1 อีกครั้งอย่างยั่งยืน

Advertisement

ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา ภายใต้รัฐบาลการนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า การตัดสินใจจัดตั้งรัฐบาลในวันนั้น เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด มีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมากมายไม่ว่าจะเป็นการลดค่าไฟ ค่าน้ำมัน การปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้ามาเป็น 20 บาทตลอดสายที่เริ่มทำขึ้นแล้วในบางสาย การเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ การให้ภาคเอกชนคนรู้จริงเข้ามาพัฒนาในเรื่องซอฟต์เพาเวอร์ของประเทศไทยอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก การนำร่องใช้บัตรประจำตัวประชาชนเพื่อรักษาพยาบาลในโครงการ 30 บาทรักษาได้ทุกที่ การรับมือกับวิกฤตอย่างทันท่วงที ช่วยคนไทยให้กลับบ้านในสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง การกลับไปเจริญสัมพันธไมตรีทางการทูตกับนานาประเทศ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในระยะเวลาเพียง 2 เดือนเท่านั้น แต่สามารถสร้างโอกาสให้กับพี่น้องประชาชนและประเทศของเราได้อย่างมากมาย และดิฉันมั่นใจว่า 4 ปีหลังจากนี้ก็จะมีโอกาสเพิ่มขึ้นให้กับประเทศของเราอย่างแน่นอน

พรรคเพื่อไทยจึงยังคงสานต่อภารกิจสำคัญคือการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ทั้งทางด้านความเป็นอยู่ สิทธิเสรีภาพ อย่างที่เราทำมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 25 ปี ด้วยรากฐานที่มั่นคงและแข็งแรง เรามีวันนี้ได้เพราะผู้ใหญ่ในพรรคของเราช่วยกันรดน้ำ พรวนดิน ให้ต้นไม้ต้นนี้แข็งแรงและมีรากฐานที่มั่นคง ตัวดิฉันเองมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น มองได้ไกลขึ้นก็เพราะผู้ใหญ่ทุกคนที่ได้ร่วมกันสร้างไว้ จากนี้ไปดิฉันอยากให้พรรคเพื่อไทยเป็นมากกว่าพรรคที่ให้โอกาส แต่สามารถขจัดความเสี่ยงในชีวิตของพี่น้องประชาชนได้ด้วย เพื่อที่พวกเขาเหล่านั้นจะได้สามารถปลดล็อกศักยภาพของเขาได้เต็มที่ มีสิทธิ มีเสียงในการที่จะพัฒนาประเทศนี้ไปด้วยกัน เราจะไม่ทิ้งดีเอ็นเอเดิมของพรรคเพื่อไทย
นั่นคือการทำนโยบายที่เราหาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชนให้เป็นจริงได้ เราจะทำความฝันให้เป็นความจริง เราจะทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ เราจะลบทุกคำสบประมาทด้วยผลงานที่ปฏิเสธไม่ได้ ดีเอ็นเอนี้จะยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยต่อไปและจะพัฒนาตามยุคตามสมัย

อย่างไรก็ตาม เราจะมี 4 ข้อหลักๆ ที่สำคัญที่คณะทีมผู้บริหารชุดใหม่จะต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพรรคของเราอย่างชัดเจน ประกอบด้วย 1.คือเราจะทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น (Digital Transformation) อย่างเต็มรูปแบบ นำข้อมูลทุกอย่างให้อยู่ในระบบดิจิทัล เพื่อที่ไม่ว่าคณะจะเข้ามาทำงานอย่างไร จะสามารถต่อยอดและพัฒนาได้อย่างง่ายขึ้น ข้อมูลสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

2.เราจะสร้างองค์กรแนวราบเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของทุกคน ทำให้พรรคเกิดกระบวนการการตัดสินใจที่รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพเพื่อพี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้น

3.เราจะทำให้องค์กรพรรค พท.ของเราเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) ที่จะมีศูนย์ข้อมูล ศูนย์วิจัย เพื่อทำการพัฒนานโยบายของเรา ไม่ว่าจะเป็นนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เพื่อที่จะปรับใช้ตามยุคสมัยให้ทันท่วงที และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างเท่าทัน เราจะมีการฝึกอบรมศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นยุวสมาชิก หรือสมาชิกทั่วไป แบ่งพื้นที่ให้คนรุ่นใหญ่และคนรุ่นใหม่สามารถที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แชร์ไอเดียซึ่งกันและกัน
ได้ เพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนได้อย่างครอบคลุมทุกพื้นที่

และ 4.เราจะสร้างเครือข่ายครอบครัวเพื่อไทยให้แข็งแรงและมีทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อที่เราจะสามารถรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนที่สะท้อนมา ไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือครอบครัว ได้อย่างชัดเจน ให้มาถึงพรรค พท.ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

สุดท้ายนี้ เป็นสิ่งที่ดิฉันจะบอกกับตัวเองและทุกคนว่า ตายังคงดูดาว เท้ายังคงติดดิน ยืนหยัดอยู่ข้างประชาชนอย่างเข้มแข็ง มั่นคง เพราะพรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน

รายชื่อกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่
สำหรับรายชื่อคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคเพื่อไทยชุดใหม่ ได้แก่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรค ได้รับคะแนน 289 จากผู้มีสิทธิลงคะแนน 290 คน ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 1 คน

รองหัวหน้าพรรค ได้แก่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้ 292 คะแนน, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงรายและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ 291 คะแนน, นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ส.ส.ชัยภูมิ ได้ 288 คะแนน, น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด ได้ 290 คะแนน, นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ 285 คะแนน, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ 289 คะแนน

เลขาธิการพรรค คือ นายสรวงศ์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว ได้ 290 คะแนน และรองเลขาธิการพรรค ได้แก่ ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้ 290 คะแนน, น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้ 287 คะแนน, นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย ได้ 287 คะแนน

นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เป็นเหรัญญิกพรรค ได้ 287 คะแนน, นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นนายทะเบียนพรรค ได้ 287 คะแนน, นายดนุพร ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นโฆษกพรรค ได้ 290 คะแนน

กรรมการบริหาร 9 คน ได้แก่ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. ได้ 283 คะแนน, นายวรวงศ์ วรปัญญา ส.ส.ลพบุรี ได้ 284 คะแนน, นายพชร จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา ได้ 286 คะแนน, นายนิกร โสมกลาง ส.ส.นครราชสีมา ได้ 284 คะแนน, นายธิติวัฐ อดิศรพันธ์กุล ได้ 287 คะแนน, นายจเด็ศ จันทรา ได้ 285 คะแนน, นายพลนชชา จักรเพ็ชร ได้ 287 คะแนน, นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ 286 คะแนน, น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น ได้ 283 คะแนน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image