ท่อน้ำเลี้ยง

แนวรบชายแดนใต้เดือด

กลุ่มก่อความไม่สงบ งัดยุทธวิธีใหม่ บุกปล้นเต็นท์รถ ยิงทิ้ง ใน อ.นาทวี จ.สงขลา ฉกปิกอัพไปทำคาร์บอมบ์ ปฏิบัติการทันที

เจ้าหน้าที่รัฐ ปรับแผน ป้องกันและปราบปราม เฝ้าระวังพื้นที่เข้มข้นมากขึ้น

ควบคู่ไปกับแนวทาง การใช้การเมืองนำการทหาร ที่กำลังดำเนินอยู่ขณะนี้ โดยมุ่งหวังผลระยะยาว

ผู้เขียนพลิกหนังสือ การพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มิตรสหายส่งจากปัตตานีมาให้อ่านเป็นคู่มือติดตามการเจรจา จัดทำโดยคณะพูดคุยเพื่อสันติสุข จังหวัดชายแดนภาคใต้ กรกฎาคม 2560 มี พล.อ.อักษรา เกิดผล ที่ปรึกษานายกฯ หัวหน้าคณะพูดคุยฯเป็นคณะผู้จัดทำ

หนังสือฉบับล่าสุด มีเนื้อหา ที่คนทั่วไปยังไม่ได้รับรู้ ขออนุญาตนำมาเล่าต่อ

บางช่วงตอนระบุว่า ภายใต้สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระบวนการพูดคุยยังคงเดินหน้าต่อไปž แสดงว่ารัฐยังคงยึดมั่น-ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาโดยสันติวิธีอย่างยั่งยืน ตามหลักสากล ซึ่งถือเป็นเรื่องถูกต้องดีงามยิ่ง

รัฐมีนโยบาย เปิดเจรจา กับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ในยุครัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาฯ สมช.ในขณะนั้น บินไปลงนามเอ็มโอยู เปิดเจรจากับสมาชิกกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็น ที่มาเลเซีย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2556

นับจากนั้นมีการเจรจาเรื่อยมา และมีพัฒนาการให้เห็นบ้าง

แต่ก็ยังอยู่ในห้วงระยะเวลา ของการสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน

ทั้ง 2 ฝ่าย ยังไม่สามารถก้าวไปถึงขั้นจับเข่าคุยแก่นแกนปัญหา

บรรลุข้อตกลงในเรื่องสำคัญ

ทั้งนี้ คณะเจรจาฯ สรุปปัญหาและอุปสรรคของกระบวนการพูดคุย ดังนี้

แม้ว่า กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ จะเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล แต่การขับเคลื่อนนโยบายนี้ยังคงมีปัญหา เนื่องจากขาดการสนับสนุนจากกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อความเชื่อของประชาชน 3 กลุ่ม คือ เจ้าหน้าที่ของรัฐ สื่อมวลชน และนักวิชาการ

การยึดติดกับทฤษฎี และความเชื่อเดิม ไม่ยอมรับความจริงแม้จะปรากฏความจริงแล้ว เนื่องจากยังมีเจ้าหน้าที่ของรัฐบางคน ยังมีการติดต่อในทางลับกับกลุ่มผู้เห็นต่างบางกลุ่ม/บางพวก/บางฝ่าย และนำข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้เห็นต่างมากดดันรัฐบาลไทย รวมทั้งอาจมีงบประมาณที่ลงไปสู่พื้นที่เกิดการรั่วไหลไปสนับสนุนกลุ่มที่ใช้ความรุนแรง ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของหน่วยงานเจ้าของงบประมาณ โดยเฉพาะงบประมาณด้านการข่าว และงบประมาณด้านการพัฒนา…ž

เห็นปัญหาการเจรจาที่ชุดบิ๊กโบ้สรุปไว้

สังคมคงมีคำถามใหญ่ๆ ต่อปมอุปสรรค ขัดขวางการพูดคุย

โดยเฉพาะอุปสรรค ปัญหา ที่เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีอำนาจบทบาทสำคัญ ทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง

การติดต่อทางลับ การใช้จ่ายงบประมาณ ที่รั่วไหลไปหล่อเลี้ยง เป็นเสบียงกองโจรเดินด้วยท้องให้ยืนอยู่ได้ เกิดขึ้นได้อย่างไร เป็นที่น่าสงสัยเคลือบแคลง

ทั้งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ต้องทำตรงกันข้าม คือตัดเส้นเลือดใหญ่ให้ได้ทุกวิถีทาง เพื่อลดพื้นที่ ลดศักยภาพปฏิบัติการ

งานพวกนี้ ไม่มีเงินทำไม่ได้หรอก

คณะเจรจาฯมองว่าอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้

แต่เรื่องการตั้งงบ-การทุ่มใช้จ่ายแก้ปัญหาใต้ ก็ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด ว่ามีจุดอ่อน ช่องโหว่รั่วไหลเยอะแยะไปหมด

เนื่องจาก ไม่มีระบบตรวจสอบ ที่ใต้ทุกอย่าง ลับž ไปหมด

และมีผู้ได้ประโยชน์จากสถานการณ์ความไม่สงบ นักการเมืองระดับต่างๆ ผู้มีอิทธิพล กลุ่มธุรกิจสีเทา เจ้าหน้าที่รัฐ ฯลฯ

เกิดเป็นปัญหาซ้อนปัญหา คลี่คลายยาก

รายงานปัญหา อุปสรรค ของชุด บิ๊กโบ้ž พล.อ.อักษรา เกิดผล ฉายภาพให้เห็นอีกเสี้ยวมุมหนึ่งของพื้นที่ชายแดนภาคใต้

พื้นที่พิเศษที่มีเสียงวิพากษ์-กล่าวหาโหดร้าย

มีผู้ได้ประโยชน์จากความขัดแย้ง เลี้ยงไข้ž ไม่ต้องการให้เหตุการณ์คลี่คลาย สงบสุข

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เช็กวงจรปิดรวบแก๊งตระเวนลักจยย. แฉก่อเหตุ30ครั้ง ย่านลาดพร้าว บึงกุ่ม ขายต่อคันละหมื่น
บทความถัดไปนายกฯ เตรียมประชุม ครม.สัญจร โคราช มุ่งเน้นเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค