กอบศักดิ์ ภูตระกูล กับหมวกอีกใบ ว่าที่โฆษกพรรคพลังประชารัฐ

หมายเหตุ – นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และว่าที่โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดห้องทำงาน ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงภารกิจในตำแหน่งรัฐมนตรีและโฆษกพรรคพปชร. รวมทั้งกระแสข่าวที่ถูกคนในรัฐบาลกดดันให้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี


00 เหตุผลที่ยังไม่ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี
นายกฯสั่งให้ผมทำงานด้านการปฏิรูป และการสื่อสารกับประชาชน มีงานเยอะมาก มีทั้งเรื่องกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการปฏิรูป กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคนจน ไทยแลนด์ 4.0 กฎหมายสำนักงาน และการประชาสัมพันธ์ อาทิ เรื่องไฮสปีดเรลลิงก์ ดิจิทัลปาร์ก สมาร์ทซิตี้ ที่ได้กำหนดตารางเวลาเอาไว้ว่าจะต้องทำเสร็จก่อนการเลือกตั้ง และกฎหมายบางอย่าง เช่น พ.ร.บ.ขายฝาก พ.ร.บ.ป่าชุมชน ต้องให้ผ่านสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาโดยเร็ว เพื่อเสนอเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ได้ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

00 แสดงว่าช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการลาออกคือ เมื่อกฎหมายต่างๆ เข้าสู่สภาไปแล้ว
แน่นอน เดี๋ยวจะดูเวลาที่เหมาะสม ทุกคนได้เตรียมการไว้แล้ว ให้รอดูเซอร์ไพรส์อีกครั้งหนึ่ง ทุกอย่างต้องมีเวลาของมัน แต่ตอนนี้จะทำทุกอย่างให้เต็มที่ เพราะรู้ว่ากฎหมายทุกอย่างประชาชนรออยู่ เราจะพยายามส่งเข้าสภาให้ได้ภายในปลายเดือนตุลาคมนี้ จะทำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะภายในเดือนพฤศจิกายน สนช.จะปิดรับเรื่องของกฎหมาย และยังมีการเริ่มโครงการเรื่องเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-บังกลาเทศ เพื่อส่งสินค้าไปขายยังเอเชียใต้ ที่ใช้เวลาประมาณ 2 ปี แต่จะทิ้งเชื้อไว้ให้เริ่มโครงการต่อไปได้ ขอย้ำว่าจะทำโครงการที่รับผิดชอบไปให้ไกลที่สุด เพราะมีคนเป็นแสนเป็นล้านรออยู่ เช่น ธนาคารต้นไม้ ขณะที่โครงการอีอีซีนับว่าไปได้ดี มีคนขับเคลื่อนการทำงานแล้ว เวลานี้ถือว่าอยู่ในฐานะที่สบายใจและไม่ได้กังวลอะไรมาก

00 ความกดดันให้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นเรื่องจริงหรือไม่
ไม่มีเลย มีแต่พรรคต่างๆ มากดดันผม เรื่องทำงานไม่ค่อยกดดัน มีประชุมทุกวัน การทำงานมีความสุขใจ เพราะรู้ว่าทำแล้วจะมีคนได้ประโยชน์แค่ไหน เช่น เรื่องโรงเรียนคุณภาพที่นายกฯสั่งการให้ทำโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล ประจำอำเภอ ในระดับประถมและมัธยม นอกจากนั้น ยังมีโครงการผู้ป่วยติดเตียงที่ทำมา 10 ปี ยังไม่สำเร็จ แต่ขณะนี้เห็นโอกาสสำเร็จไป 80 เปอร์เซ็นต์ ทำแล้วมีความสุข จึงได้บอกว่าไม่ค่อยกดดันเรื่องงาน แต่ผมไปกดดันทีมงานต่อ โดยบอกว่าอีกไม่นานจะต้องไปแล้ว ถ้าทำไม่เสร็จขอให้โชคดี ถ้าทำโครงการเหล่านี้เสร็จประเทศไทยจะเปลี่ยนครั้งใหญ่ ประชาชนจะเป็นผู้เข้มแข็งอย่างแท้จริง ผมยังหน้าตาสดใส ยังยิ้มสู้

00 กระแสกดดันให้ลาออก เพราะต้องการโควต้าตำแหน่งรัฐมนตรีไปให้กับสายทหาร
คนที่กดดันคือ พรรคต่างๆ ผมอ่านมา 3-4 วัน ก็รับทราบและเห็นประเด็นต่างๆ และยืนยันมาเสมอว่าลาออกแน่ และมาตรฐานที่เราจะตั้งขึ้นมา จะเป็นมาตรฐานที่คิดว่าอยากให้พรรคอื่นทำตามในอนาคต เช่นเดียวกันถ้าเขาทำได้ ผมได้รับทราบว่ามีคนกดดันจากพรรคการเมืองต่างๆ จำนวนมาก เมื่อเขาขอมาก็จะลาออกจริงๆ เมื่อลาออกแล้วหวังว่าคนที่พูดเหล่านั้น ขอให้ยึดถือเป็นมาตรฐานในการดำเนินการของเขาในปีต่อๆ ไปด้วย

00 ถ้าจะลาออกจะไปพร้อมกันหมดทั้ง 4 คนหรือไม่
คิดว่าไปพร้อมกัน และไม่ทราบข่าวที่บอกว่าเก็บข้าวของไว้แล้ว มาจากไหน เพราะยังไม่ได้เก็บตรงไหน มีแต่งานที่เพิ่มเข้ามา เมื่อถึงเวลารัฐมนตรี 4 คนก็จะคุยกันและบอกให้นายกฯรับทราบ

00 ได้รับคำปรึกษาจาก พล.อ.ประวิตรบ้างหรือไม่
ไม่เลย ผมไม่ค่อยได้คุยกับท่าน มีแต่นายกฯที่บอกว่าขอให้โชคดี ผมไม่รู้ว่าจะโชคดีหรือไม่ แต่ต้องขอบคุณท่านนายกฯ และผมตั้งใจว่าจะทำให้เต็มที่ โดยไม่เอาเวลาและทรัพยากรของราชการมาเกี่ยวข้องกับพรรค ส่วนจะพูดว่าพรรค พปชร.เป็นพรรคของรัฐบาลได้หรือไม่นั้น ผมคิดว่าพรรคนี้เป็น
กลุ่มของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมาทำนโยบายร่วมกัน ผมจะให้น้องๆ มาช่วยกันคิด หลังจากนั้นกรรมการบริหารพรรคจะตัดสินใจว่าจะนำพาพรรคไปสู่จุดไหน

อะไรที่คิดว่าเป็นนโยบายที่ดีต่อพี่น้องประชาชนก็จะเป็นรูปแบบของพรรค นี่คือหัวใจ หลังจากนี้จะได้เห็นอย่างต่อเนื่องว่ามีกระบวนการที่เชิญรัฐมนตรีทั้ง 4 คนมาพูดคุยว่าจะเดินหน้าอย่างไร เพราะตอนนี้กลุ่มคนรุ่นใหม่ของเรามีของในกระเป๋ากันหมดแล้ว อยู่ที่ว่าจะพร้อมรับฟังเมื่อไร เชื่อว่าจะเป็นนิมิตหมายใหม่ของกระบวนการนำคนรุ่นใหม่เข้ามาสู่การเมืองไทย

00 การเตรียมความพร้อมเข้าสู่สนามการเมือง
ยอมรับว่าตื่นเต้น เพราะเป็นมือใหม่ไม่เคยลงสนาม ไม่เคยทำการเมือง แต่มาด้วยใจรัก พอลงสนามก็ถูกรับน้องเรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิต และคิดว่าเมื่อถึงเวลาจริงๆ ต้องเตรียมการเอาไว้ ตอนนี้ยังมีเวลาก่อนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะรับรองจดตั้งพรรคคิดว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาผมช่วยงานชาวบ้านมาเยอะมากตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ช่วยขับเคลื่อนกฎหมายที่เขาต้องการ เพราะเขาบอกเสมอว่า คุยกับกอบศักดิ์รู้เรื่อง จึงเป็นสิ่งที่อยากทำให้ เพราะรู้ว่าไม่มีใครดูแลพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ยกตัวอย่าง กฎหมายคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเพียงฉบับเดียวก็ช่วยประชาชนได้ ทำให้ประชาชนอยู่กับป่าได้ 1 ล้านคน นี่คือสิ่งที่ชอบและมีความสุข เพราะทำงานไปแล้วไม่เหนื่อย แต่กลัวเล็กน้อยว่าเขาจะมาแซะ 4-5 วันที่ผ่านมา แซะมาทุกพรรค แต่ถือเป็นเรื่องปกติของการเมือง


เมื่อลงสนามแล้วต้องทำใจ เพราะเลือกทางนี้แล้ว สำคัญที่สุดคือ ต้องรู้ว่าทำอะไรอยู่ ทำเพื่อใคร เพื่ออะไร ระหว่างทางที่มีเสียงต่างๆ ก็รู้ว่าเขาไม่พอใจ ต้องการใช้เป็นเกมการเมือง ก็รับฟัง แต่ต้องยึดมั่นว่ามาเพื่ออะไร กำลังทำอะไร ทำเพื่อพี่น้องที่มีความทุกข์ ไม่ตอบโต้ ถ้าเรื่องใดมีสาระก็รับฟังเพื่อนำมาเปลี่ยนแปลง ส่วนการเลือกตั้งก็แล้วแต่พี่น้องประชาชน

เคล็ดลับการทำงานการเมืองคือ ทำใจ ถ้ารู้ว่ากำลังทำอะไร ก็อยู่ได้ นี่คือหัวใจการทำงาน เพราะชีวิตจะแข็งแกร่งขึ้น และที่บอกว่าเข้ามาสู่การเมืองแล้วให้เตรียมถูกขุดคุ้ย ก็พร้อมให้ขุดคุ้ยตามสบาย เพราะตอนนี้มีแค่รถหนึ่งคัน กับเปียโนหนึ่งหลัง

00 เรียกว่าพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคของรัฐบาลได้หรือไม่
เราเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อยากทำนโยบายร่วมกัน ให้มีหลายคนมาช่วยกันคิด โดยมีกรรมการบริหารพรรคเป็นคนตัดสินใจว่า จะนำพาพรรคไปสู่จุดไหน รัฐมนตรี 4 คนก็คนละสไตล์ มีแนวคิดที่แตกต่างกัน เมื่อคิดนโยบายแล้วจะต้องไปรับฟังความเห็น ว่าโครงการอะไรที่จะดีกับประชาชน จากนี้จะคุยกันว่าเดินหน้าอย่างไรต่อ มั่นใจว่าพรรคนี้ไม่มีเจ้าของ ทุกคนที่เข้ามา อยากจะเข้ามาช่วยกัน อะไรที่เป็นนโยบายที่ดีอยากจะเข้ามาเสนอประชาชน

00 มีนักการเมืองคนไหนเป็นไอดอล
ผมไม่รู้ แต่ในเมืองไทย อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นไอดอลของผม ผมเป็นคนแบงก์ชาติมาก่อน จึงเห็นว่าท่านทำเพื่อคนจนจำนวนมาก และเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ดี นี่คือสิ่งที่อยากทำ ท่านทำทั้งเรื่องมหภาค เรื่องของชาวบ้าน เรื่องการศึกษา คิดว่าคนแบงก์ชาติจำนวนมาก ยึดท่านเป็นแบบอย่าง และมีหนังสือหนึ่งเล่มที่ภูมิใจ เพราะผมเขียนเอง ทุกครั้งที่มีผู้ว่าการแบงก์ชาติเสียชีวิต แบงก์ชาติจะทำหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่ง เพื่อเป็นที่ระลึก 100 วัน และผมสมัครเข้าไปจัดทำด้วย ไปหาข้อมูลในห้องสมุดแบงก์ชาติ เห็นทุกลายมือ และทุกคำพูด ได้อ่านหมดแล้ว จึงเห็นชีวิตของท่านที่มีสีสัน

ถ้านักเศรษฐศาสตร์คนใดทำได้ 10 เปอร์เซ็นต์ของ อ.ป๋วย ถือเป็นบุญของชีวิตแล้ว ผมยังทำได้แค่ 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะท่านเป็นปรมาจารย์ บอกเลยว่าทุกอย่างที่ท่านทำในขณะนั้น เป็นประเทศไทยทั้งหมด เรื่องบีโอไอ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงบประมาณ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก็มาจากท่าน หาคนแบบท่านได้ยากและน่านับถือมาก ถ้าท่านอยู่เมืองไทยตลอด ผมคิดว่าประเทศไทยจะไปไกลกว่านี้
ส่วนไอดอลทางการเมืองคงต้องไปแสวงหา เพราะไม่ได้คิดว่าจะเข้ามาสู่การเมือง เมื่อเจอแล้วจะบอก

00 ท่าทีของกลุ่มสามมิตรในการเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ
คิดว่าต้องถามว่าที่เลขาธิการพรรค (สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์) และกลุ่มสามมิตรเอง เช่นเดียวกับปัญหาพื้นที่ทับซ้อนกันของ ส.ส. ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ต้องลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ว่าที่เลขาฯพรรคก็พูดอยู่เสมอว่า ไม่รู้ว่าเขา(สามมิตร)จะตั้งพรรคเองหรือเปล่า ส่วนที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำสามมิตร ประกาศว่าจะนำ ส.ส. จำนวน 70 คนมาร่วมกับพรรค ก็เป็นเรื่องที่ทางเราต้องรอฟัง รวมถึงต้องเรียนรู้ว่า แต่ละคนมีความชำนาญในเรื่องใด แต่สิ่งที่สำคัญคือ เราเปิดกว้าง รับฟังพี่ๆน้องๆ ทุกคนที่มาร่วมงานกับพรรค มั่นใจว่าพรรคนี้จะเปิดกว้างทางการเมืองและทางนโยบาย ไม่มีเจ้าของพรรค บางคนมาจากภาคการเกษตร ก็จะรู้ว่าพี่น้องเกษตรกรต้องการอะไร เราจะรับฟังสิ่งเหล่านั้นและนำมาทำเป็นนโยบาย

ที่ผ่านมา ผมยังไม่เจอกลุ่มสามมิตรและยังไม่รู้ว่าจะเสนออะไร แต่รู้ว่าพรรคมีรุ่นน้องเข้ามาร่วมงาน มีไฟ มีความเชี่ยวชาญแตกต่างกันไป เช่น ด้านสตาร์ตอัพ ด้านเกษตร การศึกษา เชื่อว่าทุกคนพร้อมทำงานและหานโยบายดีๆ ให้พี่น้องประชาชน วันนี้ (4 ต.ค.) นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ว่าที่หัวหน้าพรรค จะไปยื่นจดแจ้งตั้งพรรคพลังประชารัฐที่ กกต. คาดว่ายังต้องรอขั้นตอนของกกต.อีกนาน และมีคนบอกผมว่า ห้าม กกต.อนุมัติเร็วนะ

00 พรรคเพื่อไทย (พท.) ติเตียนว่าใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นที่ทำการพรรค
ไม่เลย พยายามเต็มที่ที่จะประชุมตรงนั้นทีตรงนี้ที แต่นักข่าวหาไม่เจอ ถ้าหาเจอเมื่อไรก็บอกผมนะ ขณะนี้ที่ทำการพรรคยังไม่เรียบร้อย และผมไม่รู้เรื่องฮวงจุ้ย เพราะดูไม่เป็น

00 จะกำหนดบทบาทตัวเองอย่างไรหลังการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือไม่เป็นรัฐบาล
หัวใจสำคัญคือ เราเป็นสะพานที่พาน้องๆ เข้ามา และพยายามเดินหน้าทุกอย่างไปให้ได้ ทำอย่างไรให้ทุกคนมีเวทีและพื้นที่ในการแสดงออก ผมมั่นใจว่าพรรคนี้ไม่มีเจ้าของ ทุกคนจึงมีสิทธิเสนอนโยบาย อะไรที่เป็นสิ่งที่ดีเราจะพยายามเสนอต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งผมก็ตื่นเต้น เพราะอยากรู้ว่าถ้าไปเจอพวกเขาแล้วเขาจะมีอะไรเสนอผมบ้าง

บทความก่อนหน้านี้จริตจักรวาล!แฟนปลื้ม 3 สาวมิสยูฯ ‘แนท-น้ำตาล-มารีญา’ ในชุดไทย มันก็จะแพงๆหน่อย
บทความถัดไป“ดูแตร์เต” เผยรอผลตรวจมะเร็ง ชี้หากเป็นระยะที่ 3 จะไม่ขอรับการรักษา