‘ระบอบอากง’ ลามท้าทาย ‘ชัชชาติ’ จุดเริ่มต้นเดือด สมรภูมิคลองสามวา

4.06.26 | 15:15 น.

กลายเป็นว่า “คลองสามวา” ไม่ใช่แค่เขตเดือดเฉพาะมีผู้สมัครลงชิงส.ก.มากที่สุดถึง 10 คนในเลือกตั้งรอบนี้เท่านั้น แต่ยังเป็น “จุดปะทะแรก” ที่ “ชัชชาติ” แชมป์เก่า เต็ง 1 ถูกท้าทาย

เพราะเมื่อจู่ๆ ขุนพลเพื่อไทย คนกันเอง ก็ออกมาเปิดโปง “ระบอบอากง” ตั้งคำถามถึงการบริหารงานของกทม.ในยุคที่ผ่านมา ถึงขนาดฮึ่มขู่ยื่นร้อง ป.ป.ช.กันเลยทีเดียว

แน่นอน “จิรายุ ห่วงทรัพย์” อดีตผู้แทนคลองสามวา เพื่อไทย ออกมารอบนี้ เจตนาพุ่งเป้าชัดไปที่ “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” หรือ “อากง” รุ่นพี่วิศวะจุฬาฯ ที่รับหน้าที่ กุนซือคนสำคัญของผู้ว่าฯชัชชาติในยุคที่ผ่านมา

ท่ามกลางอาการลังเลของ “ชัชชาติ” ก่อนจะตัดสินใจไม่ส่งทีมชิงส.ก.ด้วย

ท่ามกลางความไม่ชัดเจนเช่นกันว่า “เพื่อไทย” จะส่งขุนพลลงชิงส.ก.ด้วยหรือไม่

Advertisement

ทว่า “อากง” ได้เคลื่อนไหวคู่ขนาน มีชื่อเป็น “คีย์แมน” คนสำคัญให้กับทีมอิสระ ส่งชิงส.ก.ลงในนาม “กลุ่มคนทำงาน” โดยมีอดีตส.ก. อดีตสมาชิก ที่อยู่ในค่ายเพื่อไทย นับ 10 คนมาเปิดตัวด้วย

จากนั้น “เพื่อไทย” ก็ชัดเจนเปิดตัว “ทีมเพื่อไทย Life ลงตัว” เปิดทางให้ทีมงานสมาชิกพรรคดั่งเดิม ลงชิงส.ก.ในนามพรรคเพื่อไทยได้

นี่จึงทำให้ “จุดแตกหัก” เกิดขึ้นที่นี่คลองสามวา

เพราะเมื่อกาง 33 เขตที่ “กลุ่มคนทำงาน” กับเขตที่ “เพื่อไทย” ส่งผู้สมัคร ปรากฎชัดว่า “คลองสามวา” เป็นพื้นที่ที่ 2 ค่ายนี้ส่งผู้สมัครชนกัน

ที่สำคัญ ค่ายเพื่อไทย แชมป์เก่า เมื่อปี’65 ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน “มิ้งค์” นฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์ หลานสาวแท้ๆ ของ “น้าจิรายุ” ผู้เปิดปมร้อน เขย่าชัชชาติ นั่นเอง

ทว่า ในจังหวะที่ “ชัชชาติ” เดินสายหาเสียงที่เขตลาดกระบัง “ส.ส.อิ่ม” ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีตมท.2 พา “อาย” ชวัลพัชร น้องสาว ผู้สมัครส.ก.เพื่อไทยในเขตนี้ มาต้อนรับ พร้อมประกาศหากชนะ จะสนับสนุนงานว่าที่ผู้ว่าฯอีกสมัย

ขณะที่ในช่วงเย็น “ชัชชาติ” ไปต่อที่ คันนายาว ก็ปะหน้าลงหาเสียงห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ กับ “ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ” ผู้สมัครส.ก. จากกลุ่มคนทำงาน อดีตคนเพื่อไทย

ในเมื่อเช้า มีภาพหาเสียงกับคนเพื่อไทย ตกเย็นมีภาพหาเสียงกับกลุ่มคนทำงาน ทำให้วันรุ่นขึ้น “จิรายุ” จึงไม่ทน ขุดปมร้อนสดๆ โชว์หมาแก่ กับ แมวสาว

พร้อมเรียกร้องดังๆให้ “ชัชชาติ” พูดไปเลยว่า “กลุ่มคนทำงานเป็นของตัวเอง” 

ทว่า ชัชชาติ ไม่เด้งรับ แต่กลับชิงจังหวะนี้ โชว์เคลียร์ตัวเองชัดๆ กับ พรรคเพื่อไทย ได้อีกรอบ

ในจังหวะเขย่า “ระบอบอากง” จับแยก “สีเขียว” กับ “สีแดง” โชว์คนคลองสามวา ที่อาจมีภาพจำถูกมองอย่างเจือปนๆกันอยู่ จากการเกาะกระแสชัชชาติด้วยกันทั้งคู่

จิรายุ ยังไม่หยุดแค่นั้น แต่ยกระดับด้วยการพุ่งเป้าที่ “ส่วยโยธา” ปูดข้อมูลว่า มีข้าราชการเกษียณเดินสาย แทนอากง รับ 1 % จากโครงการเมกะโปรเจ็กต์ เพิ่มมาจากปมร้อนเรื่องส่วยเทศกิจ การซื้อขายตำแหน่ง โยกย้ายไม่เป็นธรรม

ซึ่งบังเอิญ “เป้า” สายัณห์ กุศลพันธ์ จาก “กลุ่มคนทำงาน” ผู้สมัครผู้มาท้าชิงกับ หลานสาวจิรายุ ดันมีโปรไฟล์ ผ่านประสบการณ์การเป็นอดีตหัวหน้าโยธา มาถึง 5 เขตอีกด้วย

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญ ให้ถูกจับตามองอย่างเชื่อมโยงว่า เจตนาพุ่งเป้านี้ มาที่คู่แข่งรายนี้หรือไม่

แต่ล่าสุดเรื่องนี้ร้อนลาม ทำกลุ่มบิ๊กข้าราชการกทม. เตรียมเคลื่อนไหวโต้กลับ แจ้งความเอาผิดจิรายุแล้ว

อย่างไรก็ตาม ภาพเคลื่อนไหวอีกด้าน จากการต่อสู้ชิงส.ก.คลองสามวา ไม่ได้มีแค่กลุ่มคนทำงานที่ “คีย์แมนชัชชาติ” เป็นกุนซืออยู่เท่านั้น

เพราะต้องไม่ลืม “ตระกูลอินช่วย” ที่รอบนี้ก็เช่นเคยเหมือนเมื่อปี’65 คืนสนามลงชิงทั้งลุง ทั้งหลาน

ลุง – “วิรัช อินช่วย” หรือ “กำนันวิรัช” อดีตส.ก.คลองสามวา 3 สมัย พรรคประชาธิปัตย์ ที่รอบก่อนย้ายมาสวมเสื้อพลังประชารัฐ ได้ 17,671 คะแนน เข้าวินเป็นที่ 2 รอบนี้ลงอิสระ กลุ่มคลองสามวาบ้านเรา

หลาน – “มนูญ อินช่วย” ที่รอบก่อน สวมเสื้อพรรคกล้า ได้ 12,649 คะแนน เข้าวินมาเป็นอันดับ 3 ตามลุงมาติดๆ รอบนี้ก็แน่นอน ย้ายมาสวมเสื้อพรรคประชาธิปัตย์

นี่ยังไม่นับรวม ผู้สมัครหนุ่ม “อักรอม” สุรเกียรติ หวังพิทักษ์ จากพรรคประชาชน พรรคเจ้าของพื้นที่ “สนามใหญ่ทั้งกทม.” ที่มองข้ามไม่ได้ เพราะแม้แต่ “จิรายุ” ก็ปราชัยมาแล้วถึง 2 หน

ทั้งหมดนี้คือ สถานการณ์เดือดๆ ของสนามชิงส.ก.คลองสามวา ที่ทำให้ “ชัชชาติ” ต้องตกเป็นเป้า