‘ธนาธร-ปิยบุตร’ คิกออฟ ‘พรรคอนาคตใหม่’

หมายเหตุ – นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท และนายปิยบุตร แสงกนกกุล นักวิชาการด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ แถลงเปิดตัวพรรคอนาคตใหม่ ที่แวร์เฮ้าส์ เจริญกรุง 30 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม


ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

วันนี้กลุ่มที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน และฝันเห็นอนาคตร่วมกัน รวมตัวกันทั้งสิ้น 26 คน จะยื่นจดจัดตั้งพรรคใหม่ภายใต้ชื่อพรรคอนาคตใหม่ อนาคตใหม่ คือ พื้นที่ของคนไม่ยอมจำนนต่อสภาวการณ์ปัจจุบัน อนาคตใหม่ คือ การเชิดชูและเทิดทูนคุณค่าประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน อนาคตใหม่ คือ การต่อสู้เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าและเป็นธรรมให้กับคนทุกคน อนาคตใหม่ คือ ความเชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์ โดยเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีความฝันและจินตนาการ และมนุษย์ทุกคนมีสิทธิเดินตามความฝันและปกป้องความฝันของตนเองไว้ ด้วยความเชื่อเช่นนี้จึงรวมตัวกันจดจัดตั้งพรรคการเมืองที่เชื่อว่าจะยืนหยัดเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน

ภายใต้ความขัดแย้งที่ยาวนาน การกดขี่ ลิดรอนเสรีภาพของประชาชน การใช้กำลังอันป่าเถื่อน และไม่เป็นธรรม ปิดปากความคิดเห็นคนที่คิดต่างกับผู้มีอำนาจ ปิดปากคนวิพากษ์วิจารณ์ผู้มีอำนาจ ผมชื่นชมและภูมิใจในกลุ่มคนที่เข้าร่วม และนายปิยบุตรที่มาร่วมสร้างพรรคการเมืองใหม่ในวันนี้ด้วยกัน มาร่วมจุดประกายความฝันให้กับสังคมร่วมกัน

วันนี้คือเวลาที่เหมาะสมที่สุด เราเชื่อว่าคนธรรมดาสามารถเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยได้ วันนี้คนธรรมดาพร้อมที่จะเปล่งเสียง มีส่วนร่วม และสนุกสนานไปกับการเมือง นั่นคือสิ่งที่เราเชื่อ


ปิยบุตร แสงกนกกุล

คุณคิดว่าเราและลูกหลานของเราจะมีชีวิตแบบใด ในประเทศที่มีความขัดแย้งทางการเมืองอย่างร้าวลึกมากว่าทศวรรษ ประเทศที่มีการรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญทุกๆ 4 ปี ประเทศที่กองทัพฉวยโอกาสเข้าครองอำนาจอยู่เสมอในเวลาบ้านเมืองมีวิกฤต ประเทศไทยตกอยู่ในสถานการณ์ที่ด้านหนึ่งการเมืองแบ่งขั้วอย่างชนิดที่ไม่สามารถหาจุดร่วมกันได้เลย เป็นอุปสรรคต่อการเจรจากัน

ขณะที่อีกด้านหนึ่งเป็นการเมืองแบบเผด็จการทหาร ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทำให้ความขัดแย้งไม่อาจยุติลงได้ และไม่สามารถหาฉันทามติของคนในชาติได้ ตรงกันข้ามกลับทำให้ปัญหาร้าวลึกลงไปอีก

เมื่อการเมืองแบ่งแยกออกเป็นฝักฝ่าย ผู้สนับสนุนแต่ละฝ่ายต่างทุ่มสรรพกำลังกับการทะเลาะเบาะแว้ง ทั้งที่เอาเข้าจริงๆ แล้วผู้สนับสนุนแต่ละฝักฝ่าย ต่างเป็นประชาชนผู้ใฝ่ฝันถึงระบอบการเมืองที่ดี ชีวิตที่ดี เศรษฐกิจที่ดี สำหรับตนเองและลูกหลาน ความขัดแย้งระหว่างประชาชนด้วยกันเองมีแต่ทำให้ประชาชนแย่ลง ขณะที่ผู้มีอำนาจไม่กี่คนกลับตักตวงเอาผลประโยชน์จากความขัดแย้ง เราเห็นพ้องต้องกันว่า จะต้องมีพลังใหม่เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยให้กลับคืนมาอีกครั้ง นำพาประเทศนี้ออกจากภาวะวิกฤต จึงรวมตัวกันก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ เพื่อความหวังในการกลับสู่ประชาธิปไตย เพื่อเปลี่ยนแปลงสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ดีกว่า และเพื่อปรับภูมิทัศน์การเมืองไทยให้ดีขึ้น

ประการแรก พรรคอนาคตใหม่จะทำให้ประชาชนคนไทยเห็นร่วมกันว่า สามารถกลับสู่การเมืองแบบประชาธิปไตยได้ วิกฤตการณ์ตลอดทศวรรษทำให้กองทัพครองอำนาจได้อย่างยาวนาน โดยอ้างตัวเป็นคนกลางเข้ามาแก้ไขวิกฤต ทั้งที่ความจริงแล้วกองทัพก็คือคู่ขัดแย้ง และเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา สร้างภาพหลอนอยู่เสมอว่า หากกลับไปสู่ประชาธิปไตยหรือการเลือกตั้ง ความขัดแย้งวุ่นวายตลอด 10 ปีจะกลับมาอีก ทำให้คนจำนวนมากต้องยอมทนอยู่กับรัฐบาลทหารเช่นนี้เรื่อยไป ผู้คนจำนวนมากเบื่อหน่ายกับการเมือง ท้อแท้ สิ้นหวัง จนคิดไปว่าการเมืองระบอบประชาธิปไตยไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ดังนั้นการสร้างพรรคการเมืองแบบใหม่จะช่วยกระตุกความคิดของคนในสังคมให้มีทางออก และมีทางเลือกใหม่ ที่ทำให้คนมีความหวังว่าการเมืองจะดีขึ้น พร้อมกลับไปสู่การเลือกตั้ง กลับไปสู่การเมืองแบบประชาธิปไตย และเชื่อว่าความขัดแย้งทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยนั้นเป็นเรื่องปกติ ประชาชนเท่านั้นที่จะสามารถแก้ไขกันเอง

ประการที่สอง พรรคอนาคตใหม่มุ่งเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ โดยมีวิธีบริหารจัดการแบบใหม่ หลอมรวมคนที่ไม่ยอมจำนนกับสิ่งที่เป็นอยู่ คนที่มีความรู้ความสามารถเข้าไว้ด้วยกันเพื่อสร้างการเมืองแบบใหม่ เสนอนโยบายแบบก้าวหน้า นโยบายที่เน้นการกระจายอำนาจ นโยบายทำให้ประชาชนมีโอกาสทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียม พัฒนาคุณภาพชีวิต ทลายการผูกขาดทางเศรษฐกิจ พัฒนาระบบสวัสดิการ สร้างหลักประกันถ้วนหน้าให้กับคนทุกคนตั้งแต่เกิดจนตาย ส่งเสริมให้ประชาชนมีศักยภาพเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งมาพร้อมกับโอกาสและความท้าทาย สร้างกฎหมายให้ทันกับยุคสมัย เอื้อต่อธุรกิจในรูปแบบใหม่มิใช่เป็นอุปสรรคขัดขวาง

และประการสุดท้าย พรรคอนาคตใหม่ต้องการเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมืองไทย มุ่งทำงานอย่างสร้างสรรค์ นำเสนอนโยบายและลงมือปฏิบัติ พรรคอนาคตใหม่มีประชาชนทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าของผ่านการระดมทุน ระดมสมอง บริหารจัดการแบบประชาธิปไตยจากรากฐาน เป็นพื้นที่เปิดกว้างสำหรับทุกเสียง นโยบายของพรรคมาจากการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการ และการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน พรรคอนาคตใหม่จะสามารถปักหมุด การเมืองไทยจะมิใช่การทำลายล้างศัตรู แต่การเมืองไทยคือการสร้างสรรค์ การเมืองไทยจะไม่ใช่เรื่องสกปรกหรือใส่ร้ายป้ายสี แต่การเมืองไทย คือ การเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเป็นไปได้เสมอ

การเมืองไทยจะไม่ใช่เรื่องของชนชั้นนำทางการเมืองของคนไม่กี่คน แต่จะเป็นเรื่องของประชาชนที่ทรงอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจ พรรคการเมืองแบบนี้อาจไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนในการเมืองไทย และคงไม่มีใครคาดว่าจะเกิดขึ้นได้ แต่อดีตเป็นบทเรียนและประสบการณ์ อดีตไม่ใช่ตัวกำหนดอนาคต เพราะอนาคตเป็นของเรา หากเราเชื่อว่าเป็นไปได้ และลงมือทำ เช่นนี้ก็คือพวกเราเป็นผู้กำหนดอนาคต ประเทศไทยสูญเสียโอกาสและเวลาไปมากพอแล้ว ประชาชนคนไทยต้องมีชีวิตดีกว่านี้ และเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ขอเพียงมีการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย เข้มแข็ง และสร้างสรรค์

นี่คือห้วงเวลาทางประวัติศาสตร์ หากประชาชนไม่ร่วมมือกันกำหนดอนาคตของตัวเองเพื่อนำพาประเทศไทยออกจากทศวรรษที่สูญหายนี้ ประเทศไทยจะเสียหายมากกว่านี้ และเราอาจไม่มีโอกาสฟื้นมันกลับมาได้อีกแล้ว ต้องมุ่งหน้าสู่การทวงคืนอนาคต ร่วมทวงคืนอนาคตของเรา ร่วมทวงคืนอนาคตของประเทศไทย อนาคตใหม่เพื่อไทยที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน เพื่อประเทศไทยที่มีอนาคต

– จะลบภาพความเป็นนายทุน และความเป็นอาจารย์นิติราษฎร์ได้อย่างไร และก่อนหน้านี้เคยพูดเรื่องไม่เห็นด้วยกับมาตรา 112 ณ วันนี้จุดยืนเรื่องนี้เป็นอย่างไร

ธนาธร : คำถามเรื่องนายทุนตอบง่าย แต่ไม่แน่ใจว่าจะล้ำเส้นสิ่งที่ คสช.อนุญาตให้พูดได้ในวันนี้หรือไม่ แต่จะลองตอบดู ผมคิดว่าจะทำให้พรรคนี้เป็นพรรคที่ยืนอยู่ด้วยหลักการประชาธิปไตยที่สุด สิ่งที่อยากเห็นในสังคมจะต้องสร้างที่นี่ก่อน จะทำให้ประชาธิปไตยอยู่ในกระบวรการตัดสินใจทุกลำดับ ตั้งแต่การเลือกผู้สมัคร การกำหนดทิศทางของพรรค การกำหนดนโยบาย ทุกการตัดสินใจในพรรคต้องยึดโยงกับสมาชิก

ส่วนด้านการเงิน ไม่อยากให้พรรคนี้เป็นพรรคที่เติบโตและอยู่ต่อไปด้วยเงินจากกระเป๋าของผม แต่จะทำให้พรรคนี้สามารถระดมทุนจากประชาชนเป็นไปได้จริง จะใช้เทคโนโลยีต่างๆ ที่มีอยู่เป็นเครื่องมือในการระดมทุนจากประชาชน เชื่อว่าพรรคการเมืองที่อยู่ได้จากการระดมทุนจากประชาชนเป็นไปได้ และเมื่อได้เงินจากประชาชนจะทำให้ต้องฟังเสียงของพวกเขา จะไม่มีใครที่มีอำนาจเหนือสมาชิกพรรค

ปิยบุตร : ผมเคยร่วมกับเพื่อนอาจารย์เสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เพราะมาตรานี้ถูกนำไปใช้ทำลายล้างกัน กลั่นแกล้งกัน ทำลายศัตรูทางการเมือง วันนี้มีหลายๆ กรณีเป็นตัวบ่งชี้ แม้แต่กลไกของรัฐเอง ก็จะต้องปรับปรุงกฎหมายอาญามาตรานี้เช่นกัน เราเห็นทิศทางของคำพิพากษาที่ยกฟ้อง สะท้อนว่ารัฐเองก็ตระหนักถึงปัญหาของการใช้กฎหมายอาญามาตรานี้ การปรับปรุงแก้ไขจะทำให้บุคคลทั้งหลายไม่สามารถนำกฎหมายมาตรานี้มาใช้ทำลายล้างกันได้อีก

วันนี้ผมเปลี่ยนบทบาทมาลงสนามการเมือง หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่า พรรคการเมืองนี้จะเอาอย่างไรต่อไปกับการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ พรรคนี้เป็นของสมาชิกทุกคน นโยบายทุกเรื่องที่จะนำเสนอมีหลากหลาย นโยบายเกิดจากการตัดสินใจร่วมกันของสมาชิก และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ณ วันนี้ คสช.ไม่อนุญาตให้พูดเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นคำถามที่ว่ามีโอกาสที่จะทำหรือไม่ เวลานี้ยังตอบไม่ได้ การจะเสนอหรือไม่ อยู่ที่สมาชิกและการรับฟังความเห็นของประชาชน

สำหรับความสัมพันธ์ของผมกับอาจารย์นิติราษฎร์ วันนี้พรรคการเมืองพรรคนี้ก็เปิดเผยชื่อแล้ว คือพรรคอนาคตใหม่ ผมไม่เคยปฏิเสธว่าได้ร่วมก่อตั้งและเป็นสมาชิกนิติราษฎร์ ซึ่งถือเป็นเกียรติยศ และความภาคภูมิใจ ที่ได้เสนอข้อเสนอจำนวนมากบนพื้นฐานที่ต้องการปลูกฝังนิติรัฐและระบอบประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

ณ วันนี้ผมกำลังจะเปลี่ยนบทบาทจากนักวิชาการมาสู่สนามทางการเมือง ดังนั้นบทบาทต้องเปลี่ยนแปลงไป นิติราษฎร์ยังเป็นนักวิชาการ ผมมีบทบาทในทางการเมือง ไม่เกี่ยวข้องกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon